ข่าวการสรรหาข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารส่วนท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่เพิ่งประกาศผลการสอบภาคความรู้ความสามารถ (ข้อเขียน) มาตั้งแต่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นกระแสอีกครั้ง
จากแถลงการณ์ของสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 6 องค์กรภาคเครือข่ายข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น “ที่ไม่ยอมรับผลคัดเลือก” และเรียกร้องให้คณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย ก.จ.ก.ท. และก.อบต.ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน สั่งการให้มีการระงับประกาศผลการสอบคัดเลือกไว้เป็นการชั่วคราว และสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ประเด็นหลักๆ ของการคัดค้านตามที่นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นฯ ออกมาแถลง เห็นว่า “ข้อสอบอัตนัยไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งและประกาศรับสมัครสอบ การตรวจข้อสอบอัตนัยมีข้อสงสัยหลายประการ สมาคมได้ตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาในเบื้องต้นมีความเห็นว่า การดำเนินการจัดสอบของคณะอนุกรรมการสรรหา มีความบกพร่องตามข้อร้องเรียน รวมทั้งยังมีข้อบกพร่องอื่นๆ จากนั้นกรรมการจึงมีมติไม่ยอมรับผลการสอบคัดเลือกข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหาร”
โดยผลที่ประกาศออกมามี ผู้สอบผ่านเพียงแค่ 1,898 คน หรือร้อยละ 9.07 จากคนเข้าสอบทั้งหมด 20,925 คน ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าสอบ “คาใจ”
ซึ่งการสอบครั้งนี้ดำเนินการโดยคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. คะแนนเต็ม 100 ข้อสอบมี 2 ส่วน คือ ปรนัย 60 ข้อ 60 คะแนน และอัตนัย หรือข้อเขียน 40 คะแนน มี 1-2 ข้อแล้วแต่ตำแหน่งที่สอบเช่น ปลัดระดับสูง สอบ 1 ข้อ ปลัดระดับกลาง 2 ข้อ
ว่ากันว่าประเด็นที่ผู้เข้าสอบคาใจ มากสุดคือ คะแนนข้อสอบ “อัตนัย” ที่ได้น้อย หลายคนระบุว่าทำข้อสอบส่วนนี้ได้ เนื่องจากคำถามเกี่ยวข้องกับนโยบายที่ได้ปฏิบัติกันดีอยู่แล้ว เช่น นโยบายจังหวัดสะอาด ท่านมีวิธีการในการปฏิบัติงานอย่างไร, การลดปริมาณขยะให้ลดลง 30% ท่านมีวิธีการอย่างไร โดยเฉพาะการลดปริมาณขยะต้นทาง เป็นต้น
แต่คะแนนที่ออกมากลับตรงกันข้าม ทำให้เมื่อนำคะแนนไปรวมกับคะแนนสอบปรนัยผลรวมไม่ถึงเกณฑ์ที่ผ่านการสอบที่ร้อยละ 60
นอกจากนี้ ยังมีความคาใจในเรื่องความเหลื่อมล้ำที่กำหนดหลักเกณฑ์ประกาศสรรหาให้ปลัดระดับสูง ไม่มีเกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 60 แต่ระดับกลางและระดับต้น ต้องผ่าน ทำให้ผู้เข้าสอบในตำแหน่งปลัดระดับสูงผ่านข้อเขียนทุกคน
ทั้งประเด็นข้อสอบอัตนัย และเกณฑ์การสรรหาที่ถูกมองว่าเหลื่อมล้ำ “นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การตรวจให้คะแนน อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบจะสุ่มกระดาษคำตอบมาตรวจ โดยไม่ดูชื่อผู้ตอบ เพื่อไม่ให้เกิดอคติในการตรวจ โดยจะตรวจพิจารณาคำตอบอย่างคร่าวๆ ก่อน แบ่งคุณภาพของการตอบของผู้ตอบออกเป็นกลุ่มๆ เช่น ดีมาก ดี ปานกลาง ค่อนข้างดี ยังใช้ไม่ได้ จากนั้นอาจารย์ที่ตรวจจะตรวจข้อสอบของแต่ละกลุ่มอีกครั้ง แล้วให้คะแนน และนำคะแนน มาเรียงลำดับโดยวิธีการจัดอันดับคุณภาพ
“กรรมการตรวจข้อสอบ เป็นคณาจารย์ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการปกครองท้องถิ่นและเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์โดยทั่วไป”
ส่วนการกำหนดเกณฑ์ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนั้น “ไม่มีตก เป็นการทดสอบสมรรถนะ แต่มีเรียงลำดับคะแนน หมายความว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เลื่อนระดับ”
การสรรหาผู้บริหารส่วนท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นผลจากคำสั่ง ม.44 ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ดึงอำนาจจากท้องถิ่นมาให้ส่วนกลางดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาเส้นสาย การทุจริต ที่เกิดขึ้นในอดีต
ฉะนั้น ประเด็นความเคลือบแคลงใจที่เกิดขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องออกมาสร้างความชัดเจน เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่า การสรรหาคราวนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหา

