หน้าแรก คนเปลี่ยนเมือง สุทร บุญสิริช...

สุทร บุญสิริชูโต นักพัฒนาท้องถิ่น ร่วมพลิกโฉมปากเกร็ดสู่ ‘นครแห่งความสุข’

11.05.23 | 14:15 น.

‘เทศบาลนครปากเกร็ด’ เป็นหน่วยงานท้องถิ่นชั้นนำที่ได้รับการยกย่องด้วยการได้รับรางวัลจากหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในท้องถิ่นที่พลวัตสูงจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เห็นได้อย่างชัดเจนจากการถูกยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลปากเกร็ดในปี 2535 ก่อนเลื่อนชั้นเป็นเทศบาลนครปากเกร็ดปี 2543 โดยไม่ผ่านขั้นตอนการเป็นเทศบาลเมือง เนื่องจากครบเงื่อนไขทั้งจำนวนประชากรและรายได้

ต้อนรับ ‘คนเปลี่ยนเมือง ปี 2’ ตอนแรก ด้วยการพาไปรู้จักการทำงานของหนึ่งในทีมผู้บริหารท้องถิ่น ที่มีบทบาทร่วมขับเคลื่อนพัฒนา ตั้งแต่ปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ดูแลสังคมและคุณภาพชีวิต ผลักดันการศึกษา ประเพณีวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วางรากฐานระบบคมนาคมและโครงสร้งพื้นฐาน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และยกระดับการบริหารจัดการที่ดี กระทั่งนครปากเกร็ดมีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกด้าน

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับเมือง

‘สุทร บุญสิริชูโต’ ปลัดเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เล่าที่มาของความตั้งใจให้ที่นี่เป็นนครแห่งความสุข เริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางเท้า คูคลองต่างๆ แม้แต่ตามชุมชนหรือหมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่ที่ไม่ได้จัดตั้งนิติบุคคล ถนนกับทางเท้าก็ชำรุดทรุดโทรมไม่น่าอยู่อาศัย ซึ่งหน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล เทศบาลจึงได้หาวิธีจัดการแก้ไขปัญหา เช่น ตรวจสอบว่า 10 ปีที่ผ่านมา ยังมีการใช้งานอยู่หรือไม่ พร้อมกับพัฒนาปรับปรุงตามที่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นต้องการ

Advertisement

“เทศบาลมุ่งมั่นทำงานตามนโยบายของนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด (วิชัย บรรดาศักดิ์) ซึ่งมี 3 เรื่องสำคัญ ที่สำเร็จไปแล้วก็คือ โครงการเขื่อนกั้นน้ำเซาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระรามสี่ถึงวัดสนามเหนือ กว้าง 4 เมตร ยาว 450 เมตร นอกจากช่วยป้องกันน้ำท่วมและการกัดเซาะพังทลายของดินแล้ว ยังกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ จุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ในช่วงเย็นพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า จะได้เห็นภาพเจดีย์เอียงริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสวยงามน่าประทับใจ”

สุทรเล่าว่า ในช่วงที่ก่อสร้างก็ได้รับเสียงคัดค้านอยู่บ้าง แต่ด้วยความตั้งใจจริงของนายกวิชัย จึงทำให้สามารถผลักดันโครงการได้สำเร็จ

“ทุกวันนี้ภาพที่ได้เห็นทุกเช้ากับเย็นก็คือ มีคนมาเดินวิ่งออกกำลังกาย โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีคนมาเยอะมาก มีทั้งลานกิจกรรมนันทนาการ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของจังหวัดนนทบุรีที่ชาวนครปากเกร็ดภูมิใจ”

วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ยังเป็นการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่กำลังจะเปิดใช้ เพียงลงจากสถานีแล้วเดินเท้าอีก 300-400 เมตร ก็จะถึงท่าเรือปากเกร็ดซึ่งเป็นจุดต้นทางของการเดินเรือแม่น้ำเจ้าพระยาไปถึงท่าสาทร ต่อไปจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางของเรือกับรถไฟฟ้า

แผนงานต่อไปของนายกวิชัย คือการก่อสร้างโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำโซนศรีสมานในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ ซึ่งเป็นการออกแบบการป้องกันน้ำเสียที่เกิดขึ้นในเขตเมืองและเขตเทศบาล แต่จะต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3-4 ปี จัดสร้างด้วยบหลักกว่า 300 ล้านบาทจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับใช้เงินกองทุนสิ่งแวดล้อมและเงินสมทบจากเทศบาล รวมแล้วเป็นวงเงินประมาณ 364 ล้านบาท เมื่อเสร็จแล้วจะสามารถจัดการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ได้ถึง 12 ตารางกิโลเมตร บำบัดน้ำเสียได้วันละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร

“โครงการนี้เราคิดอย่างมั่นใจแล้วทำ เนื่องจากเมืองเจริญ มีพี่น้องประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น มีสถานประกอบการมากขึ้น น้ำเสียก็เพิ่มขึ้น จนต้องขยายการรับน้ำบำบัดน้ำเสียจากที่กำหนดไว้ 6,000 ลูกบาศก์เมตรเป็น 9,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ แต่ก็มีประเด็นหนึ่งคือต้องเก็บค่าบำบัดน้ำเสียด้วย จำเป็นต้องออก พรบ.ในการจัดเก็บจากพี่น้องประชาชน แต่จะเป็นไปตามหลักการ ให้ประชาชนมีผลกระทบน้อยที่สุด”

อีกแผนงานเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ราชการ และพื้นที่ครัวเรือน เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดค่าฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาหนัก

ปั้นแหล่งศึกษาชั้นดี เทียบเท่าเอกชน

ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘แหล่งการศึกษาชั้นดี’ เทศบาลนครปากเกร็ดจึงได้มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทางการศึกษาของสถานศึกษาในทุกระดับชั้น โดยส่วนที่เทศบาลรับผิดชอบมีตั้งแต่ระดับปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด 10 แห่ง มีการจัดทำแบบเตรียมความพร้อม จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียน สนับสนุนค่าใช้จ่ายการบริหารสถานศึกษา ฯลฯ

พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด จำนวน 3 โรงเรียน โดยดำเนินการพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและดูแลนักเรียน พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้านไอที ส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะต่อยอดไปยังระดับชั้นอุดมศึกษา

จัดการขยะมูลฝอย ปัญหาของชุมชนใหญ่

ปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนอย่างขยะมูลฝอย นับเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีผู้อยู่อาศัยในเทศบาลนครปากเกร็ดกว่า 195,000 คน ประชากรแฝง 200,000 คน ส่งผลให้แต่ละวันมีปริมาณขยะมาก ซึ่งการบริหารจัดการขยะที่ผ่านมามีอุปสรรคจากการขาดแคลนบุคลากรจัดเก็บขยะ จึงต้องใช้วิธีแบ่งการจัดเก็บเป็น 4 โซน

“เทศบาลจัดเก็บเอง 2 โซน อีก 2 โซนให้เป็นหน้าที่ของเอกชน ทำให้ลดปัญหาขยะตกค้างในชุมชนได้ 100% นอกจากนี้ยังมีศูนย์รีไซเคิลขยะชุมชนซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการขยะขององค์กรท้องถิ่นระดับประเทศ มีพี่น้องชุมชนช่วยกันคิดเรื่องการลดขยะ ด้วยการคัดแยก ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้อีก”

สืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิม เที่ยวชมสวนสมเด็จฯ

เนื่องจากที่นี่เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ของพี่น้องชาวมอญ จึงต้องให้ความสำคัญในการรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งวันสงกรานต์ วันลอยกระทง และประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยที่นี่เป็นเพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงสืบสานประเพณีนี้อยู่ทุกปี ปัจจุบันเทศบาลนครปากเกร็ดกำลังประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บรรจุกิจกรรมนี้ให้เป็นไฮไลต์ดึงดูดนักท่องเที่ยว

มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตั้งแต่ฝั่งตลาดเก่าปากเกร็ดที่มีของกินเอร็ดอร่อย เป็นพื้นที่ทางผ่านจากเทศบาลนครปากเกร็ดไปที่ฝั่งเกาะเกร็ดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้ กทม.ที่มีชื่อเสียง มีสถานที่น่าเที่ยวมากมาย

อีกจุดเด่นของนครปากเกร็ดก็คือ ‘สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์’ ที่สวยที่สุดในประเทศไทย โดยเป็นสวนสาธารณะที่จัดสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในมหามงคลสมัย ที่ทรงพระเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เต็มไปด้วยความร่มรื่น มีสวนน้ำขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชาติ มีที่ออกกำลังกายบริเวณสวนสุขภาพ และเส้นทางจักรยานท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงาม

ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี ยังมีโครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับทุเรียนนนท์พันธุ์พื้นเมือง ของดีประจำถิ่นที่หายาก อร่อยที่สุดและแพงที่สุด ตลอดจนเป็นที่เรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาของชาวนนทบุรีในอดีต

บริการประชาชนอย่างประทับใจ

“เรื่องของคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ เป็นโจทย์ที่นายกวิชัยให้ความสำคัญ ดูแลใส่ใจทั้งเด็ก เยาวชน คนทำงานจนถึงวัยเกษียณ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส มีการส่งเสริมฝึกอาชีพ เช่น จัดอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น ขนม อาหารที่ขึ้นชื่ออย่างทอดมันหน่อกะลา เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้จริง มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น”

ความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งหมด ยังดำเนินภายใต้การบริหารจัดการองค์กรที่ดี ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสชัดเจนในเรื่องการทำงาน ไม่ว่าทำอะไรประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้

สุทรย้ำว่า หลักสำคัญคือให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนจากการได้รับรางวัลมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก เป็น 1 ใน 2 ของท้องถิ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ ล่าสุดในปี 2564 ได้รับรางวัลชนะเลิศองค์กรท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งชาวเทศบาลนครปากเกร็ดภูมิใจอย่างยิ่ง

“ประชาชนที่มาติดต่อหรือใช้บริการจะต้องได้รับความประทับใจกลับไป ใส่ใจดูแลเหมือนเป็นญาติพี่น้อง มีการนำนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การนัดหมายหรือจองคิวทำบัตรประชาชน บริการรับชำระภาษีหรือค่าธรรมเนียม สามารถตรวจสอบจำนวนได้ล่วงหน้า หรือค่าจัดเก็บขยะมูลฝอยก็คลิกเข้าไปตรวจสอบและชำระได้ทันที”

อีกเรื่องที่สำคัญคือการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) รวมกว่า 500 จุด เพื่อให้ความมั่นใจสูงสุดด้านความปลอดภัย จนเป็นที่มาของการได้รับรางวัล ISO 9001:2015 หรือมาตรฐานของระบบบริหารคุณภาพ โดยรับรองให้กับศูนย์ควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเทศบาลนครปากเกร็ด และยังช่วยควบคุมการจราจรแบบเรียลไทม์ อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

“เทศบาลนครปากเกร็ดมีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ 36.04 ตารางกิโลเมตร 5 ตำบล 34 หมู่บ้าน 66 ชุมชน จึงต้องพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ในทุกด้าน เช่น การคลัง กฎหมาย การศึกษา วิศวกรรม ดูแลสุขภาพ ฯลฯ เพื่อให้บุคลากรมีความรอบรู้ สามารถนำนวัตกรรมมาใช้บริการประชาชน”

เดินหน้าสร้างนครแห่งความสุข

แม้เป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่สร้างผลงานเพื่อชาวนครปากเกร็ดมาตลอด แต่ก็มีปัญหาอุปสรรคให้เผชิญอยู่บ้าง สุทรเผยถึงสิ่งที่กำลังประสบ เช่น การขาดแคลนบุคลากร ซึ่งเทศบาลมีการดำเนินการสรรหาค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นการสรรหาจากส่วนกลาง บางครั้งก็ไม่เพียงพอสำหรับการทำงานดูแลพี่น้องประชาชน

“เรื่องที่สองคืองบประมาณ ถึงเราจะได้รับงบประมาณค่อนข้างเยอะ เป็นอันดับสองของประเทศไทย แต่งบที่ใช้ในการพัฒนาหรือลงทุนนั้นยังจำกัด เพราะมีค่าใช้จ่ายประจำด้านบุคลากรอยู่แล้ว ด้วยงบลงทุนเพียง 400 ล้านบาท ถ้าต้องทำโครงการใหญ่ๆ คงไม่พอ คิดว่าในส่วนของรัฐบาลคงต้องจัดสรรงบประมาณมากขึ้น ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ตามแผนกระจายอำนาจ แล้วงบประมาณที่จัดสรรนั้นก็ต้องให้เป็นอิสระต่อองค์กรท้องถิ่นในการที่จะบริหารจัดการด้วย ไม่ใช่งบประมาณที่ทำตามนโยบายรัฐบาล เทศบาลจะคิดทำโครงการใหม่ๆ ไม่ได้ นี่คือปัญหาใหญ่”

ตามด้วยแผนพัฒนาต่อยอดโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม มีบางจุดที่สมควรทำเพิ่มเติมแต่ต้องได้รับงบประมาณที่เพียงพอ ทั้งโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ดแห่งใหม่ รวมถึงโครงการโรงเรียนอนุบาลบริเวณหนองบอน

ทั้งหมดเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นใจตั้งใจให้พื้นที่ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ดเจริญก้าวหน้าตามวิสัยทัศน์ที่ว่า แหล่งการศึกษาชั้นดี ที่อยู่อาศัยชั้นนำ ถิ่นวัฒนธรรมดั้งเดิม ประชาชนร่วมเสริมการพัฒนา สมกับเป็น นครแห่งความสุข