นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์, นอตติ้ง ฮิลล์, และเคนซิงตัน กล่าวว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มีผู้ถือหุ้นจำนวนมากกว่า 3 ใน 4 เห็นชอบให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างกันในการพัฒนาคอนโดมิเนียม ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจระหว่างกัน รวมถึงเสริมกำลังการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์และการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวต่างชาติให้แก่บริษัท
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังอนุมัติให้บริษัทจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 81,197,171 หุ้น มูลค่าทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของทุนจดทะเบียน ให้แก่ นางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ 56,838,020 หุ้น หรือราว 3.5% ของทุนจดทะเบียน นายธงชัย บุศราพันธ์ 12,179,576 หุ้น คิดเป็น 0.75% และนางนุ่น ทวีศรี 12,179,575 หุ้น คิดเป็น จำนวน 0.75% นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติการเพิ่มจำนวนกรรมการบริษัทจาก 10 คน เป็น 11 คน และอนุมัติการแต่งตั้งนายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ เป็นกรรมการใหม่ของบริษัท
นายพีระพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการชำระราคาหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ มูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาทนั้น บริษัทมีแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท แบ่งเป็นการชำระด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 3,000 ล้านบาท อาวัลโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย แบ่งชำระเป็น 3 งวด โดยชำระงวดสุดท้ายในวันที่ 2 เมษายน 2561 ขณะที่อีก 1,000 ล้านบาท จะชำระด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 2-4 ของปี 2560 รวมถึงรายได้จากโครงการแล้วเสร็จและทยอยโอนใหม่อีก 7 โครงการในปีนี้
ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้น บริษัทจะมีแบ็กล็อกเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท อยู่ในระดับท็อป 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และมีแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ เคนซิงตัน นอตติ้ง ฮิลล์ ไนท์บริดจ์ และแบรนด์ใหม่คือพาร์ค เพื่อใช้เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์
“ก่อนหน้านี้ บริษัทวางเป้ารายได้ของบริษัทในปี 2560 ไว้ที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยมีแบ็กล็อกรออยู่แล้วราว 92% แต่เมื่อผนึกกำลังกับพราวด์ เรสซิเดนซ์ ซึ่งมีแบ็กล็อกอยู่แล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งพร้อมทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในปีนี้ จะทำให้บริษัทมีทั้งแบ็กล็อกและรายได้เพิ่มขึ้นทันที โดยหลังจากนี้ บริษัทจะปรับเป้ารายได้ให้สอดคล้องกับการเติบโตไปสู่ก้าวใหม่ของบริษัท คาดว่าจะประกาศเป้าหมายรายได้ใหม่อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้” นายพีระพงศ์ กล่าว

