ยังคงเป็นที่น่าจับตากับเรื่องราวสุดชุลมุนที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกโซเชียลจากกรณีเจ้าสาววัย 25 ปีโดน หนุ่มเจ้าบ่าววัย 18 ปี เทกลางงานแต่งงาน ทำให้ต้องขึ้นเวทีขอบคุณแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตา ก่อนที่ทั้งคู่จะมาเผชิญหน้าครั้งแรกกลางรายการทีวีช่องหนึ่ง และมีการโต้ไปมากล่าวถึงความสัมพันธ์ โดยที่ฝ่ายชายระบุว่าหมดรักฝ่ายสาวแล้ว แต่ทว่าเรื่องไม่จบง่ายซึ่งฝ่ายเจ้าสาวก็ยืนยันว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ซึ่งฝ่ายชายทราบดีและยังบอกไม่ให้เอาออก จนเรื่องยืดยาวเดินหน้าจัดงานแต่ง
ล่าสุดวันที่ 25 ก.ค.มีการแชร์แช็ต ซึ่งอ้างว่า เป็นบทสนทนาระหว่าง ฝ่ายน้องมะนาว เจ้าสาว กับเพื่อน โดยพูดถึงเรื่องของงานแต่งงาน และมีการกล่าวถึงบุคคลที่สามที่ชื่อ “เจ๊ปาน” ว่า ดันเด็กสาว “แอมมี่” วัย 35 ปี ที่ภาคินกำลังคบหาอยู่อีก 1 คน จนทำให้ตนเองต้องเป็นหม้ายขันหมาก แถมระบุ จัดงานแล้ว พ่อแม่เตรียมงานไว้แล้ว งานแต่งครั้งเดียวเลิกก็ช่างมัน ทำให้กลายมาเป็นประเด็นอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับ “เจ๊ปาน” ที่ครัวนางฟ้า ร้านอาหารส้มตำชื่อดังในตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทราบชื่อคือนายสมคิด ชูศรี อายุ 36 ปี หรือ ที่บรรดากลุ่มนักเที่ยวกลางคืนจะรู้จักกันในนาม “เจ๊ปาน” และเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเรื่องราวปมดาม่าที่เกิดขึ้นมาในคณะนี้หลังตกเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าไปพัวพันธ์ในการแนะนำหญิงสาวให้ฝ่ายชาย
เจ๊ะปาน เล่าให้ฟังว่า ตนเองก้รู้สึกตกใจที่ถูกกล่าวหาว่า แอมมี่ แฟนสาวอีกคนของนายภาคิน เป็นเด็กดันของตนเองให้ได้รู้จักจนเกิดความผู้กพันธ์ถึงขั้นที่ไม่ยอมไปเข้าร่วมพิธีแต่งงาน แถมยังถูกเพจดังเอาเรื่องตนเองไปแฉแบบผิดๆ ตรงนี้ตนเองต้องขอชี้แจงว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างไร ความรักของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนั้นตนเองไม่เคยไปยุ่งหรือไปเป็นแม่สื่อ รู้จักกับทั้ง 2 คนก็ผิวเผิน เขามาเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คเท่านั้น ก็มีการพูดคุยแซวเล่นๆกันหน้าเฟสบุ๊คแต่ไม่เคยไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันเลย
แต่ยอมรับว่ารู้จักกับ “สาวเอมมี่” จริง เพราะรู้จักเขาทั้งครอบครัวเนื่องจากตนต้องนำเสื้อผ้าไปใช้บริการปั่น ซักผ้าด้วยเครื่องหยอดเหรียญที่บ้านเขา ก็จะเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ อีกทั้งยังอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แอมมี่ เป็นคนน่ารักดูดีไม่เคยเที่ยวกลางคืนและเป็นคนรักครอบครัว อยู่กับสามีและมีลูกชาย 1 คน ก่อนจะเลิกรากันไปและมาทราบข่าวอีกทีว่ามาคบหากับนายภาคิน
ทั้งคู่ก็เห็นกันมานานแล้ว ส่วน “มะนาว” เจ้าสาวผู้เสียหายนั้นตนก็เพิ่งมาทราบเมื่อมีการลงภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้ง ตนเองก็แปลกใจนะ ยังพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนด้วยกันเลยว่า นายภาคินไปมีภรรยาและจะแต่งงานกันตอนไหน เนื่องจากยังเห็นนายภาคินโพสต์รูปคู่กับสาวแอมมี่และโพสต์ลงซื่อโซลเชียลให้เพื่อนๆ ทราบเลย
เจ๊ปาน กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จึงอยากฝากถึง “น้องมะนาว” เรื่องนี้พี่ยังไม่ติดใจใดๆยืนยันวันไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะเข้าใจว่าน้องมะนาวกำลังเครียด เหมือนเราเหมือนเขา เพียงอยากให้น้องออกมาโพสต์เฟสว่า “หนูเข้าใจผิดไปเองที่ว่าตนเองเข้าใจว่า เจ๊ปานเป็นคนดันให้สองคนนี้ปันใจให้กันโดยที่ทิ้งหนูไปหนูจะมีการงานแต่งงาน จริงๆแล้วมันไม่ใช่เข้าใจผิดหนูขอโทษ” แค่นั้น ซึ่งตนเองไม่ต้องการใดๆเลย เพราะตนเองยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่วนทางด้าน นายอดิศักดิ์ จุนเจิม หรือ อานุ๊ก พร้อมกับ นายภาคิน (สงวนนามสกุล) ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชน ว่าตอนนี้ทางครอบครัวพร้อมที่จะเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของฝ่ายหญิง เพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้ให้เพื่อให้เรื่องจบเร็วที่สุดไม่อยากให้มีการยืดเยื้อต่อไป
นายอดิศักดิ์ ยอมรับว่า นายภาคิน ซึ่งเป็นหลาน ได้ทำผิดจริง และจะมีการนัดไกล่เกลี่ยกับทางครอบครัวของ น้องมะนาว เจ้าสาว และจะขอเจรจา เรื่องของค่าสินสอดและค่าเสียหายจากงานแต่งที่ทางครอบครัวจะต้องชดใช้ให้ ตอนนี้เงิน 60,000 ค่าสินสอด ที่ได้มีการตกลงกับครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้น ตนยินดีจะให้ทั้งหมด เพราะทางบ้านเรามีอยู่เท่านี้จริงๆ ส่วนค่าเสียหายที่จัดงานแต่ง ทั้งหมด 600,000 บาท นั้น คงจะต้องมีการเจรจากันอีกครั้ง
เพราะครอบครัวของตนไม่ได้ร่ำรวย ครอบครัวยังต้องใช้เงินในการต่อเติมบ้าน โดยก่อนหน้านี้ ทางตนเคยได้มีการพูดคุย กับ น.ส.มะนาว แล้วว่า หากจะจัดงานแต่ง ก็จัดงานเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่โตมาก จะได้ไม่ฟุ้มเฟือย เพราะทางครอบครัวไม่ได้มีเงินทอง มีการย้ำเตือนเรื่องนี้ตลอด แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไปไกล่เกลี่ยและชดใช้ค่าเสียหาย หากไม่ประสบผลก็ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย
ส่วนบรรยากาศที่บ้านตลอดทั้งวันมีสื่อมวลชนจากที่ต่างๆ เดินทางเข้ามาเพื่อขอสัมภาษณ์นายภาคิน และครอบครัวทั้งวัน และภายในบ้านยังพบรถยนต์สีขาวคันหนึ่งจอดอยู่บริเวณหลังบ้าน ซึ่งเป็นรถของ น.ส.แอมมี่ แฟนสาวของนายภาคิน โดยมาอาศัยด้วยกันเบื้องต้นไม่พบตัวของ น.ส.แอมมี่ ที่จะออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้

