หน้าแรก เด่นวันนี้ บทความ พ.ต.ท....

บทความ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ Straight Shooter บุคคลแห่งยุค : โดย ชยานันต์ ศุกลวณิช

12.06.18 | 13:00 น.

กรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ร้องทุกข์ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป กรณีพบทุจริตเงินทอนวัดนั้น เป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่เพราะทำให้ศาสนาเสื่อม

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็นสัจธรรมว่า ศาสนาจะเสื่อมก็เพราะพระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

แม้การดำเนินคดีอาญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “บุคคลที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด”

แต่ในชั้นสอบสวนของตำรวจพบว่าคดีมีมูล “พ.ต.ท.พงศ์พร” จึงไปแจ้งความร้องทุกข์พระชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามระบบกล่าวหา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบ

และแม้ยังไม่มีคำพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดจริงก็ตาม

Advertisement

แต่กรณีละม้ายกับการเห็นน้ำกระเพื่อมย่อมแสดงว่าในน้ำอาจมีปลาหรือสัตว์อื่นๆ ก็ได้

มีพระชั้นผู้ใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “การแจ้งความกล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ครั้งนี้ เป็นเรื่องใหญ่ในวงการสงฆ์ สร้างความเสียหายแก่พระเถระทั้ง 5 รูป อาจทำให้คนหลายกลุ่มไม่พอใจจึงไม่อยากให้เหตุบานปลาย และเกิดความรุนแรง”

ไม่เห็นพ้อง

เพราะชาวพุทธทุกคนนับถือเคารพ สักการะและบูชาศาสนาของตนอยู่แล้ว คำสัมภาษณ์ของพระคุณเจ้านี่แหละที่จะทำให้เหตุการณ์บานปลายและรุนแรง

เข้าทำนอง “เถร” นำ “ชี” ตาม ดังข่าวที่ว่ามีคนส่วนหนึ่งไม่พอใจ และจะมีม็อบพระด้วย

ถ้ามีจริง ก็ไม่เห็นพ้องอีก เพราะหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มีว่า การนับถือพระคือการประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่ให้นับถือความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ให้อ้อนวอนขอร้อง

พระชั้นผู้ใหญ่ พระภิกษุ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน ล้วนเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ควรต้องเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น และธรรมของพระองค์นั้นผู้ประพฤติปฏิบัติย่อมรู้เห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ทำความดีเมื่อใดย่อมได้รับผลเมื่อนั้น

ฉะนั้น การก่อม็อบนั้น จึงมิใช่กิจของสงฆ์

การที่ “พ.ต.ท.พงศ์พร” ร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งมี 3 รูปเป็นกรรมการในมหาเถรสมาคมนั้น ล้วนเป็นข้อหาเดียวกันคือ “การกระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม” ซึ่งทั้ง 3 รูปมี “อำนาจ” การบริหารในมหาเถรสมาคม

นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ “Lord Acton” มีอมตะวาจาว่า “Power tends to corrupt; absolute power corrupts absolutely” (อำนาจทำให้ฉ้อฉล อำนาจสมบูรณ์ ฉ้อฉลสมบูรณ์)

มีคนที่ศรัทธาพระชั้นผู้ใหญ่จนแยกไม่ออกว่าอะไรผิดอะไรถูกถึงไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า มีคนไม่พอใจที่ “พ.ต.ท.พงศ์พร” ไปแจ้งความกล่าวโทษกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความผิด ท่านนายกฯจะปลดหรือไม่ ท่านสวนกลับว่า “ปลดข้อหาอะไร”

นอกจากนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาตอนหนึ่งที่กินใจสรุปได้ความว่า “ใครจะทำผิดทำถูกย่อมรู้อยู่แก่ใจเพราะความเสื่อมมันเกิดขึ้นแล้วในจิตใจหิริโอตตัปปะ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด หมายความว่า ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป”

เป็นอมตะวาจา ให้ข้อคิดเตือนสติมนุษย์

ควรแก่การสรรเสริญ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยเนื้อหาสาระที่สร้างสรรค์และตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องมีข่าวว่าจะมีม็อบพระ เพราะมีการกล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่นั้นว่า “ม็อบพระก็ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายไม่เห็นกฎหมายห้ามจับพระ ทำคดีไม่กังวล กังวลถ้าดำเนินคดีกับพระดี แต่พระไม่ดี พระเลว ก็ไม่เห็นมีอะไร ปกติ”

ควรแก่การชื่นชม

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ยืนยันถึงซึ่งทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส โดยปราศจากอคติ 4 ประการ คือ

ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ โมหาคติ

สรรเสริญและชื่นชมยังไม่พอ ต้องสดุดีด้วย

ส่วน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ย่อมถือเป็นวีรบุรุษในการแจ้งความกล่าวโทษกับพระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีมูลความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนฯ ทั้งนี้ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมไม่เกรงกลัวอำนาจหรืออิทธิพลใดๆ เชิดชูให้เป็นปูชนียบุคคล และเป็น “บุคคลแห่งยุค”

ดัดจริตใช้เป็นภาษาฝรั่ง “พ.ต.ท.พงศ์พร” ก็คือ “Straight Shooter”

ชยานันต์ ศุกลวณิช