หน้าแรก เด่นวันนี้ สมาชิกหด&#823...

สมาชิกหด…เงินสะพัด…ควบรวมพรรค

4.06.18 | 08:04 น.

31 พฤษภาคมที่ผ่านมาสิ้นสุดเดดไลน์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้พรรคการเมืองเดิม แจ้งยืนยันยอดสมาชิกพรรค จากยอดพรรคเก่าที่ยังดำเนินการอยู่ 69 พรรค แต่มี 46 พรรคที่แจ้งยืนยันยอดสมาชิก

ปรากฏว่าสมาชิกพรรคลดฮวบกันถ้วนหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ยอดเดิม 2,895,747 คน ยืนยันแค่ 97,755 คน หายไป 2.79 ล้านคน พรรคเพื่อไทย จาก 134,748 คน ยืนยันเพียง 9,705 คน หายไป 1.25 แสนคน พรรคชาติพัฒนา จาก 19,563 คน แจ้งยืนยัน 5,583 คน หายไป 1.39 หมื่นคน

พรรคชาติไทยพัฒนา จาก 26,022 คน ยืนยัน 2,886 คน หายไป 2.3 หมื่นคน พรรคความหวังใหม่ จาก 13,295 คน ยืนยัน 2,168 หายไป 1.1 หมื่นคน และพรรคภูมิใจไทย จาก 153,071 คน ยืนยันแค่ 934 คน หายไป 5.2 หมื่นคน

สมาชิกที่หดหายด้วยหลายเหตุปัจจัย ทั้งบางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคนั้นตั้งแต่เมื่อไร และที่แน่ๆ คือไม่มีใครอยากจ่ายสมาชิกพรรค แม้จะแค่ 100 บาทก็เถอะ

เมื่อสมาชิกลดฮวบ แต่ละพรรคจึงต้องเร่งหาสมาชิกเพิ่ม ทั้่งพรรคเก่าและพรรคใหม่ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ด้วยกฎเกณฑ์ใหม่ในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ต้องผ่านการทำไพรมารีโหวต

Advertisement

นั่นคือต้องผ่านการพิจารณาจากสาขาพรรค ซึ่งจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน หรือจากตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน

หากจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งครบทั้ง 350 เขต จะต้องมีสมาชิกพรรคอย่างต่ำจังหวัดละ 100 คน 77 จังหวัดก็ 7,700 คน

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังกำหนดให้มีสาขาพรรคในแต่ละภาคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

เมื่อแต่ละพรรคต้องหาสมาชิกให้ได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นโอกาสทองของ “หัวคะแนน” ที่จะไปช่วยหาคนมาเป็นสมาชิกพรรค

ถ้าจะใช้เพียงลมปากไปหว่านล้อมให้คนมาเป็นสมาชิกพรรค คงไม่ได้ผลแน่ มันต้องมีสิ่งล่อใจบางสิ่งบางอย่างถึงจะสำเร็จ ก็ว่ากันไปหัวละเท่าไร ยิ่งแย่งกันหาสมาชิก ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น

ดังนั้น นับจากนี้ไปเชื่อว่า “เงินจะสะพัด” ทั่วประเทศ เป็นการกระจายรายได้ดียิ่งกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเสียอีก

แม้พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองจะมีข้อห้ามทั้งผู้ให้และผู้รับ ในการสมัครสมาชิกพรรค ซึ่งมีโทษทั้่งจำคุก 5 ปี หรือปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

หากเป็นผู้สมัครเลือกตั้งด้วยโทษก็หนักขึ้น เป็นจำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งด้วย

แต่เชื่อว่าเป็นแค่ “เขียนเสือให้วัวกลัว” ไม่อาจสกัดกั้นให้แต่ละพรรคต้องเล่นเกมใต้ดินใช้เงินมาช่วยดึงคนมาเป็นสมาชิกพรรคได้

เมื่อสภาพการแข่งขันกันสูงทั้งพรรคเก่า 69 พรรค และพรรคใหม่ 106 พรรค แต่ด้วยบางพรรคมีจุดยืนใกล้เคียงกัน เป็นพันธมิตรกันกลายๆ ดังนั้นเพื่อการลดต้นทุนของพรรค อาจได้เห็นการ “ควบรวมพรรค” ที่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเปิดช่องไว้ให้ เพราะขณะนี้ยังไม่มีพรรคใดมีส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร

เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามพัฒนาการของอุณหภูมิการเมืองที่เริ่มร้อนแรงขึ้น ก่อนจะมีการเลือกตั้งต้นปี 2562