นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ คุมตัวนายมานะศักดิ์ อุดมพันธ์ หรือเปรี้ยว อายุ 23 ปี นายสุรศักดิ์ จันทร์เพ็ง หรือแป๋ม อายุ 20 ปี และนายธนารัตน์ ภูโชคชัย หรือโชค อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดเป็น 3 ใน 5 คนที่ร่วมกันก่อเหตุขับรถปาดหน้า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ก่อนที่จะลงไปฉุดกระชากผมรุมทำร้ายแล้วนำตัวไปกักขังไว้เพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 350,000 บาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต สีเทา ชร 5187 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีเทา ทะเบียน กฉ 8994 กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นรถของ น.ส.เอ โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ของวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณถนนข้างโรงแรมสุภัคโฮเต็ล หน้าจวนผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจในกลางเมือง โดยที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจนและมีพลเมืองดีสามารถถ่ายภาพขณะกลุ่มคนร้ายก่อเหตุได้อีกด้วย
พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึงของวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ช่วงเวลา 22.00 น.และหลังเกิดเหตุมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้อย่างชัดเจน และยังมีพลดีเมืองสามารถถ่ายคลิปขณะคนร้ายก่อเหตุได้อีกด้วย โดยในคลิปมีรถเก๋งยี่ห้อเชฟขับตามเข้ามาปาดหน้ารถเก๋งของ น.ส.เอ ซึ่งมากับเพื่อนชายอีก 2 คน และนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ก่อนที่จะมีชาย 2 คน สวมเสื้อสีแดง คนหนึ่งถือมีดยาวประมาณ 1 ฟุต พยายามลงทำทำร้ายเหยื่อ และกระโดถีบกระจกรถ จากนั้นได้มีรถกระบะขับตามมาสมทบก่อนที่จะมีชาย 1 คน ลงมากระชากผม น.ส.เอ แล้วนำไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป และนำตัว น.ส.เอ.ไปกักขังไว้ที่โกดังร้างข้างถนนทางเข้าตัว อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ และโทรศัพท์ไปหาพ่อ แม่ และญาติของน.ส.เอ เพื่อให้นำเงินจำนวน 350,000 บาท เพื่อแลกกับการไถ่ตัว
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยเร่งติดตามคนร้าย กระทั่งสามารถติดตามตัว น.ส.เอ กลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย และจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ขับรถเก๋งยี่ห้อเชฟได้ 3 คน และขยายผลตรวจยึดยาบ้าได้จำนวนหนึ่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ ช.มหาสารคาม ซึ่งผู้ต้องหาไปเปิดไว้เป็นจุดพักยา อย่างไรก็ตามจากการสอบถาม น.ส.เอ เบื้องต้น ขณะนั้นตนและเพื่อนพยายามขับรถหนีกลุ่มคนร้ายไปจะเข้าไปขอความช่วยเหลือในจวนผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และจะเข้าไปที่โรงพัก แต่ถูกกลุ่มคนร้ายขัดรถปาดหน้าจนเสียหลักก่อน
ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุในภาพกล้องวงจรปิดจริง โดยร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ที่กำลังหลบหนี ส่วนสาเหตุที่ฉุด น.ส.เอ ไปเรียกค่าไถ่นั้น เพราะต้องการทวงเงินจำนวน 350,000 บาท ที่ น.ส.เอ ติดค้างค่ายาบ้า ซึ่งที่ผ่านมาพยายามทวงหลายครั้ง แต่ก็บ่ายเบี่ยงตลอด จึงต้องใช้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด โดยการฉุดตัวขึ้นรถดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิด กฎหมาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมทั้งเร่งขยายผลและติดตามตัวคนร้ายที่ขับรถกระบะอีซูซุที่ร่วมกันก่อเหตุอีก 2 คนต่อไป

