นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ที่ตนหายเงียบไป 3-4 วันเพื่อกำกับการป้องกันแก้ไขผลกระทบจากการต้องเร่งปิดรันเวย์ซ่อมฉุกเฉินที่ภูเก็ต เพราะมีรอยกระแทกพื้นที่ต้องเร่งแก้ไขไม่ให้เกิดการคับคั่งรอคิวนานจนมีปัญหา
“รอจน 7 โมงเช้าวานนี้ก่อนเริ่มประชุมครม.เราก็สามารถปล่อยเครื่องเข้าออก จากนั้นจะทยอยคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งเครื่องที่รอออกเวลาใหม่สุดท้ายคือเมื่อวานบ่าย ความห่วงวิตกจึงหมดไป จนท. ทุกฝ่ายกลับที่ตั้งหมดคืนสู่สภาวะปกติแล้วครับ”

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ภูเก็ตรับเครื่องวันละ 700 ไฟลท์นับว่ามากเกินคาดจริงๆ การต้องดำเนินการเบียดเวลาเครื่องบินที่ไม่สามารถมาขึ้นลงระหว่างตีสองถึงเจ็ดโมงเช้าเป็นเวลา 2 คืนนั้น แปลว่าเราต้องเอาผู้โดยสารหมื่นคนเศษจาก 143 เที่ยวบินที่ถูกกระทบในช่วงที่รันเวย์ต้องซ่อมมาเข้าออกร่วมกับบรรดาเที่ยวบินในช่วงเวลาปกติจึงเป็นความท้าทายมาก เพราะพื้นที่รองรับแถวการเช็คอินการตรวจตัวผู้โดยสาร การตรวจตม การรอขึ้นเครื่อง ต้องพยายามให้ไม่คั่งค้างมากที่สุด ตลอดเวลาผ่านมา และเมื่อตม.นั่งเต็มทุกช่องตรวจ ก็ทำให้ผู้โดยสารที่รอคิว ไม่อารมณ์เสียด้วย สำหรับคืนวันอาทิตย์ได้ขยับเบี่ยงเวลาการขึ้นลงระหว่างตีสองถึง 7 โมงเช้า 66 ไฟลท์ และเมื่อคืนวันจันทร์ขยับเบี่ยงเวลาเข้าออกอีก 78 ไฟลท์
“เราระดมแจ้งบริษัทนำเที่ยว ระดมขอการสนับสนุนจากสมาคมโรงแรมในพื้นที่ บ้างก็ให้เร่งส่ง
บ้างก็ให้หน่วงเวลารออย่ารีบส่งนักท่องเที่ยวมาสนามบินภูเก็ต เพื่อบริหารความแออัดไม่ให้มีสูงเกินรับได้ตลอดทั้งวัน ทั้ง 3 วันที่ผ่านมา ทีมหน้างานทั้งท่องเที่ยว ทีมTACหรือจนท.ดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ตร.ท่องเที่ยว ตม.การท่าฯ หอบังคับการวิทยุการบิน ผู้ว่าราชการภูเก็ต กงสุลจีน และสายการบิน ร่วมมือในเหตุเร่งด่วนครั้งนี้อย่างดีเเละ บริหารการสื่อสารกับผม รมว.คค.และรมช.คค.ตลอดทุกชั่วโมง จึงขออนุญาตชมเชยมาให้รับทราบ”

นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า วิกฤตเล็กๆครั้งนี้ผ่านไปได้ และให้บทเรียนว่าจะต้องเร่งสร้างคู่มือการรับสถานการณ์ฉุกเฉินทำนองนี้ไว้ใช้ในอนาคต และควรมีการทบทวนซักซ้อมเป็นระยะ ในตปท.เรียกว่า Standard procedure เพื่อให้การท่องเที่ยวกับภาคบริการการคมนาคมทางอากาศสามารถปรึกษากันแจ้งเตือนเหตุร่วมระดมกำลัง ประสานการรับมือลดแรงกระทบได้อย่างมืออาชีพที่สุด
“ผมได้งานสถานการณ์ให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ทราบทุกระยะตั้งแต่เริ่มเหตุจนผ่านพ้นจบเหตุการณ์ เราเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางหนาแน่นและโตเร็วติดอันดับโลกแล้วการพัฒนาฝีมือการบริหารจัดการ จึงต้องเข้มแข็งให้ล้ำหน้าไปไม่หยุดให้ได้มากที่สุด ขอขอบคุณผู้ร่วมประสานและบริหารเหตุฉุกเฉินที่อดนอน มารวม 3 วันที่ผ่านมา” นายวีระศักดิ์ กล่าว


