หน้าแรก คนเปลี่ยนเมือง ชาตรี วงษ์วิบ...

ชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน รองนายกฯ เทศบาลนครโคราช กับภารกิจการก้าวสู่เมืองน่าอยู่

4.07.23 | 16:04 น.

หลายปีมานี้ ประตูสู่อีสาน ‘เมืองย่าโม’ มีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างชัดเจน มีการเจริญเติบโตในหลายทำเล โครงการบ้านจัดสรรขยายตัว โมเดิร์นเทรดหลายแห่งผุดขึ้นให้บริการพี่น้องประชาชน แม้แต่ศูนย์รวมใจของชาวโคราชอย่างลานอนุสาวรีย์ย่าโมก็ได้รับการปรับภูมิทัศน์อย่างสวยงามสะอาดตา

ชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน’ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมา หนึ่งในทีมผู้บริหารท้องถิ่นที่มีบทบาททำให้โคราชพัฒนาอย่างเป็นลำดับ เผยถึงแผนงานต่อจากนี้ซึ่งเป็นนโยบายหลักของคณะผู้บริหารที่กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเทศบาลนครนครราชสีมา ก้าวไปสู่การเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง เมืองท่องเที่ยว เมืองกีฬา และเมืองอัจฉริยะ

อนุรักษ์และพัฒนา เตรียมพร้อมสู่เมืองน่าอยู่

“ความแตกต่างของโคราชกับเมืองอื่นๆ มาจากการเป็นส่วนผสมระหว่างใหม่ในเก่า คำว่าเก่าหมายความว่าเป็นเมืองที่มีอายุถึง 555 ปี และมีความใหม่ที่กระจายตัวออกไป ขณะเดียวกันมีสิ่งที่เป็นโซนเก่าอย่างอาคารบ้านเรือนที่มีการสร้างขึ้นมาใหม่ แต่สาธารณูปโภคยังคงมีทั้งเก่าและใหม่ผสมผสานกัน” 

การปรับเปลี่ยนเมืองให้สอดรับกับบริบทของโลกยุคใหม่ เขาบอกว่า ประกอบไปด้วยส่วนที่ยังต้องอนุรักษ์และส่วนใหม่ ซึ่งจะต้องมีความสมดุล แต่ที่ผ่านมาเทศบาลยังคงยึดนโยบายเร่งด่วนเป็นเรื่องแรกๆ เช่น การซ่อมแซมผิวจราจร ปรับปรุงทางเท้า แก้ไขสัญญาณไฟจราจร จัดการขยะ ควบคุมคุณภาพอากาศ แก้ปัญหาน้ำท่วม จนถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

Advertisement

ภายใต้แผนการพัฒนาด้วยการกำหนดนโยบายต่างๆ สอดรับกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่หลายด้าน นอกจากเรื่องที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนแล้ว ยังมีนโยบายหลักภายใต้โจทย์การสร้างเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน (Sustainable Livability City) ตามที่กล่าวข้างต้น

ดูแลสิ่งแวดล้อม-บริหารจัดการขยะ

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ถึงการพัฒนาเพื่อพี่น้องประชาชนก็คือสวนสาธารณะหนองแก้ช้าง ในอดีตเป็นเพียงจุดพักน้ำหรือแก้มลิงสำหรับป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น แต่ได้รับการปรับภูมิทัศน์เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านที่มีการขยายตัวของประชากรมากขึ้น จึงได้จัดตั้งเพิ่มเป็นที่ทำการชุมชนขนาดเล็ก มีลานกีฬาต่างๆ ลู่วิ่ง และเครื่องเล่นสำหรับเด็กน้อย จึงนับว่าตอบโจทย์ทั้งเรื่องของสุขภาพ การใช้ชีวิต จนถึงการเป็นธรรมชาติพื้นที่สีเขียว

สำหรับปัญหาที่เมืองใหญ่ทุกแห่งต้องประสบก็คือเรื่องขยะ เทศบาลถือเป็นความรับผิดชอบและเป็นคลัสเตอร์หนึ่งที่ต้องการจัดการขยะด้วยตัวเอง ทั้งรับขยะจากที่อื่นๆ เข้ามา มีการนำแนวทาง Zero Waste มาแก้ไขตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เริ่มจากต้นทางที่ต้องมีการคัดแยกขยะและกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนอย่างดี จนถึงวันนี้ สามารถทำให้ขยะอยู่ที่ปลายทางประมาณ 210 ตัน ค่อยๆ ลดลง

“ปัญหาเรื่องอากาศที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ก็มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและภาคส่วนอื่นๆ ด้วยการติดตั้งตัวแจ้งเตือนค่าฝุ่น PM2.5 อีกส่วนหนึ่งคือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม มีการศึกษา และเร่งสำรวจเพื่อให้เห็นถึงหลักการระบายน้ำภายในเมือง มีการผันน้ำจากจุดไหนไปจุดไหน เตรียมติดตั้งตัววัดความชื้น ทิศลม มีความเหมาะสมหรือไม่กับรางระบายที่จะใช้ เพื่อให้เกิดการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน”

รองบปรับปรุงท่อส่งน้ำดิบ-เพิ่มศักยภาพโรงกรอง

อีกหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนคือการเพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำดิบ และการบริหารจัดการน้ำประปาให้ชาวเมืองโคราช ด้วยเทศบาลนครนครราชสีมาเป็นเทศบาลที่มีการผลิตน้ำประปาได้เอง มีการจัดหาน้ำดิบและโรงกรองในพื้นที่

“อย่างที่บอกว่า เราเป็นเมืองใหม่บวกเก่า ระบบสาธารณูปโภคโดยเฉพาะการประปามีอายุกว่า 30 ปี จึงมีโอกาสผุพังได้ตลอดเวลา ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องมีการศึกษาก่อนวางแผน และจำเป็นต้องรองบประมาณจากภาครัฐ เพราะเป็นปัญหาเกินศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่น”

รองนายกฯ ชาตรี ย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำประปาว่า ความต้องการน้ำของพี่น้องประชาชนมีถึง 150,000 ลูกบาศ์กต่อวัน แต่โรงกรองน้ำของเทศบาลนครนครราชสีมาปัจจุบันผลิตได้เพียง 120,000 ลูกบาศ์ก 

“เพราะน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน การขาดแคลนน้ำเพียงวันเดียวย่อมเป็นปัญหา เทศบาลจึงมีโครงการปรับปรุงกำลังการผลิต ในส่วนของโรงกรองเองก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข แม้ว่าส่วนหนึ่งยังมีสภาพใหม่แต่ก็มีของเก่าที่ต้องทำงานควบคู่ไปด้วยกัน ทำให้เกิดการทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งต้องเพิ่มกำลังการผลิต ขณะเดียวกันท่อส่งน้ำดิบซึ่งมีแหล่งน้ำมาจากลำตะคองก็ใช้งาน 37 ปีแล้ว เมื่อมีการขยายถนน ท่อส่งน้ำดิบก็มีโอกาสพังได้ตลอดเวลา ย้ำว่าจำเป็นต้องมีโครงการปรับปรุงท่อส่งน้ำดิบ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพเทศบาล ต้องให้ภาครัฐจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ”

เมื่อได้ปรับปรุงโรงกรองน้ำ แก้ไขท่อส่งน้ำดิบแล้ว ในกระบวนการเมื่อน้ำดิบส่งมาผลิต กรองเป็นน้ำดี พักก่อนส่งจ่าย ยังมีการสูญเสียน้ำจากสภาพโครงสร้างของท่อในเมืองที่มีทั้งเก่าและใหม่ เพราะท่อใต้ดินถ้ารั่วจะมองไม่เห็น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่สูญเสียไม่น้อย จำเป็นต้องจัดทำโครงการควบคุม ดูแล และลดปริมาณน้ำสูญเสีย ซึ่งผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมากเช่นกัน

พัฒนาสองฝั่งลำตะคอง-ปรับปรุงคูเมือง

การขับเคลื่อนให้โคราชเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน เทศบาลนครนครราชสีมาได้วางแนวทางต่างๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไป เช่น การปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์สองฟากฝั่งลำตะคองให้สวยงาม สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และป้องกันน้ำท่วมเมืองด้วยการเพิ่มอัตราการไหลของน้ำ และป้องกันน้ำเสียลงลำตะคอง จำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ความสำคัญของลำตะคองไม่ใช่เพียงทัศนียภาพที่สวยงาม แต่ยังมีความสำคัญในด้านการเป็นรางระบาย หากมีการฝังท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำเสียอยู่ข้างฝั่งคลอง จะทำให้การจัดการน้ำได้ง่ายขึ้น โดยมีน้ำเสียจากบ้านเรือนเข้ามาสู่ในพื้นที่ เทศบาลไม่ต้องการให้เข้าไปในพื้นที่คลอง แต่ควรจะเข้าไปในท่อแล้วแยกกัน เพราะพบว่ามีการแอบปล่อยน้ำลงคลอง แต่ถ้ามีท่อฝังอยู่ระหว่างคลอง น้ำเสียก็ถูกจัดการเข้าสู่บ่อบำบัดที่ถูกต้องของเทศบาล”

มีโครงการอนุรักษ์และปรับปรุงคูเมืองตลอดจนพื้นที่โดยรอบให้สวยงาม สะอาด และร่มรื่น ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เป็นที่นันทนาการ ที่ออกกำลังกาย และที่จัดกิจกรรมเชิงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น เป็นอีกจุดสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว

แก้ไขปัญหาจราจร ดูแลสุขภาพชุมชน ยกระดับการศึกษา

แนวทางต่อมาคือการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ

ด้านสุขภาพชุมชนมีการขยายความครอบคลุมการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิแก่ประชาชนในเขตเมืองเพิ่มขึ้น เช่น ดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 6 ศูนย์ในเขตพื้นที่เขต 4 เทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ตามนโยบายผู้บริหารก็คือ จะต้องเป็นเมืองที่มีความสุข ประชาชนต้องมีสุขภาพแข็งแรง

การศึกษาของเด็กไทยเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ จึงมีการวางแนวทางยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมาให้สูงขึ้น ไม่ด้อยไปกว่าคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

รับมือความเจริญบริบทโลกยุคใหม่

รองนายกฯ ชาตรี อธิบายถึงแผนรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานจากส่วนกลางที่จะเข้าสู่เมืองโคราช ทั้งทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ว่า เทศบาลนครนครราชสีมาถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหญ่ จะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งก็ว่าได้

“เมื่อเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งแล้ว ทำให้มีความพร้อมที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งโคราชมีงานเทศกาลประเพณีท้องถิ่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา  งานสงกรานต์ งานผ้าไหมโคราช ฯลฯ และการขับเคลื่อนโคราชจีโอพาร์ค สู่จีโอพาร์คโลก หรืออุทยานธรณีโลก”

“จุดขายของเทศบาลเวลานี้คือบริการรถรางจากหน้าอนุสาวรีย์ย่าโมเพื่อพาไปชมวัดต่างๆ จนถึงสถานที่สำคัญในเมือง เรากำลังจะมีหอศิลป์ จัดแสดงผลงานของศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นแรร์ ไอเทม แม้แต่ร้านกาแฟที่คนรุ่นใหม่ชอบถ่ายรูปเช็คอินก็มีหลากหลายสไตล์กว่า 50 ร้าน โดยเฉพาะร้านอาหารที่บรรจุในมิชลินไกด์ก็มีถึง 9 ร้าน”

อีกชื่อเสียงของโคราชที่คนทั่วโลกรู้จักดีคือ มีนักมวยไทยที่เก่งระดับประเทศ จนสามารถต่อยอดไปเป็นเมืองกีฬา ซึ่งนอกจากส่งเสริมศิลปะมวยไทยแล้ว ยังพร้อมที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาประเภทต่างๆ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมเศรษฐกิจของโคราชได้อีกทาง

เป้าหมายการเป็น Smart City 

การผลักดันเมืองสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) คือจุดมุ่งหมายของเทศบาลยุคใหม่ เขาบอกถึงนโยบายของการขับเคลื่อนพัฒนาเพื่อการสร้างเติบโตของเมืองนครราชสีมาอย่างยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการด้านต่างๆ

 “สิ่งสำคัญของการเป็น Smart City คือชุดปฎิรูปโครงสร้างของข้อมูล และชุดข้อมูลต่างๆ ในการบูรณาการ ในส่วนสำนักช่างเอง เรามองในเรื่อง Digital Map หรือแผนที่หมุดสำรวจ แผนที่ประชาชน จากการจัดลำดับชั้นข้อมูล แล้วสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้เข้าถึงและจัดการได้ง่ายขึ้น เป็นสิ่งที่บอกว่า คือ Smart City, Smart Governance ที่จะนำไปสู่ Smart Living”

“และองค์ประกอบสำคัญที่สุดคือ Smart Governance วันนี้ต้องเปลี่ยนรูปแบบข้อมูลจากกระดาษเป็นดิจิทัล ไฟล์ เข้าสู่แผนที่หรือสิ่งที่สามารถทำออกมาให้คนเข้าใจง่ายขึ้นเหมือนกับการใช้ Google จากเดิมที่อ่านกระดาษ แต่วันนี้ดูเป็นรูปภาพ เราต้องบูรณาการเพื่อรวบรวมไฟล์ไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นข้อมูล ประวัติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น”

ฝากความหวังถึงรัฐบาลชุดใหม่

รองนายกฯ เทศบาลนครโคราช ทิ้งท้ายถึงบทบาทหน้าที่ในการทำงานของเทศบาลที่ต้องตอบสนองปัญหาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ บริการสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ท้องถิ่นไม่สามารถจัดการเรื่องของตัวเองได้จนทำให้เกิดความล่าช้า จนถึงเรื่องงบประมาณ บางครั้งไม่เพียงพอ หากต้องการในส่วนของการกระจายอำนาจจนถึงตัวงบประมาณมากขึ้นกว่านี้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนมากกว่าเดิม

“ในอนาคต เทศบาลยังมีโครงการต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อชาวโคราช แล้วเราคาดหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งงบประมาณที่ต้องได้รับเพิ่มขึ้น อำนาจในการบริหารงานท้องถิ่น ฝากถึงรัฐบาลใหม่ให้พิจารณาเรื่องการกระจายอำนาจ จนถึงการกำกับดูแลของเทศบาลที่บางครั้งมีการซ้อนทับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงบริบทบางอย่างที่ให้อำนาจในการตัดสินใจบ้าง เพราะบางครั้งมีกฎหมายหลายตัวที่ผูกกันอยู่ในพื้นที่”

“ในข้อจำกัดของงบประมาณ การใช้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ได้มา ถ้ามีการลดขั้นตอน หรือมีวิธีการเพื่อบายพาสให้เร็วมากขึ้น เพราะบางครั้งเป็นปัญหาเร่งด่วน เราคงรอไม่ได้ และอาจต้องใช้งบมากขึ้น ถ้าหากมีงบประมาณที่ดีมากกว่านี้ก็คงจะช่วยเทศบาลได้มากขึ้น”