“…ตั้งแต่ 6 ขวบที่เราแบบมาช่วยคุณพ่อในไร่ มาช่วยกันปลูกผักปลูกต้นไม้แล้วมีคนมาดูงาน เรามีความรู้สึกว่ามันคือวิถี คือเราเป็นนายตัวเอง แต่ว่าสิ่งที่มันได้มากกว่านั้นคือว่าเราได้แบ่งปันองค์ความรู้ ได้แชร์ไป ได้บอกให้คนอื่นได้ทำในสิ่งที่พ่อหลวงของเรา ท่านทรงสอนไว้”

นี่คือเสียงของ กมลวรรณ รุ่งประเสริฐวงศ์ หรือเป็นที่รู้จักในวงการเกษตรว่าชื่อ แสบ Young Smart Farmer ของจังหวัดกาญจนบุรี และอีกหนึ่งบทบาทที่พึ่งได้มาใหม่ๆ ก็คือเป็นพนักงานทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลกลอนโด

กมลวรรณ เติบโตในครอบครัวเกษตรกร โดยคุณพ่อเป็นเจ้าของไร่แสงสกุลรุ่ง
“ไร่แสงสกุลรุ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเป็นรุ่นของคุณพ่อ คุณพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ บนพื้นที่ทั้งหมด 15 ไร่ ตามส่วนก็คือ 30 30 30 แล้วก็ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยเป็นที่ดูงานเยอะมาก เกือบจะทุกวัน รถทัวร์เข้าทุกวัน แล้วเราไม่ได้ทำแค่โครงการอันนี้ เรามีอีกหนึ่งโครงการก็คือ ปลูกผักกางมุ้ง แต่ละบ้านก็จะมีผักกางมุ้งอย่างนี้ตลอด”

กมลวรรณ ก็เป็นเหมือนกับลูกชาวสวนชาวไร่คนอื่นๆ คือมีหน้าที่หลักคือเรียนให้จบ แล้วหางานทำเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไปแต่ก็มีเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
“หลังจากคุณพ่อเสียเนี่ย กิจกรรมทุกอย่างที่เคยทำกันไว้ ก็ยังมีการสานต่อ แต่ว่ามันไม่ได้มีการพัฒนาขึ้น ก็คือมันจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปตามจำนวนประชากร เพราะว่าคือมันไม่ได้เห็นการเติบโตขึ้น…จนมาปี 2559 หนูเรียนจบ แล้วก็ทำงาน ทำให้มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวทาง มันไม่ใช่สไตล์ของเราเลย ตั้งแต่ 6 ขวบที่เราแบบมาช่วยคุณพ่อในไร่ มาช่วยกันปลูกผักปลูกต้นไม้ แล้วมีคนมาดูงาน เรามีความรู้สึกว่ามันคือวิถี คือเราเป็นนายตัวเอง แต่ว่าสิ่งที่มันได้มากกว่านั้นคือว่าเราได้แบ่งปันองค์ความรู้ ได้แชร์ไป ได้บอกให้คนอื่นได้ทำในสิ่งที่พ่อหลวงของเรา ท่านทรงสอนไว้”

นี่คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวของ กมลวรรณ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อชีวิตจำเป็นต้องมีบททดสอบ
“…ตั้งแต่เด็กคือเราแค่ขุดหลุมกับปลูกต้นไม้ แต่เราไม่รู้ว่าวิธีการดูแลมันเป็นยังไงเพราะเราต้องไปโรงเรียนเราก็จะมีหน้าที่แค่มารดน้ำแล้วก็มาเก็บ ซึ่งองค์ความรู้มันก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เราไม่มีองค์ความรู้เลย เรารู้แค่อย่างเดียวคืออยากปลูกก็คือปลูก เราก็เลยลองปลูกคือผักสลัดเป็นที่รู้กันว่าต้องปลูกในพื้นที่เมืองหนาวหรือว่าช่วงอากาศหนาวๆ แต่เรามีความรู้สึกว่าทำไมต้องปลูกในหน้าหนาว เราลองปลูกในหน้าร้อน หน้าฝนเนี่ย จัดเลยค่ะหน้าร้อน ตายเรียบ ไม่เหลือค่ะ คือมั่นมากอ่ะ อยากปลูกแตกต่าง ถ้าเกิดเราทำได้เราก็ที่หนึ่งอ่ะ ไม่มีใครทำ…ปรากฏว่ามันก็มันก็เฟล”

โชคดีที่ กมลวรรณ ได้เข้าอบรมของโครงการ Young Smart Farmer ของกรมส่งเสริมฯ ทำให้รู้จักพี่ๆ เพื่อนๆ ในเครือข่ายที่แชร์องค์ความรู้ให้แก่กัน ใครชำนาญด้านใดก็สอนให้แก่กัน
ซึ่ง Young Smart Farmer นี้เป็นคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาทางด้านเกษตรอย่างเช่น ปลูกเมล่อน พืชผัก เกษตรอินทรีย์ เป็นคนที่ช่วยขับเคลื่อนในเรื่องของการทำการเกษตร นำนวัตกรรมที่จะมาใช้ในเรื่องของการเพิ่มผลผลิต การกำจัดศัตรูพืช การแปรรูป

Young Smart Farmer จะถูกฝึกให้มีการคิดนอกกรอบ ให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น และยังมาช่วยในงานภาครัฐ ช่วยเป็นเครือข่าย ช่วยเป็นผู้นำชุมชน ช่วยเป็นแหล่งถ่ายทอดวิชาความรู้และด้านต่างๆ ให้กับกสิกรคนไทยหรือเครือข่ายของ Young Smart Farmer เองที่มาเรียนรู้แลกเปลี่ยนกัน มาปรับใช้ในพื้นที่ต่างๆ
“ตอนนี้ที่ไร่นะคะเรามีตลาดอยู่ในมือแน่ๆ เราสามารถขายผลผลิตได้ แต่ในขณะที่รอบๆ ข้างที่เขาเป็นอินทรีย์ แต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะขายยังไง เขาก็คงเห็นว่า เรามีช่องทาง คือเขาก็อยากจะมีช่องทางในการขายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็เลยเปิดให้เขามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้พยายามคือบอกทุกอย่าง บอกเคล็ดลับ แล้วก็ให้เขานำไปปรับใช้ แต่เราก็บอกเขาว่า เน้นปลูกในจำนวนที่กำลังตัวเองไหว เพราะว่าบรรดาป้าๆ ก็อายุเยอะแล้ว แล้วก็ลองวางแผนดู ถ้าสมมุติหนูปลูกอันนี้ ป้าลองเปลี่ยนไปปลูกอันนี้คือเพื่อให้สินค้ามันหลากหลายค่ะ”

แต่การเริ่มต้นจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างย่อมมีอุปสรรค ยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งวิถีชิวีต ความคิด ความเชื่อแบบเก่าที่หยั่งรากมาหลายสิบปี
“ชาวบ้านในชุมชน คือเขายังเป็นแปลงใหญ่ ยังปลูกอ้อย ปลูกข้าวโพด ปลูกมัน ที่เขายังไม่ปรับเปลี่ยนถึงแม้ว่าเขาจะเห็นแล้วว่าเราประสบความสำเร็จ แต่ว่าคือคนรุ่นเก่าก็ยังมีความรู้สึกว่าจะให้เด็กมาสอนเรา มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องใช้อาศัยว่าจากคนภายนอกที่เขาเป็นคนการันตีให้เราเขาถึงจะเห็นว่า เนี่ยเราสำเร็จแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็เริ่ม เขาก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนกัน แต่ว่าจะให้เราไปถึงทุบโต๊ะ ปึ้ง!! แล้วให้เปลี่ยนเลยเนี่ย เป็นไปไม่ได้ ให้เขาค่อยๆ ซึมซับไปดีกว่า”

จากการที่เรารู้จักตัวเองและได้ทำในสิ่งที่รักที่ถนัด ทำให้ปัญหาที่เผชิญเป็นเสมือน วิตามิน เสริมให้เรามีพลังฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จได้
“เรามีความสุขที่ว่า คือตื่นเช้ามาเราก็ได้เห็นต้นไม้ที่เราปลูกมันค่อยๆ เจริญเติบโตแล้วก็คือสิ่งที่ได้ต่อจากความสุขนี้คือมันเป็นรายได้อยู่แล้ว เรามองความสุขแล้วก็เพื่อนพี่น้องในกลุ่มในเครือข่าย เพื่อช่วยกันพัฒนาในวงการเกษตรค่ะ”

