หน้าแรก เด่นวันนี้ ลอกมาเล่า : ค...

ลอกมาเล่า : คัดไทย คิดฝรั่ง : โดย วิชัย ไพวงศ์

1.01.18 | 14:30 น.

ราชบัณฑิตแนะฟื้น “คัดไทย-เขียนไทย” (หัวข่าวหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2560 หน้า 17) เหตุจากผลการสอบขั้นพื้นฐาน ในระดับชั้น ป.6 ของปีการศึกษา 2559 นักเรียนเขียนและใช้คำภาษาไทยผิดความหมายค่อนข้างมาก และราชบัณฑิตสาขาภาษาไทย ท่านได้ออกความเห็นว่า… “การใช้ภาษาไทยกลาง (ภาษาไทยมาตรฐาน) ได้ถูกต้องอย่างแท้จริง จะต้องเรียนแล้วสอบด้วย… อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่แน่ใจว่าทุกวันนี้ในโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนวิชาคัดไทย และเขียนไทยอยู่หรือไม่…” และบทบรรณาธิการหนังสือ “ข่าวรามคำแหง” (ฉบับวันที่ 27 มีนาคม-2 เมษายน 2560 หน้า 3) นำไปเขียนกระเซ้าเย้าแหย่ว่า นักศึกษาวิชากฎหมาย ในมหาวิทยาลัยคงไม่เขียนหนังสือว่า “ค่าคนตายผิดกฎหมาย จนอยากจะข้าตัวตาย”

พูดถึงวิชาคัดไทยหรือที่เรียกว่าคัดลายมือ จะทำให้เก่งภาษาไทยหรือไม่ คงยังไม่มีงานวิจัยในเรื่องนี้ (หรือจะมีแต่ผมไม่ทราบ) แต่ผมมีประสบการณ์ในสมัยเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือ 2 ไม่แน่ใจ ประมาณพุทธศักราช 2498-2499 (สมัยนี้เรียกว่า ป.5-ป.6) โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ อยู่ข้างกระทรวงศึกษาธิการ

เวลานั้นผมอยู่ชั้น ม.1 หรือ ม.2 ห้อง ค.ควาย ซึ่งมีคุณครูสอาง เวียงสงค์ เป็นครูประจำชั้น ห้อง ค.ควาย มีนักเรียนคนหนึ่งเขียนหนังสือลายมือสวยมาก สมุดแต่ละเล่มของเพื่อนลายมือสวยจนผมแปลกใจ เพราะตัวผมก็ฝักใฝ่ตัวหนังสือ ตัวเลข สวยๆ งามๆ เช่นกัน เวลาคุณครูสอาง เวียงสงค์ ตรวจงาน นักเรียนจะมุงดูรอบโต๊ะ (ครูผมท่านใจดี) ท่านจะชื่นชมลายมือนักเรียนผู้นี้มาก (ความจริงพวกเราก็ชื่นชมกันทุกคน) ตัวผมเองก็กระหายคำชื่นชมเหมือนกัน จึงคอยสังเกตว่าเด็กชายวัย 11-12 ขวบ ผู้นี้มีเคล็ดลับอะไร หรือมีคาถาอาคม เวทมนตร์ใด ทำให้เขียนหนังสือสวยมากๆ

วันหนึ่ง ผมแอบเปิดกระเป๋าหนังสือเรียนของเด็กชายผู้นั้นดู เพื่อค้นหาความจริง (ผมต้องขออภัยเพื่อนที่ไม่ได้ขออนุญาต ณ โอกาสนี้ด้วย) ผมจึงถึงบางอ้อ เพราะเพื่อนมีคัมภีร์แสดงวิธีเขียนหนังสือไทยแบบต่างๆ จะเป็นคัมภีร์อักษรไทยวิจิตร หรืออักษรไทยประดิษฐ์นี่แหละเป็นคู่มือ

เพื่อนร่วมห้องเรียนสมัยนั้นของผม ทุกวันนี้เก่งทั้งภาษาไทย เก่งทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี กวีนิพนธ์ และอื่นๆ อีกมาก เขียนหนังสือดี มีคุณภาพมากมาย จนผมตามอ่านไม่ทัน เรียกว่าทั้งดี ทั้งเก่ง

Advertisement

แต่จะเกี่ยวกับการคัดไทย เขียนไทย หรือไม่ ก็ช่วยกันคิดเองเถิด หรือถ้าเจ้าตัวอ่านพบ ช่วยเขียนออกความเห็นก็ดี เพื่อนร่วมห้องเรียน ค.ควาย ผมคนนี้คือ

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ประจำปีพุทธศักราช 2536 ซึ่งรางวัลนี้มอบให้ศิลปิน นักคิด นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์ ผู้มีผลงานอันทรงคุณค่า มีชีวิตที่เป็นแบบอย่าง

พูดถึงภาษาไทยแล้ว ฝรั่งก็มีอีหรอบเดียวกัน ในหนังสือภาษากฎหมายไทยของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (ฉบับพิมพ์ ครั้งที่ 10 พุทธศักราช 2548 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์ หน้า 65) กล่าวว่า สมัยที่ท่านอยู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่านได้เคยถามพนักงานประจำรถ (น่าจะเป็นคนขับ) ประจำทาง ถึงสถานที่แห่งหนึ่งว่า จะต้องขึ้นรถประจำทางสายใดไป พนักงานประจำรถบอกว่า “บุ๋ซ นุม เบอร์ วุน” ท่านศาสตราจารย์ของเราก็คงงงเต๊กก้าวขาไม่ออก จึงถามซ้ำอีกสองสามครั้ง หมอก็ยังยืนยันเหมือนเดิม “บุ๋ซ นุม เบอร์ วุน” ตกลงเลยไม่ทราบว่าหมายความว่ากระไร

ต่อมาภายหลังจึงทราบจากภรรยาของท่าน (คุณหญิงคาเรน กรัยวิเชียร) ว่า พนักงานประจำรถคันนั้นคงเป็นชาวเมือง “ยอร์ค เชียร์” (York shire) เพราะออกเสียงสำเนียงพื้นเมือง

สำเนียงในภาษาอังกฤษที่เป็นแบบมาตรฐานนั้น (เคยได้ฟังมาว่า สำเนียงมาตรฐานต้องสำเนียงออกซ์ฟอร์ด) ต้องว่า “บัซ นัมเบอร์ วัน” (Bus number one) ซึ่งหมายถึงรถประจำทางหมายเลขหนึ่ง (รถเมล์สายหนึ่ง)

ที่อังกฤษอีกเหมือนกัน ยังมีภาษาพื้นเมืองอันมีเสน่ห์อีกประเภท แม้แต่คนอังกฤษในกรุงลอนดอนเองยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง คือ พวกค็อกนี่ ชาวค็อกนี่จะขายหนังสือพิมพ์ตามถนนในกรุงลอนดอน ยังร้องขายว่า “มิดดาย ป่ายเพอะๆ” ที่แท้ก็คือ “มิดเดย์ เพเพอร์” (Midday paper) หนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายนี่เอง

หนังสือดีมีมาตรฐานก็สนุก และได้ความรู้อย่างนี้แหละครับ ภาษากฎหมายไทยของท่านศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นหนังสือได้รับรางวัลหนังสือสารคดีดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2511 จากองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO)

พูดถึงคุณภาพ และมาตรฐานแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่า ก็หนังสือพิมพ์มติชนรายวันนี่แหละที่จั่วหัวว่า “หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ” และไม่ได้พูดลอยๆ ยังได้ประพฤติให้เห็นว่าคุณภาพ และมาตรฐาน (สิ่งที่ถือเอาเป็นหลัก สำหรับเทียบกำหนด) นั้นทำได้จริง

หนังสือ “ประวัติย่อของตัวผม สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง” ที่ท่าน รศ.ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย และท่านนรา สุภัคโรจน์ แปล สำนักพิมพ์มติชนพิมพ์เป็นหนังสือประเภทฟิสิกส์-ชีวประวัติ แต่อ่านสนุก และได้ความรู้ ทั้งยังได้รู้เห็นว่า เจ้าของประวัติเป็นคนเก่ง และเป็นคนดีด้วย เพื่อเน้นย้ำคำว่าคุณภาพ และมาตรฐาน บางครั้งเราอ่านหนังสือประเภทหนึ่ง แต่ไปได้ความรู้อีกอย่างหนึ่ง อย่างหนังสือเล่มนี้ ท่านอย่าพึงนึกว่าฟิสิกส์นั้นยุ่งยาก หรือจะยุ่งยากจริงก็ช่างเถอะ แต่เราจะได้ความรู้อีกอย่าง อย่างไม่คาดคิด

ตระกูลของ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง เป็นชาวเมืองยอร์คเชียร์ แล้วคนเมืองยอร์คเชียร์ มีสำเนียงเฉพาะตัวอันน่ารัก ออกเสียง “เอ” เป็น “อาย” ออกเสียง “อะ” เป็น “อุ” ตามที่ท่านศาสตราจารย์พิเศษธานินทร์ กรัยวิเชียร ท่านได้พบพานมา เราลองนึกดูนะว่า ถ้าท่านศาสตราจารย์สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ผู้โด่งดังจะได้บรรยายวิชาจักรวาลวิทยา ด้วยสำเนียงชาวเมืองยอร์คเชียร์ วิชาอันลึกลับมากด้วยจินตนาการนี้ จะสนุกสนานเพียงใด วิชาวิทยาศาสตร์ที่ว่านั้น ก็คงผ่อนคลายลงเป็นแน่แท้

เสียดาย ท่านพูดไม่ได้ เพราะแพทย์ตัดกล่องเสียงออก ไม่เช่นนั้นเราจะสนุก เพราะท่านจบจากออกซ์ฟอร์ด ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน และยังเป็นคนพื้นเพชาวเมืองยอร์คเชียร์ ซึ่งพูดอังกฤษสำเนียงพื้นเมือง

คุณภาพและมาตรฐาน มิได้เกิดขึ้นเอง ต้องมีการจัดการ

ในหนังสือ “ประวัติย่อของผม สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง” เมื่อกล่าวถึงเรื่องประวัติย่อของกาลเวลา (หน้า 96) บอกว่า ปีเตอร์ กัซซาร์ดี บรรณาธิการของสำนักพิมพ์แบนตัม เป็นคนทำงานจริงจังมาก

กัซซาร์ดี แก้ชื่อเรื่องจากประวัติสั้นของกาลเวลา เป็นประวัติย่อของกาลเวลา คือจาก Short เป็น Brief

กัซซาร์ดี ยังให้ฮอว์กิ้งแก้ไขต้นฉบับ เพื่อให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ท่านฮอว์กิ้งไม่มีทางอื่นต้องแก้สถานเดียว เท่านั้นยังไม่จบ เมื่อกัซซาร์ดีตรวจแล้วได้ขีดฆ่า และตั้งคำถามอีกมากมาย ย้ำว่า ฮอว์กิ้งต้องเขียนให้ชัดเจน เข้าใจมากกว่านี้

ยังไม่พอ เมื่อได้สำเนารูปเล่มแล้ว สำนักพิมพ์แบนตัมได้ส่งสำเนาต้นฉบับเล่มไปให้นักวิทยาศาสตร์อื่นวิจารณ์ จึงได้พบว่าหนังสือมีข้อผิดพลาดมาก อาทิ พิมพ์ภาพ และคำบรรยายภาพไม่ตรงกัน และมีผิดฝาผิดตัวอีกมาก

สำนักพิมพ์ต้องใช้เวลาแก้ไขอีก 3 สัปดาห์ ถึงจะพิมพ์ได้ ผลของคุณภาพ และมาตรฐานการดำเนินงาน ปรากฏว่าหนังสืออ่านสนุกมากขึ้น เป็นหนังสือตอบรับกระแสสังคม มีผู้ติดตามมากติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดของ เดอะนิวยอร์กไทม์ส ถึง 147 สัปดาห์ และลอนดอนไทม์ส 237 สัปดาห์ จำหน่ายได้มากกว่า 10 ล้านเล่ม และแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 40 ภาษา

ท่านศาสตราจารย์ฮอว์กิ้งถึงกับรำพึงว่า “ตอนนั้น ผมคิดว่ากระบวนการนี้คงไม่มีวันจบสิ้น (กัซซาร์ดีให้แก้แล้วให้แก้อีก) แต่ถูกของเขา หนังสือออกมาสนุก”

ซึ่งผมคิดว่า “เป็นความอัจฉริยะอย่างยิ่ง (ของกัซซาร์ดี) และน่าจะมีส่วนในความสำเร็จของหนังสือด้วย”

คุณภาพ และมาตรฐาน จะต้องมีอยู่ในทุกสาขาอาชีพ ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน จะมีเพียงได้มาตรฐานกับไม่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพกับไม่มีคุณภาพ แม้แต่ในอาชีพของคนตกปลาก็หายกเว้นไม่ คุณภาพ และมาตรฐาน จำเป็นต้องมี

ตัวอย่าง ตาเฒ่า ซันทิอาโก (บางท่านออกเสียงซานติอาโก) ในความทรงจำของคาร์ลอส กูเตียร์เรซ (ชาวประมงผู้เล่าเรื่องคนตกปลาให้เออเน็สต์ เฮมมิงเวย์ ฟัง) ในความทรงจำของความทรงจำ เออเน็สต์ เฮมมิงเวย์ ในเฒ่าผจญทะเล (the old man and the sea : ฉบับแปลโดย ดร.วิทย์ ศิวะศริยานนท์ ปกแข็ง ราคาเล่มละ 20 บาท พิมพ์ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิวพร พุทธศักราช 2500)

ความสนุกสนานของเรื่อง ความดีงามของเรื่อง จนผู้ประพันธ์ได้รับเกียรติตีพิมพ์เรื่องลงนิตยสารไลฟ์รวดเดียวจบในฉบับกันยายน ค.ศ.1952 (อยากรู้ พ.ศ.ก็บวก 543) ถึง 5 ล้านกว่าฉบับในเวลาแค่สี่สิบแปดชั่วโมง

ผมว่านี่ก็ตื่นเต้นเอาการ

แต่เรายังอยู่ในหมวดคุณภาพ และมาตรฐานของคนตกปลา

ตาเฒ่า ซันทิอาโก มีวิธีวางเบ็ดได้คุณภาพ และมาตรฐาน (ทางทะเล) อย่างไร ?

ก่อนอื่นสายเบ็ดของตาเฒ่า ซันทิอาโก ต้องโตขนาดแท่งดินสอขนาดใหญ่ ถึงจะเย่อกับปลาใหญ่ได้ และต้องมีสายเบ็ดสำรองขนาดความยาว 40 ฟาธอม (1 ฟาธอม = 1.83 เมตร) อีกหลายขด

เหยื่อที่ใช้ตกปลา ตาเฒ่าใช้เหยื่อเก่าที่ยังไม่เน่าสองสาย แล้วเกี่ยวทับด้วยปลาซาดีนขนาดเล็ก สดๆ

เบ็ดตัวที่หนึ่งใช้เหยื่อเก่าทับด้วยปลาซาดีนสดช่วยชูกลิ่น และเพิ่มความน่ากิน วางในระดับความลึก 40 ฟาธอม

เบ็ดตัวที่สอง ใช้เหยื่อเก่าทับด้วยปลาซาดีนสด เหมือนสายแรก วางในระดับความลึก 75 ฟาธอม

เบ็ดตัวที่สาม ใช้เหยื่อปลาโอสดทับด้วยปลาซาดีนสด วางในระดับความลึก 100 ฟาธอม

เบ็ดตัวที่สี่ ใช้เหยื่อปลาโอสดทับด้วยปลาซาดีนสด วางในระดับความลึก 125 ฟาธอม (หน้า 25 – 26)

ไม่ว่าปลาตัวไหนที่ผ่านมาในระดับใด จะต้องพบเบ็ดของตาเฒ่าวางล่ออยู่แล้ว และประการสำคัญต้องให้เบ็ดอยู่ในตำแหน่งที่วางล่อไว้ ไม่ปล่อยให้สายเบ็ดลอยไปตามกระแสน้ำ

แม้จะไม่ได้ปลามานานถึง 84 วันแล้ว แต่ตาเฒ่าก็รักษาคุณภาพ และมาตรฐานการวางเบ็ดอย่างเคร่งครัด “แม้จะยากไร้ในทรัพย์ ร่างกายผุกร่อน และมีความชรามาเยือน แต่ตาเฒ่า ซันทิอาโก ก็มั่นคงในมาตรฐานวิชาชีพยิ่งนัก ไม่เปลี่ยนแปลง”

หนังสือเล่มเล็กๆ ขนาด the old man and the sea ถึงกับทำให้เออเน็สต์ เฮมมิงเวย์ ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี ค.ศ.1954 อันถือว่าเป็นรางวัลสูงสุดที่นักประพันธ์จะพึงได้

[ลอกมาเล่า จากเฒ่าผจญทะเล ฉบับแปล และเรียบเรียงโดย ดร.วิทย์ ศิวะศริยานนท์ พุทธศักราช 2500 และเป็นหนังสือที่ประทับตราด้วยหมึกแดงว่า “ด้วยอภินันทนาการจากสำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ ประเทศไทย”]

ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอตอบแทนด้วยอภินันทนาการ แด่การตัดสินใจของประชาชนชาวอเมริกันที่เลือกท่าน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และผมก็เข้าใจเอาเองว่าท่าน และโดยเฉพาะท่านประธานาธิบดี คงจะได้ชื่นชมในหนังสือ the old man and the sea ของเออเน็สต์ เฮมมิงเวย์ ซึ่งมีคุณภาพ และได้มาตรฐาน จนผมรำลึกถึงความคำนึงของตาเฒ่า ซันทิอาโก ว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร (หน้า 119)

“…ปลาเอ๋ย ข้าเสียใจ ที่ออกไปไกลฝั่งเกินไป จนทำเอาทั้งข้า และเจ้าย่อยยับถึงขนาดนี้…”

วิชัย ไพวงศ์
ที่ปรึกษาสำนักบริหารงาน
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2549-2551)