หน้าแรก เด่นวันนี้ ฟรอนต์เพจ ออน...

ฟรอนต์เพจ ออนไลน์ : น้ำท่วมหนองหาน จ.สกลนคร และการ “บริหารจัดการ”

30.07.17 | 20:42 น.

ระดมทุกสรรพกำลังช่วยบรรเทาและฟื้นฟูน้ำท่วม ทั้งทหาร ตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน เป็นสิ่งที่ควรปรบมือ ได้รับคำชื่นชม

แต่กรณีที่บรรดาโฆษก ไม่ว่าจะฟากรัฐบาลหรือกองทัพ นำคำของผู้นำประเทศออกมา “แซะ” ในประเด็นที่ว่า น้ำท่วมภาคอีสานกับภาคเหนือคราวนี้เกิดจากภัยธรรมชาติ ไม่ใช่การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดเหมือนเมื่อปี 2554 ช่างเป็นอะไรที่ฟังดูแล้วหน่อมแน้ม ไม่มืออาชีพ และไม่แมนเอาเสียเลย (ยิ่งถ้าเทียบกับผู้นำรัฐบาลที่แล้วซึ่งเป็นผู้หญิง)

ก้มหน้าก้มตาทำตาม “หน้าที่” ไม่มีการ “ทวงบุญคุณ” คงไม่มีใครว่าอะไร มิหนำซ้ำอาจได้ยินแต่เสียงเยินยอ
ทำดี ทำได้ ทำถูกใจ เผลอๆ อาจมีคนเชียร์ให้ “อยู่นาน”

แต่จริงไหมถ้าจะโทษเฉพาะภัยธรรมชาติ ลั่นคำว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ นั่นคงจะไม่ใช่ไปเสียทั้งหมด เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนก่อนพายุจะเข้าหลายวัน ปริมาณฝน(หนัก)ที่ตกติดต่อกันในพื้นที่ ใช่หรือไม่ว่าต้อง “บริหารจัดการ” หลายสิ่งหลายอย่างพอสมควร

การประกาศเตือนภัย การเตรียมช่วยเหลืออพยพผู้ประสบอุทกภัย การจัดหาที่หลับที่นอนชั่วคราวให้ อาหารการกิน หยูกยาต่างๆ หรือแม้แต่การระบายน้ำให้เร็วที่สุดไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังเนิ่นนาน ฯลฯ
ล้วนแล้วแต่อยู่ในคำจำกัดความเดียวกันนี้ทั้งสิ้น

Advertisement

นี่ยังไม่ต้องพูดถึงการที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมาแล้วกว่า 3 ปี มีใครตอบได้บ้างไหมว่า เรื่องแม่น้ำ ลำคลอง โครงการจัดการน้ำที่เป็นระบบเพื่อเตรียมรับมือกับพายุที่อาจจะเข้ามาเคยมี เคยเกิดในรัฐบาลนี้บ้างหรือไม่

น้ำท่วม จ.สกลนคร ดูเหมือนจะหนักที่สุด

จากสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ เทือกเขาภูพานอยู่ทางด้านตะวันตกของจังหวัด มีลำน้ำต่างๆมากมายไหลจากเทือกเขาแห่งนี้มาลงรวมกันที่หนองหาน จนเกิดเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ แต่กว่าที่น้ำจะมาถึงหนองหานได้ต้องผ่าน “ตัวเมือง”

ซึ่งถ้าดูสภาพลำน้ำเหล่านั้น ปัจจุบันจะพบว่าแคบ ตื้นเขิน และอุดตันจนน่าจะเรียกว่าร่องน้ำมากกว่าลำน้ำ

รวมทั้ง การบุกรุกพื้นที่สาธารณะหนองหาน การอนุญาตให้ถือครองที่ดิน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ทั้งที่โดยรอบหนองหานมีโบราณสถาน เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณยุคเดียวกับบ้านเชียง เกิดรัฐสืบเนื่องมาจนกระทั้่งปัจจุบัน – ควรเป็นแหล่งเรียนรู้สถานณะ ไม่ใช่ให้ใครจับจองก็ได้

กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ วางแผนหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเตรียมระบายออกไปในหลายลำน้ำ อาทิ ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ
โดยเฉพาะลำน้ำก่ำ ซึ่งถ้าดูจากสภาพภูมิศาสตร์แล้ว น่าจะเป็นช่องทางสั้นสุด และดีที่สุด ที่จะระบายน้ำจากหนองหานออกสู่แม่น้ำโขง (บริเวณ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม) จุดนี้ได้ข้อสรุปว่า น้ำจากสกลนครไหลเข้าลำน้ำก่ำที่ประมาณ 35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่น้ำสามารถระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ ประมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร

จะต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ 11 วัน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ

แต่ทว่า ต้องไม่มีน้ำฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่เหนือแม่น้ำโขงในระยะนี้ด้วย เพราะในขณะนี้ปริมาณน้ำแม่น้ำโขงเอง ก็อยู่ห่างจากจุดวิกฤตเพียง 1 เมตรเท่านั้น เพราะถ้ามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าตามไปด้วย

จึงหมายความเวลา 11 วัน คือ อย่างเร็วที่สุด ที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สกลนคร จะกลับเข้าสู่ปกติ

อีกทั้งตลอดความยาวของลุ่มน้ำก่ำ โดยสภาพเป็นเพียงลำน้ำสาขา เล็กๆ หน้าแล้งก็แห้งเห็นพื้นทราย หน้าฝนน้ำก็เอ่อเป็นป่าทุ่ง ป่าทาม ให้ชาวบ้านได้ทำไร่ทำนา แต่มาเจอพายุลูกนี้ การระบายน้ำใหนประมาณมาก ไม่น่าจะใช่แค่เอ่อท่วมให้ทำมาหากินได้แล้ว แต่จะกลายเป็นทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย

ตรงนี้ก็ต้องเตรียมช่วยเหลือ ชดเชย
ถามว่าทั้งหมดนี้ ใช่การบริหารจัดการหรือไม่ ?