กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thalaya Dear โพสต์เล่าว่าได้สั่งกะเพราหมูสับใส่ถุงกลับบ้าน จากร้านอาหารตามสั่งที่ร้านแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองเลย โดยทางร้านคิดราคา 150 บาท ทั้งที่เป็นหมูสับ ไม่ใช่ทะเล และหากเอาข้าวเปล่าเพิ่มคิดอีก 50 บาท แต่ถ้าเอากะเพราราดข้าวคิดราคา 50 บาท ทำให้ตั้งคำถามว่ากระเพราหมูสับ ปริมาณ 1 จานเท่านั้น ราคา 150 บาท แพงหรือถูก จนชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมา
ต่อมานายสุรเดช มายา เจ้าของร้านข้าวต้มกุ๊กรินทร์ ร้านอาหารดังกล่าว ระบุว่า จำได้ว่ามีลูกค้าผู้หญิงมาสั่งอาหารโดยสั่งข้าวผัด แล้วเปลี่ยนใจสั่งกะเพราหมูสับ(กับข้าว) ให้ใส่ถุงกลับบ้าน ซึ่งทางร้านได้ยื่นรายการอาหารที่แสดงราคาจำหน่ายปลีกให้ลูกค้าดูก่อนสั่งอาหารแล้ว
โดยราคาอาหารประเภทผัดจะราคา 150 บาท แต่พอทำอาหารเสร็จแล้วลูกค้ากลับไม่เอา บอกว่าแพงขอเปลี่ยนเป็นข้าวราดกะเพราหมูสับแทน ทางร้านก็จัดใส่กล่องให้ และรับเงินสดจากลูกค้าจำนวน 50 บาท ส่วนกะเพราหมูสับที่เหลือตนและลูกน้อง นำมากินหลังจากทำงานเสร็จ โดยแบ่ง ได้ออกเป็น 3-4 จาน แบ่งกันกินจนหมด
ทั้งนี้คาดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดและไม่เข้าใจกัน เพราะหากเป็นกับข้าวนั้นราคาจะมากกว่าเพราะวัสดุ จำนวน ปริมาณ จะมากว่าอยู่ 3-4 เท่า แต่หากเป็นราดข้าว จะน้องเพียงเสี้ยวหนึ่ง หรือ 1 ใน 4 ของ อาหารที่เป็นกับหรือเป็นกับข้าว
ตนอยากให้เรื่องนี้จบ เพราะทุกคนที่ร้านนั้น เล่นโซเซียลไม่เป็น มีแต่คนมาบอก สำหรับตนไม่มีปัญหาอะไร หากผู้ที่นำไปโพสไม่เข้าใจ ตรงไหน ก็ให้เข้ามาพูดคุยกัน คงเป็นเพียงความไม่เข้าใจ
ขณะที่ นางสาวสิการย์ เฟื่องฟุ้ง พาณิชย์จังหวัดเลย นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านข้าวต้มร้านนี้ พบว่ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะที่ชัดเจนและเปิดเผย สามารถอ่านได้โดยง่าย และทางร้านยังได้ดังกล่าวแสดงราคาจำหน่ายปลีกอาหารและเครื่องดื่มไว้ในรายการอาหาร

