เมื่อสังคมตระหนักรู้ว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเป็นหน้าที่และพันธกิจสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ที่ต้องตอบสนองความต้องการดังกล่าวของประชาชนให้ได้
เช่น ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี ที่แม้ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ ให้นั่งเก้าอี้ “นายกเล็ก” ได้ไม่ถึงปี แต่ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชาวนครรังสิตอุ่นใจได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการโควิด-19 ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ปรังปรุงคลองรังสิตสู่คลองสวย-น้ำใส ขาดไม่ได้คือการวางแผนปั้นนครรังสิตสู่การเป็นสมาร์ท ซิตี้
“เลือกผมมาแล้ว ก็ต้องใช้ผมให้เต็มที่” เขาย้ำหนักแน่น
เก็บเกี่ยวประสบการณ์สารพัดแบบ
“นายกโบว์ลิ่ง” ที่ชาวนครรังสิตเรียกขานจากชื่อเล่น เป็นลูกชายของ “บิ๊กแจ๊ส” พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ผ่านการทำงานมาหลายรูปแบบ ทั้งธุรกิจส่วนตัว จนเข้าสู่วงการกีฬาด้วยการเป็นผู้จัดการทีมสิงห์ท่าเรืออยู่ราว 2 ปี ระหว่างนั้นเรียนจบปริญญาเอกพอดี เส้นทางชีวิตเลยพลิกไปเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
“ผมไม่เคยคาดหวังว่าจะมาตรงนี้ และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาลงการเมือง แต่ด้วยสิ่งที่เราได้ความรู้จากหลายงานที่เราทำ ทั้งเชิงบริหาร เชิงวิชาการ และจากการได้ติดตามพ่อไปตามที่ต่างๆ เห็นพ่อทำจิตอาสามาตลอด อย่างตำรวจใกล้ชิดประชาชน ต้องบริการประชาชน เลยคิดว่าเรามีความรู้ความสามารถหลายด้านที่สั่งสมมา น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ จึงลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เลือกผม”
ความที่ครอบครัวของตรีลุพธ์อยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมานาน อีกทั้ง “บิ๊กแจ๊ส” ก็เคยเป็นสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์มาก่อน ทำให้เขาคุ้นเคยและเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในพื้นที่มาตลอด
เมื่อได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีในปี 2564 ตรีลุพธ์จึงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง พร้อมวางแผนพัฒนานครรังสิตให้ดีขึ้น
สำนักงานสีเขียว
ไม่ว่าจะติดต่อธุระทางราชการอะไร ประชาชนในพื้นที่นครรังสิตเป็นต้องได้มาเยือนสำนักงานเทศบาลนครรังสิตอย่างน้อยสักครั้ง
ตรีลุพธ์เล่าว่า ภายในสำนักงานเทศบาลนครรังสิต แบ่งการให้บริการเป็นเคาน์เตอร์ชัดเจน เช่น ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายภาษี ฯลฯ ออกแบบพื้นที่ให้ดูโปร่ง สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อย่างการใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า เพื่อลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ รวมทั้งมีสวน สร้างความสบายตาสบายใจด้วยสีเขียว
การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมนี้เอง ทำให้สำนักงานเทศบาลนครรังสิตได้รับมอบโล่จากอุปทูต คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโครงการ “การบูรณาการสีเขียวกระแสหลักของประเทศไทย : การเปลี่ยนแปลงจากนโยบายสู่การปฏิบัติ”
“เราเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่ โดยเทศบาลนครรังสิต มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากเดิม 4% เป็น 80% ของงบประมาณทั้งปี” ตรีลุพธ์ บอก

ศูนย์แยกกักในชุมชน ที่เทศบาลนครรังสิตเตรียมไว้รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19
เน้นเชิงรุก เสริมตั้งรับ แก้ปัญหาโควิด
ช่วงที่ตรีลุพธ์เข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรี โควิด-19 ยังระบาดต่อเนื่อง กลายเป็นความท้าทายอีกเรื่องที่ต้องรับมือ สิ่งที่เขาทำคือ วางนโยบายดูแลและป้องกันโควิดด้วยการเน้นเชิงรุก เสริมตั้งรับ เช่น ลงพื้นที่ตรวจแรพิด เทสต์ ดูไทม์ไลน์ของประชาชนที่ติดเชื้อโควิด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ
เขายังทำศูนย์แยกกักในชุมชน (คอมมูนิตี้ ไอโซเลชัน) ซึ่ง “นายกโบว์ลิ่ง” ให้รายละเอียดว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงที่มีการแพร่ระบาด แม้จะมีโรงพยาบาลสนามอยู่เยอะ แต่ก็ไม่เพียงพอ เทศบาลนครรังสิตจึงทำศูนย์ดูแลผู้ป่วยชุมชน รองรับได้สูงสุด 200 เตียง ซึ่งจำนวนผู้ป่วยสูงสุดที่เคยมาศูนย์ฯ นี้ คือกว่า 70 รายในวันเดียว
ศูนย์ดูแลผู้ป่วยชุมชนที่ตั้งขึ้น แยกส่วนชายหญิงชัดเจน มีห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วยหนัก รวมทั้งลดการสัมผัสระหว่างผู้ป่วยกับเจ้าหน้าที่ ด้วยการใช้หุ่นยนต์วิ่งเติมยา โดยมีเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์จากห้องควบคุม พร้อมรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์ฯ ด้วยการติดตั้งกล้องทุกมุมไม่ให้มีมุมอับ
ส่วนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ ก็ให้กักตัวที่บ้าน (โฮม ไอโซเลชัน) โดยเทศบาลนครรังสิตส่งอาหารและยาให้ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามผล
“เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด เรามีทำริสต์แบนด์ให้สวมใส่ เพื่อแสดงว่าได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม ช่วยสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นได้ อย่างไรก็ตาม แม้พี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานีจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว 90% แต่เราต้องไม่ประมาท ต้องช่วยกันดูแล
“เมื่อได้รับวัคซีนครบ ความเชื่อมั่นในพื้นที่ก็กลับมา แล้วเราก็ช่วยกันส่งเสริมให้ทุกคนใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนรังสิตอย่างมาก เราขอแรงจากทางไหน ทุกคนพร้อมช่วยเราหมด เป็นสิ่งที่พวกเราตื้นตันใจมาก” นายกเทศมนตรีนครรังสิต บอก

คลองรังสิตในปัจจุบัน
ปรับปรุงคลองรังสิต สู่คลองสวย น้ำใส
ขยะและสิ่งปฏิกูลในคลองรังสิต เป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักที่นายกเทศมนตรีนครรังสิตลุยแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งตรีลุพธ์เล่าว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่ง ก็รับมอบนโยบายจากนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ต้องการให้จังหวัดปทุมธานีมีคลองสวย น้ำใส จึงดำเนินการขุดลอกคูคลอง เอาผักตบชวา ขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ออก
ทำให้จากเดิมที่มีผักตบชวาและขยะเต็มคลอง ส่งผลให้น้ำเน่าเหม็น ตอนนี้คลองรังสิตกลับมาสะอาด เป็นที่ชื่นตาชื่นใจของชาวรังสิตดังเดิม
“เราต้องลงมือทำอย่างเร็วที่สุด เพราะปัญหาขยะมีผลต่อการระบายน้ำตรงประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ถ้าขยะไปอุดตันท่อข้างล่าง ก็ต้องปิดการเดินเครื่อง แล้วให้คนลงไปเอาขยะออก ระหว่างนั้นระดับน้ำก็จะสูงขึ้น ส่งผลกระทบไปหมด
“ดังนั้น เราจึงบูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ไม่ให้ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงคลอง
“เราเห็นความมีน้ำใจของพี่น้องประชาชนที่มาช่วยกันเก็บขยะ บางคนเอาข้าวเอาน้ำมาเลี้ยงพนักงาน เราก็ตื้นตันใจ ดีใจ ตอนนี้ส่วนใหญ่เขาก็ช่วยกันรักษาความสะอาด อาจมีบางจุดที่ยังต้องดำเนินการอีก แต่ก็มีเล็กน้อย”
เมื่อปรับปรุงคลองรังสิตให้ฟื้นคืนความสะอาด ก็สามารถจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ อย่างเทศกาลลอยกระทง ปี 2564 เทศบาลนครรังสิตได้จัดงาน “ปทุมนครา ธารานฤมิต” มีกิจกรรมเด่นอย่าง การแข่งเรือ ให้ประชาชนได้มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์
อีกเรื่องที่ตรีลุพธ์ให้ความสำคัญคือ การวางแผนบริหารจัดการพื้นที่เพื่อรับมือน้ำท่วม โดยแผนที่วางไว้คือ การใช้บึงใหญ่ หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นพื้นที่รองรับน้ำในช่วงน้ำฝนเยอะ รวมทั้งวางแผนว่า หากน้ำเยอะ ก็จะทำงานร่วมกับกรมชลประทานในการถ่ายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยติดตั้งกล้องให้ประชาชนสามารถดูระดับน้ำได้แบบเรียลไทม์

ก้าวต่อไป “สมาร์ท ซิตี้”
แผนต่อไปของตรีลุพธ์ในบทบาทนายกเทศมนตรีนครรังสิต คือ ร่วมกับกรมชลประทานพัฒนาพื้นที่บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นลานกิจกรรมของประชาชนในพื้นที่รังสิตและปทุมธานี พร้อมทั้งจัดสร้างอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเปิดประตูน้ำจุฬาลงกรณ์
นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาศูนย์การแพทย์นครรังสิต (ศูนย์การแพทย์แบบปฐมภูมิ) เพื่อดูแลผู้ป่วยก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ช่วยลดปริมาณผู้ป่วยที่จะเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล และเพื่อให้ชาวนครรังสิตเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็เตรียมพัฒนานครรังสิตให้เป็นสมาร์ท ซิตี้ อย่างที่ตรีลุพธ์ขยายความว่า ต้องการเน้นความปลอดภัย ตอนนี้มีกล้องวงจรปิดดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ยังไม่ทุกจุด แต่เตรียมจะติดตั้งให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับไฟส่องสว่าง ที่ต้องเพิ่มในจุดอับ รวมทั้งเตรียมนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาใช้ เพื่อประโยชน์ด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล และเพื่อให้บริหารจัดการนครรังสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“อีกส่วนที่วางแผนจะทำคือ ฟรีไวไฟ ตอนนี้บางจุดเรามีฟรีไวไฟแล้ว ปีนี้น่าจะถึงครึ่งพื้นที่ของนครรังสิต และอนาคตก็จะทำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงวางแผนจะทำเรื่องการบริการพี่น้องประชาชนโดยไม่ต้องมาที่เทศบาล ทั้งการสอบถามข้อมูล การเสียภาษี และการลงทะเบียนต่างๆ และอีกเรื่องคือ ส่งเสริมการค้าขายเพิ่มรายได้ในชุมชน ซึ่งอยากเอาเรื่องนี้เข้ามาอยู่ในสมาร์ท ซิตี้ ด้วย”
ในบทบาทผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรีลุพธ์เห็นความสำคัญของประชาชนในการพาประเทศเดินหน้า อย่างที่เขาบอกว่า
“เมื่อพี่น้องประชาชนช่วยเหลือกัน ก็เป็นพลังทำให้ชุมชนเดินหน้า เมื่อชุมชนเดินหน้า ก็ช่วยในระดับท้องถิ่น จังหวัด และประเทศ
“เช่นเดียวกับเทศบาล ซึ่งผมมองว่าเราเป็นฟันเฟือง แต่เมื่อหลายเทศบาลร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็จะช่วยกันขับเคลื่อนท้องถิ่นและประเทศของเราได้”

