หน้าแรก คนเปลี่ยนเมือง ‘นพพร วุฒิกุล...

‘นพพร วุฒิกุล’ กับภารกิจขับเคลื่อนเมืองหัวหิน ‘เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ’

14.03.22 | 13:06 น.

เมืองตากอากาศที่ไม่เคยสิ้นมนต์ขลังอย่าง หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดประตูรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติปีละกว่า 3 ล้านคน เพราะไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและสะดวกสบายเท่านั้น แต่ด้วยความเป็นชายทะเลที่มีหาดทรายทอดยาว น้ำทะเลสีฟ้าใส มีม้าจูงพาเลาะเลียบชมวิวตามแนวชายหาด แม้แต่บ้านพักตากอากาศเก่าแก่ของคหบดียุคอดีตที่ยังคงมีให้เห็น ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หัวหินมีผู้คนมาเยือนตลอดทั้งปี

การมาทักทายของนักท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจเมืองชายทะเลแห่งนี้เติบโตชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดด สร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคตะวันตก หลายคนอาจจะคิดว่า สิ่งที่ตามมาคงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณสุข และความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป

แต่นั่นไม่ใช่หัวหิน ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นมีน้อยมาก หรือบางที่ก็ไม่มีเลย โดยเฉพาะขยะที่เป็นปัญหาสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทุกแห่ง เพราะที่นี่สามารถจัดการได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะ เพื่อเป็นที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน มีการสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพให้กับคนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ทั้งหมดเป็นผลงานของ นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน หรือ  ‘นายกฯ หนุ่ย’ ชื่อที่เรียกขานของคนในพื้นที่ นักบริหารคนรุ่นใหม่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการพัฒนาหัวหินให้เป็นเมืองน่าอยู่และมีความสุข

Advertisement

หัวหิน ‘บ้านของพ่อ’

นพพรย้อนให้ฟังถึงความสำคัญของหัวหินว่า เป็นสถานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างทางรถไฟมาถึงหัวหิน ทำให้คนไทยสมัยนั้นได้รู้จัก แต่ที่บูมจริงๆ อยู่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังไกลกังวล ตลาดฉัตรไชย และสถานีรถไฟ รวมถึงโรงแรมรถไฟ ทำให้ความเจริญเริ่มเข้ามาสู่หัวหินตั้งแต่นั้นมา

“แลนด์มาร์คแห่งแรกของหัวหินคือชายหาด แต่ปัจจุบันมีอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งความจงรักภักดี เพราะหัวหินคือ ‘บ้านของพ่อ’ เป็นที่ตั้งของวังไกลกังวล หรือที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และอีกจุดที่นักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นไปเที่ยวชมก็คือเขาหินเหล็กไฟ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เป็นจุดที่สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองหัวหินได้ 360 องศา”

สร้างความรู้ความเข้าใจ จนเกิดการมีส่วนร่วม

เมื่อมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาแต่ละปีนับล้านคน ในฐานะพ่อเมืองที่ดูแลบริหารจัดการในพื้นที่จนถึงปีนี้เป็นปีที่ 10 ปัญหาหลักๆ ที่เขาจะต้องจัดการกับความเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างแรกก็คือขยะ เพราะแต่ละวัน 1 คนสามารถสร้างขยะได้ถึง  1.1 กิโลกรัม

“เริ่มจากการปรับวิธีคิดของคน ถ้าเป็นชายหาดที่มีร้านค้า ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าเป็นคนท้องถิ่น มีผู้ประกอบการโรงแรมและอาคารชุด ก็ไปพูดคุยทำความเข้าใจกับพวกเขาว่า ขยะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเทศบาลเท่านั้น 

“ก่อนทิ้งจะต้องแบ่งแยกประเภทของขยะ หาวิธีทำให้ขยะเหลือน้อยที่สุด เพราะถ้าชายหาดไม่มีขยะ คนมาเที่ยวก็จะบอกต่อๆ กันว่า นอกจากหาดทรายที่สวยงามแล้ว หัวหินยังเป็นเมืองที่สะอาด ส่งผลให้โรงแรมต่างๆ มีคนมาเข้าพัก ร้านค้าขายของได้ อาคารชุดสร้างแล้วก็มีคนมาซื้อ ทุกอย่างวิน-วิน”

และอีกหนึ่งในการบริหารจัดการขยะของนพพรก็คือ การนำขยะย่อยสลายยากอย่างหลอดพลาสติกใช้แล้ว มารีไซเคิลเป็นที่นอนสำหรับผู้ป่วย ทดแทนเตียงลมที่มีราคาสูง เป็นการนำสิ่งที่ไม่มีคุณค่ามาทำให้เกิดประโยชน์อย่างน่าชื่นชม

“ถ้าไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินจะมีแต่ถังขยะเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายทั้งการจัดเก็บ การนำขยะไปกำจัด เป็นงบประมาณที่ค่อนข้างสูง ก็ถือโอกาสนี้มาเปลี่ยนชุดความคิด สร้างความรู้ให้ประชาชนเข้าใจว่า เขาเองซึ่งเป็นคนสร้างขยะ ก็สามารถช่วยแบ่งเบาปัญหาขยะได้ พร้อมกับสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการทำงาน ด้วยการกระจายความรู้ให้ประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ”

รับมือโควิดด้วย ‘วัคซีนทางสังคม’

ย้อนไปเมื่อครั้งเกิดโรคโควิดช่วงแรกๆ หัวหินเป็นอีกหนึ่งคลัสเตอร์การระบาด ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทุกคนตื่นตระหนกเพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ นพพรจึงต้องหาทางรับมืออย่างเร่งด่วน มีการประสานความร่วมมือกับกรมอนามัย และสาธารณสุขประจวบคีรีขันธ์ และมีการนำแพลตฟอร์ม HDC มาใช้เป็น ‘วัคซีนทางสังคม’

“การป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิดจำเป็นต้องใช้วัคซีน อย่างแรกเป็นวัคซีนที่ฉีดเข้าร่างกาย อย่างที่สองคือวัคซีนทางสังคม ด้วยการให้ความรู้ประชาชน จะทำอย่างไรให้ใช้ชีวิตอยู่กับโรคโควิดได้ 

“เรายังนำแพลตฟอร์ม HDC มาใช้ ประกอบไปด้วย H-Hygiene หมายถึงสุขลักษณะที่ดี กินอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ สวมหน้ากาก, D-Distancing การเว้นระยะห่าง และ C-Clean การรักษาความสะอาด และให้เขามีส่วนร่วมในการดูแลเมืองหัวหินปลอดภัยจากโควิด นอกจากนี้ เทศบาลได้เตรียมน้ำยาทำความสะอาดแจกจ่ายให้แต่ละคนนำไปใช้ที่บ้าน ส่วนพื้นที่สาธารณะเป็นหน้าที่ของเทศบาล”

เมื่อทุกคนพร้อมใจกันทำให้หัวหินเป็นเมืองปลอดภัย ทันทีที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลาย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะมาหัวหิน จนทำให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นอย่างเห็นได้ชัด

เมืองแห่งสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะให้หัวหินเป็นเมืองน่าอยู่ คงความเป็นธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องมีความทันสมัย เพื่อนำรายได้มาสู่พื้นที่ นพพรได้ใช้แผนผังภูมินิเวศเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาบ้านเมืองกับการรักษาสภาพแวดล้อม 

อย่างสวนสาธารณะ ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า ต้องมีพื้นที่สีเขียวไม่ต่ำกว่า 9 ตารางเมตรต่อ 1 คน แต่หัวหินมีให้ถึง 16.08 ตารางเมตรต่อ 1 คน

“ยกตัวอย่างสวนหลวงราชินี 19 ไร่ หนึ่งในสวนสาธารณะของหัวหิน นอกจากจะเป็นแหล่งพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับผู้คนมาออกกำลังกาย โดยมีส่วนที่อยู่ติดกับชายหาดด้านทิศตะวันออก และด้วยความที่หัวหินมีชายหาดยาวถึง 22 กิโลเมตร ได้รับอิทธิพลจากลมบกลมทะเลพัดถึงกัน จึงทำให้อากาศดีตลอดปี ซึ่งรวมถึงบริเวณสวนหลวงราชินีด้วย”

อีกจุดคือคลองระบายน้ำ ที่อยู่ภายในสวนหลวงราชินี ที่มีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อปรับสภาพน้ำก่อนปล่อยลงสู่ทะเล สังเกตได้ว่า บริเวณหาดทรายแถวนั้นจะไม่มีสภาพดำ จากเดิมที่น้ำในคลองมีทั้งกลิ่น สีดำคล้ำ มียุง ปัจจุบันก็เปลี่ยนไป ตอบโจทย์คนที่มาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ

ทำให้เทศบาลเมืองหัวหินได้รับการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ จนคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ เป็นหนึ่งในเมืองน่าอยู่ของประจวบคีรีขันธ์ สอดคล้องกับ ‘1 จังหวัด 1 เมืองน่าอยู่’ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 

‘ธนาคารปูม้า’ เพิ่มรายได้สู่ท้องถิ่น

หลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ปูม้าอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่หัวหิน’ ด้วยจุดเด่นเนื้อแน่น รสชาติดี ร้านอาหารส่วนใหญ่จำหน่ายแต่ปูที่ยังเป็น ทำให้สดอร่อยตามธรรมชาติ 

นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินจึงส่งเสริมให้ชาวประมงเรือเล็ก ที่บ้านเขาตะเกียบ บ่อฝ้าย สะพานปลาหัวหิน และอีกหลายที่ เข้าร่วมธนาคารปูม้า เมื่อเรือลำไหนจับปูที่มีไข่นอกกระดองได้ก็จะเอามาฝากไว้ หลังจากลูกปูออกมาจากไข่แล้ว น้องๆ จะถูกปล่อยในทะเลให้เติบโตตามธรรมชาติ ทำให้ปูม้าในทะเลหัวหินเพิ่มขึ้น เพียงพอต่อนักท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างเม็ดเงินให้ชุมชนทั้งชาวประมงและร้านอาหาร

“นอกจากปูม้า ที่บ้านเขาตะเกียบยังขึ้นชื่อเรื่องไข่หมึกกระดอง ซึ่งต่อยอดมาจากธนาคารปูม้า ต้องชื่นชมกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านเขาตะเกียบ ที่ได้อนุรักษ์สัตว์ทะเลจนเป็นสัตว์เศรษฐกิจคู่เทศบาลหัวหิน”

ออกแบบสกายวอล์คเขาหินเหล็กไฟ

เดินหน้าพัฒนาเขตปกครองพิเศษ

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่ใครมาเที่ยวแล้วต้องแวะไปเช็คอินก็คือ เขาหินเหล็กไฟ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบ 180 องศา นายกฯ หนุ่ย เล่าว่า กำลังจะศึกษาออกแบบให้เป็นสกายวอล์ค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวหลากหลายมุม และได้ใช้เวลาอยู่บนนี้นานขึ้น ทำให้มีโอกาสพัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจการค้าได้

“ในอนาคตยังได้วางแผนพัฒนาเมืองหัวหินให้เป็นเขตปกครองพิเศษ ซึ่งจะมีความหลากหลายเรื่องการท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส อาจจะเป็นที่ทำงานของคนทั่วโลก โดยเฉพาะชาวยุโรปแถบสแกนดิเนเวีย ที่นิยมมาใช้ชีวิตที่หัวหินครั้งละ 2-3 เดือน หรือคนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบเที่ยว พักผ่อน และทำงานไปด้วยพร้อมกัน มั่นใจว่าถ้าทำได้ หัวหินจะเป็นเมืองที่ถูกปักหมุดท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย”

หวังความร่วมมือ แก้ไขปัญหาจราจรระยะยาว

ทุกวันนี้หัวหินมีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว มีกล้องวงจรปิดติดตั้งเกือบทุกสี่แยกที่เป็นย่านชุมชน ครอบคลุมทุกทางเข้า-ออก อนาคตจะมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ จากที่สแกนทะเบียนรถ ต่อไปจะสแกนใบหน้าคนที่อยู่ในรถได้ เพื่อให้หัวหินเป็นเมืองที่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

นายกฯ คนเก่ง ยังเผยถึงแผนงานในอนาคต ที่ต้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐก็คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เขาอยากทำให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการจราจร จากที่ได้ทำเรื่องขอทางข้างละ 10 เมตร คู่ขนานทางรถไฟตลอดแนวเขตเทศบาล ตั้งแต่บ่อฝ้ายถึงเขาเต่า เป็นระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ได้เพียงข้างละ 6 เมตร ซึ่งคิดว่าไม่เพียงพอ 

“หัวหินมีเส้นทางคมนาคมครบ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ ในอนาคตจะมีทางด่วนมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามบินก็จะขยาย จึงต้องมีการวางแผนรองรับปัญหาที่จะตามมา โดยเฉพาะการจราจร อยากให้มองว่าไม่ได้แก้ปัญหาให้หัวหิน แต่เป็นการแก้ปัญหาให้เมืองท่องเที่ยว ที่แต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับต้นๆ

“ต่อไปถ้ามีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น แต่มีปัญหาจราจรในเมือง โครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่รัฐบาลลงทุนไปหลายหมื่นล้านคงไม่เกิดประโยชน์ แต่ถ้าเราช่วยกันผลักดันให้ปัญหาจราจรคลี่คลาย หัวหินจะอยู่คู่ประเทศไทย สร้างรายได้ให้มากกว่าก่อนที่จะมีโควิดอย่างแน่นอน”