สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างแพทย์ นักวิชาการ และนักสื่อสาร เพื่อร่วมกันสร้างความรอบรู้ด้านวัคซีนและเสริมความเข้าใจของประชาชน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารมีความหลากหลายและเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการ ควบคู่กับการรับฟังข้อสงสัยและความกังวลของประชาชน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดการเสวนาในหัวข้อ “ความเชื่อมั่นต่อวัคซีน: พลิกความกังวลสู่ความไว้วางใจ” ภายในการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่น ตลอดจนการรับรู้และการตัดสินใจด้านวัคซีนของประชาชน การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ
ดร. นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมี คุณพีรพล อนุตรโสตถ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินรายการ
ความรอบรู้ด้านวัคซีน หัวใจสำคัญของการตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน
คุณพีรพล อนุตรโสตถ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 สถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมกับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ อสมท. ดำเนินโครงการประเมินความรอบรู้ด้านวัคซีนของประชาชนไทยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทำความเข้าใจระดับความรู้ การรับรู้ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านวัคซีนของประชาชน โดยผลการสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อวัคซีนในระดับค่อนข้างสูง แต่ระดับความเชื่อมั่นมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ขณะที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ยังคงเป็นกลุ่มที่ประชาชนให้ความไว้วางใจสูง และมีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้และการตัดสินใจเกี่ยวกับวัคซีน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับประชาชน โดยเฉพาะการอธิบายข้อมูลทางวิชาการให้เข้าใจง่าย เปิดโอกาสให้ซักถาม และสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถพิจารณาข้อมูลด้านวัคซีนได้อย่างรอบด้าน
ข้อมูลที่หลากหลาย กับความท้าทายในการสื่อสารยุคดิจิทัล
ดร. นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในยุคที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก การสื่อสารด้านสุขภาพมีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจปรากฏอยู่ในช่องทางเดียวกัน การสร้างความเข้าใจจึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูลที่มีหลักฐานรองรับและรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับผู้รับสาร โดยยกตัวอย่างแนวคิด Brandolini’s Law หรือ The Bullshit Asymmetry Principle ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่า การสร้างหรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก แต่การตรวจสอบ อธิบาย และแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนั้น ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าหลายเท่า จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านสุขภาพควรสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและทำความเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ การได้รับข้อมูลจำนวนมากในเวลาเดียวกันอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือรู้สึกว่ามีข้อมูลให้พิจารณามากเกินไป ดังนั้น การสื่อสารด้านสุขภาพจึงไม่ควรเน้นเพียงการให้ข้อมูล แต่ควรช่วยให้ประชาชนสามารถประเมินแหล่งที่มา ทำความเข้าใจบริบท และนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
สร้างความเข้าใจบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ พร้อมรับฟังข้อกังวลของประชาชน
ศ.เกียรติคุณ พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนในปัจจุบันมีการพูดถึงในหลากหลายมิติ และบางครั้งข้อมูลหรือข้อกังวลเกี่ยวกับวัคซีนชนิดหนึ่งอาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับวัคซีนประเภทอื่น จึงจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ชัดเจน และอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิชาการ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถแยกแยะข้อมูลและทำความเข้าใจประโยชน์และข้อควรพิจารณาของวัคซีนแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การสื่อสารด้านวัคซีนควรดำเนินควบคู่ไปกับการรับฟังคำถามและข้อกังวลของประชาชน โดยบุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลที่รอบด้าน และร่วมมือกันสื่อสารข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องในทุกเวที ใช้วิทยาศาสตร์สู้ความเชื่อ รวมถึงอธิบายประเด็นที่มีความซับซ้อนให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผ่านกระบวนการสื่อสารที่เปิดกว้างและมีข้อมูลรองรับ
สื่อสารเรื่องวัคซีนอย่างเข้าใจ ใช้ข้อมูลวิชาการตอบข้อสงสัยประชาชน
ด้าน รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ กล่าวว่า การสื่อสารเรื่องวัคซีนจำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการสื่อสารที่ต่อเนื่อง เนื่องจากประเด็นด้านสุขภาพมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี การอธิบายข้อมูลอย่างชัดเจนจึงมีส่วนช่วยให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงและประโยชน์ของวัคซีนได้อย่างเหมาะสม โดยยกตัวอย่างประเด็นคำถามเกี่ยวกับส่วนประกอบของวัคซีน เช่น อะลูมิเนียม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนอาจมีข้อสงสัย โดยผู้เชี่ยวชาญสามารถนำข้อมูลทางวิชาการและหลักฐานจากงานวิจัยมาอธิบายเพื่อให้เห็นบริบทและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำว่าการสื่อสารข้อมูลด้านวัคซีนควรคำนึงถึงทั้งความถูกต้องทางวิชาการและความเข้าใจของผู้รับสาร
ร่วมสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิดและความรู้” ควบคู่ภูมิคุ้มกันทางร่างกาย
คุณพีรพล อนุตรโสตถ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างความเชื่อมั่นต่อวัคซีนไม่ควรสิ้นสุดเพียงบนเวทีเสวนา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการพิจารณาข่าวสารและข้อมูลด้านวัคซีนได้อย่างรอบด้าน การสร้างความรอบรู้ด้านวัคซีนจึงไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่เป็นการสร้างความเข้าใจ เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยน และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพิจารณาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิดและความรู้” ควบคู่ไปกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางร่างกาย และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสมบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการ




