“เกียวโต มีการบริหารจัดการภูมิทัศน์และธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเมืองเก่า และโบราณสถานที่อยู่ในนั้น” แต่ “อยุธยา…ไม่ได้นึกถึงเรื่องภูมิทัศน์”
เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง เขียนเรื่อง “ศึกษาโตเกียว เพื่ออยุธยา” ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวางตลาดขณะนี้ แล้วบอกอีกว่า “อยุธยาเป็นเมืองหลวงเก่ามีชีวิต เช่นเดียวกับเกียวโต” และ “ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยที่ทำการค้า ควบคู่กันไปกับการเป็นเมืองมรดกโลก”
เกียวโต เป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ผมจำได้เท่านี้จากคำบอกเล่าของคนอื่นๆ ไม่เคยรู้มากกว่านี้ เพราะไม่เคยไป ไม่เคยเห็น และไม่เคยอ่าน
เพิ่งอ่านที่คุณเพ็ญศรีเขียน เลยไม่นิ่งได้ ต้องขอคัดลอกตอนที่ชอบมากๆ มาบอกต่อ (ให้ไปหาอ่านฉบับเต็ม) ดังนี้
ศึกษาเกียวโต เพื่ออยุธยา ของ เพ็ญศรี
การบริหารให้ปัจจุบันและอดีตอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนไม่ใช่เรื่องง่าย เกียวโตมีภูเขาล้อมรอบ มีเมืองใหญ่อยู่ตรงกลาง
ความต่างของอยุธยาและเกียวโตอยู่ตรงที่เกียวโตมีการบริหารจัดการภูมิทัศน์และธรรมชาติควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเมืองเก่าและโบราณสถานที่อยู่ในนั้น แต่อยุธยาของเราไม่ได้นึกถึงเรื่องของภูมิทัศน์
การบริหารจัดการให้มีภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มมิติ เพิ่มมุมมอง เพิ่มที่ว่าง ที่เกียวโตทำนั้นต้องทำถึงขนาดขอซื้อที่ของประชาชนเพื่อมาทำพื้นที่ว่างให้เมืองสวยงามขึ้น
ทุกซอกทุกมุมของเกียวโตจึงสวยงาม มีความกลมกลืน
เกียวโตมีแผนงานด้านภูมิทัศน์ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติภูมิทัศน์ (Landscape Act) ซึ่งมี 4 เสาหลักด้วยกัน คือ การสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ รักษาความเป็นเมืองในแอ่ง ปรับปรุงพื้นที่สีเขียวและบริเวณที่อยู่ริมน้ำ
การสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่ทำให้เกิดความกลมกลืนระหว่างเมืองเก่ากับเมืองใหม่ การสร้างภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยพื้นที่อันหลากหลายที่มีเอกลักษณ์ การสร้างภูมิทัศน์ที่ทำให้เมืองมีพลังและชีวิตชีวา
การมีภูมิทัศน์ที่งดงามสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกียวโต ดึงดูดให้มีผู้มาเยือน ดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มโอกาสการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยว การสะสมความรู้ และอุตสาหกรรมพื้นบ้าน
นอกจากนี้ เมืองเกียวโตด้วยการนำของนายกเทศมนตรี ยังส่งเสริมแนวคิดที่ว่าภูมิทัศน์ของเกียวโตคือสมบัติของทุกคน
การพัฒนาสำนึกเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาทุกอย่าง เพราะว่าทุกคนมีส่วนได้เสียกับเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เนื่องจากมันมอบศักยภาพในการทำมาหากินทำให้มีการอยู่ดีกินดี และเหนือสิ่งอื่นใดคือความภาคภูมิใจที่ได้มอบมรดกให้กับคนรุ่นหลัง
[บางตอนจากข้อเขียนเรื่อง “ศึกษาโตเกียว เพื่ออยุธยา” ของ เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง มติชนสุดสัปดาห์ 1-7 ธันวาคม 2560 หน้า 44]
โครงสร้างอำนาจ
ภูมิทัศน์กับประวัติศาสตร์สังคม สอดคล้องเข้ากันได้ดี ไม่ว่าที่ไหนๆ ในโลก รวมทั้งอยุธยา (ถ้าลงมือทำ)
ทั้งนี้ด้วยความสามารถทางการบริหารจัดการที่เพียบพร้อมด้วยวิสัยทัศน์สากล จึงทำให้ตอบสนองเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นได้ไม่ยากนัก
แต่ในไทย โครงสร้างอำนาจการเมืองและสังคม เป็นปฏิปักษ์ต่อการบริหารจัดการเมืองเก่าและโบราณสถานทั่วประเทศ ไม่เฉพาะอยุธยา
ไทยไม่เหมือนใครในโลก ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเมืองโบราณและโบราณสถานในรัฐราชการของไทย มีคำตอบเป็นสูตรสำเร็จว่าไทยไม่เหมือนญี่ปุ่น หรือยุโรป-อเมริกา เพราะไทยไม่เหมือนใครในโลก จึงทำไม่ได้ และไม่ทำอย่างญี่ปุ่นหรือยุโรป-อเมริกา
จบข่าว

