การะเกด มีทั้งชื่อดอกไม้และชื่อคน (ทั้งหญิง-ชาย ไม่จำกัดเพศ)
ความเป็นมาแท้จริงมียังไง? ยังไม่ยุติ และไม่จำเป็นต้องหาข้อยุติ เพราะยิ่งมีทักท้วงถกเถียงมากเท่าไร ข้อมูลความรู้ยิ่งกว้างขวางมากขึ้นเป็นพะเรอเกวียน
ล่าสุดมีผู้รู้ชี้ว่าการะเกดควรเป็นคำมีรากจากคำเปอร์เซีย (อิหร่าน) ซึ่งผมเลื่อมใสอย่างยิ่งในขณะนี้ แต่ยังมึนๆ จึงขอเวลาทำความเข้าใจมากๆ กว่านี้แล้วจะเขียนเล่าสู่กันอ่าน


วัยรุ่นดูหนังไทย
วัยรุ่นเรียนมัธยม ผมหมกมุ่นดูหนังไทยแทบทุกเรื่อง (ซึ่งมีไม่มากเหมือนยุคนี้) ค่าดูต่ำสุด 3.50-5.00 บาท
ขณะนั้น พ.ศ. 2501 ผมอายุสิบกว่าขวบ เรียนมัธยมต้น (ปัจจุบันประถม 6-7) ดูหนังไทยเข้าใหม่เรื่องการะเกดที่ศาลาเฉลิมกรุง
จำได้ไม่หมด แต่ที่เขียนนี้มีข้อมูลจากหนังสือ “ภาพยนตรานุกรมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2500-2509” (โดม สุขสวงศ์, ทิพย์วัลย์ ประยูรสุข บรรณาธิการ) ของหอภาพยนตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
หนังไทยเรื่องการะเกด
การะเกด เป็นหนังไทยยุค 16 มม. (พากย์โดย รุจิรา, มารศรี อิศรางกูร) ฉาย 2 โรงพร้อมกัน ที่เฉลิมกรุง (อยู่ใกล้วังบูรพา) กับเฉลิมบุรี (อยู่ใกล้เยาวราช)
พิศมัย วิไลศักดิ์ เป็นนางเอกชื่อ การะเกด
ลือชัย นฤนาท เป็นพระเอก
กำกับโดย สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์
บทประพันธ์ของ อิงอร (ครั้งแรกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม) มีแกนของเรื่องอยู่ที่ความรัก ดังถ้อยคำพรรณนาว่า
“ขอให้ความรักจงสถิตสถาพรต่อไป ทั้งหัวใจของผู้ที่อยู่สูง และผู้ที่อยู่ต่ำ เพราะ…รักนั้นสามารถชะลอความต่ำให้สูง และความสูงให้ต่ำ”
การะเกด (นางเอก) เป็นนางรำนางละคร เปิดตัวด้วยการรำฉุยฉายพราหมณ์จึงพบพระเอก แล้วเรื่องทั้งหลายก็ดำเนินไปโดยมีเหตุการณ์ทางการเมือง แล้วสอดแทรกด้วยนาฏศิลป์ที่ผู้แสดงบทนี้คือ พิศมัย วิไลศักดิ์ ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบนาฏศิลป์ กรมศิลปากร แล้วโด่งดังด้วยลีลารำฉุยฉายพราหมณ์ที่ถูกโปรโมตในหนังไทยหลายเรื่อง
เจ้าการะเกด
เจ้าการะเกดเอย
ขี่ม้าเทศ ไปท้ายวัง
ชักกริชออกมาแกว่ง จะแทงฝรั่ง
ใครห้ามก็ไม่ฟัง เจ้าการะเกดเอย
เป็นเพลงร้องเล่นแบบด้นในยุคก่อนๆ ที่กำหนดแน่นอนไม่ได้ว่ายุคไหน ร้องด้นสบายๆ แบบร้องเนื้อเต็มยุคอยุธยา ใส่ทำนองอะไรก็ได้ที่ชอบ มีเครื่องบรรเลงยังไงก็ได้ที่สะดวก ถ้าไม่มีก็ปรบมือเข้าจังหวะช้าเร็วตามต้องการ ไม่มีกำหนดตายตัว จะใส่แร็พหรือฮิปฮอพก็ได้ สนุกด้วย
กระทรวงศึกษาธิการควรกำหนดเป็นเพลงร้องตามหลักสูตร เพื่อนักเรียนเลือกตามถนัด โดยไม่ถูกผูกมัดหรือถูกบังคับต้องร้องเพลงเถาเอื้อนมากลากยาวเท่านั้นที่ใครๆ ก็ต้องพากันหนี
เพลงเถาเป็นประเพณีประดิษฐ์ใหม่โดยคนชั้นสูงสมัย ร.4, ร.5 จึงไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้
แต่ร้องเนื้อเต็มแบบเจ้าการะเกด มีมาพร้อมภาษาไทยและคนไทย หรืออาจมีก่อนด้วยซ้ำตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา

