หน้าแรก เด่นวันนี้ ทอท.เปิดความจ...

ทอท.เปิดความจริง “Pick Up Counter สุวรรณภูมิ” “คิง เพาเวอร์” จ่ายผลตอบแทนถูกต้องทุกสัญญา

18.07.17 | 15:59 น.

   ผู้นำ ทอท.ยืนยัน บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสัมปทานค่าบริการ 3 % ในพื้นที่ “Pick up Counter” ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถูกต้องครบตามสัญญา ย้ำทุกรายละเอียดตรวจสอบความโปร่งใสได้ทั้งหมด   

   ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” เปิดเผยว่า ได้ตามที่คณะกรรมการเมื่อปี 2547 คัดเลือกและประกาศผลการตัดสินบริษัทผู้ชนะประมูลได้สิทธิสัมปทานพื้นที่ประกอบการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด (King Power Suvarnabhumi : KPS) เป็นคู่สัญญาเข้าประกอบการบริหาร “พื้นที่เชิงพาณิชย์”(commercial Area) ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำหนดค่าตอบแทนที่เรียกว่าค่าบริการ 3 %  โดยมีการประกอบกิจการให้ “บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร” หรือ pick up counter เป็นส่วนหนึ่งที่รวมอยู่ในสัญญาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์

   ดังนั้นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน ทอท.ได้ดำเนินการถูกต้องเป็นปกติ โดยเรียกเก็บ 3 %  จาก 15 % หรือคิดเป็น 0.45 % ของยอดส่งมอบสินค้าปลอดอากร

   ต่อกรณีที่หนังสือพิมพ์ Guardian ในอังกฤษ และ The Straits Times ในสิงคโปร์นำเสนอเนื้อหาความเกี่ยวข้องระหว่าง ทอท.กับกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ และ/หรือ ข้อมูลหลายอย่างที่ปรากฎในบางสื่ออาจสร้างความสับสนขึ้นได้ ประการสำคัญสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องถึงการฟ้องเรียกค่าเสียหายระหว่างกันแต่อย่างใด

Advertisement

   ดังนั้น ทอท.จึงพร้อมจะลำดับเหตุการณ์ที่ถูกต้องถึงเรื่อง “การจ่ายผลตอบแทนระหว่าง ทอท.กับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด” ในส่วน “การประกอบกิจการให้บริการพื้นที่จุดส่งมอบสินค้า (pick up counter)” ซึ่งมีลำดับการจ่ายผลตอบแทนรัฐอย่างถูกต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ ดังนี้

   ยุคที่ 1  TOR ช่วงเปิดประมูลระบุอัตราค่าตอบแทน ที่ ทอท.ใช้เรียกเก็บจากโครงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตาม TOR ตอนเปิดการประมูลนั้นยังไม่มีสัญญา “เรียกเก็บค่าใช้บริการพื้นที่จุดส่งมอบสินค้าสุวรรณภูมิ” ระบุไว้ในสัญญาเข้าบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่การเรียกเก็บมาเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการประมูล ซึ่ง “ทอท.เขียนระบุเพิ่มจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 15 ของยอดจำหน่ายสินค้าและค่าบริการ”

   นับตั้งแต่วันที่ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เริ่มประกอบการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสุวรรณภูมิ จึงได้ชำระค่าตอบแทนจากการประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรให้แก่ ทอท.ในอัตรา 15%ของค่าบริการในการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรแก่ผู้ประกอบการรายย่อยด้วย ซึ่งเรียกเก็บจากร้านในเมืองอัตรา 3% ของยอดสินค้าที่ส่งมอบสินค้า หรือเท่ากับ 0.45%ของยอดสินค้าที่ส่งมอบตามจริง (คำนวณการจ่ายผลตอบแทนรัฐ 3% ของ 15%) มาโดยตลอด

   ซึ่งพื้นที่บริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรนั้นเป็นเพียงการ “ให้บริการ”และไม่มีการจำหน่ายสินค้าใด ๆ เกิดขึ้นภายในสุวรรณภูมิเลย ลักษณะเช่นเดียวกับสมัยที่ดำเนินกิจการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนสุวรรณภูมิเปิดใช้งาน ทอท.ก็เคยอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการส่งมอบสินค้าปลอดอากรโดยเรียกสัญญาดังกล่าวว่าเป็น”การให้บริการ” ส่งมอบสินค้าปลอดอากร

   ขณะนั้น ทอท.เรียกเก็บค่าตอบแทนจากสัญญาให้บริการดังกล่าวในอัตรา 2% ของการส่งมอบสินค้าปลอดอากร จากนั้นในช่วงท้ายก่อนปิดดอนเมืองได้ปรับเป็น 3%

   ยุคที่ 2 ช่วงปี 2554-2555 คณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.มีหนังสือถึง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด โดยระบุจะขอแยก pick up counter ออกจากสัญญาเชิงพาณิชย์ แล้วให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นร้านดิวตี้ฟรีในเมืองมาทำแทน โดยจะเรียกเก็บ 3 %ของยอดสินค้าที่ส่งมอบแทนการเรียกเก็บ 15%ของค่าบริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร

   ดังนั้นทาง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ได้ทำหนังสืออธิบายไปยัง ทอท. ไม่เห็นด้วยกับการแยก pick up counter ออกจากสัญญาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์มาตลอด จากนั้นในเดือนตุลาคม 2555 ทอท.มีหนังสือตอบ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ อนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรได้ไปพลาง ๆ ก่อน พร้อมทั้งกำหนดเรียกเก็บค่าตอบแทนใหม่อัตรา3%ของสินค้าปลอดอากรที่ส่งมอบ แต่ยังคงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาแยกการประกอบกิจการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาไว้

   เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ทาง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จึงมีหนังสือตอบไปยัง ทอท.ต่อกรณีดังกล่าวระบุว่าบริษัทยินดีให้ปรับขึ้นค่าตอบแทนในการประกอบกิจการพื้นที่บริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรเพิ่มเป็น 3 % ของยอดสินค้าส่งมอบสินค้าปลอดอากร แต่ยังคงยืนยันในข้อเท็จจริงทั้งทางเอกสารและทางพฤตินัยว่าการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์เพียงรายเดียวจากการเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าว

   ยุคที่ 3 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ทอท.มีหนังสือมาถึง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด โดยแจ้งว่า “อนุญาตให้ pick up counter ยังคงอยู่ในสัญญาเชิงพาณิชย์ โดย ทอท.จะเรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา3% ของยอดส่งมอบสินค้าปลอดอากร

   นับจากนั้นเป็นต้นมาคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทอท.กับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จึงได้บรรลุถึงข้อยุติจากการเจรจา ที่ทำให้ ทอท.ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจาก “ค่าตอบแทนอัตราใหม่เพิ่มมากกว่า” ที่ระบุในสัญญาฉบับเดิม ทำให้ ทอท.ได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน