‘หญิงลี’ เผยป่วยจนหน้าบวม-แขนขาอ่อนแรง หลังเครียดนอนไม่หลับที่แม่ประสบอุบัติเหตุ (คลิป)

หลังคุณแม่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายวัน ก็ทำเอาเครียดอยู่ไม่น้อย สำหรับนักร้องสาว ‘หญิงลี-ธิดารัตน์ ศรีจุมพล’ ล่าสุดวันนี้ (21 มีนาคม 2560) เจ้าตัวมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ #ยิ่งส่งยิ่งสุข ที่ลานเอเทรียม ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ ด้วยอาการหน้าบวมเลยขอชี้แจงถึงสาเหตุว่า เพราะเครียดจนนอนไม่หลับเลยทำให้มีอาการดังกล่าว ส่วนอาการของคุณแม่ตอนนี้ดีขึ้นมาก ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว

ถามถึงเรื่องอาการป่วยหน้าบวม?
-ขอบคุณมากๆ กับการถามถึงอาการป่วยของหญิง หญิงมีภาวะนอนไม่หลับ แล้วทานยาและมีอาการแขนขาอ่อนแรง ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร เราก็เลื่อนวันประกันพรุ่งเพื่อไปหาหมอซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่ อันนี้ก็กำลังที่จะรักษาอย่าเต็มที่ บังเอิญกับที่คุณแม่ประสบอุบัติเหตุก็เลยอยู่ในภาวะนอนไม่หลับเป็น 10 วันเลย รู้สึกไม่ค่อยดี ขาหญิงต้องเอามือยก ตัวเองขึ้นบันได

ไปหาหมอแล้วหรือยัง?
-เบื้องต้นได้ไปหาหมอมาแล้ว 2 3 วันที่แล้ว ได้ไปตรวจเลือดดูก็ไม่ได้เป็นอะไร อาจจะเป็นเพราะว่านอนไม่หลับแล้วสมองตีบตันหรือเปล่า ยังไม่ได้ไปเช็ค กะว่าวันนี้จะไปเช็ค ขอถามคุณแม่ก็หมดห่วงแล้วกลับมาที่บ้านแล้ว เรื่องค่ารักษาอะไรก็จัดการหมดแล้วแล้ววันนี้หญิงก็ได้มาเคลียร์งาน จากตอนแรกที่จะไม่ได้มา เพราะหญิงไม่สวย ร่างกายไม่พร้อม หญิงเต้นไม่ได้ ก็บอกกับทางผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะงานเขาแพลนมาแล้ว หนูก็ไม่โอเค ถ้างั้นหนูจะไป แต่ก็ขออภัยที่หนูไม่สมบูรณ์

อาการหน้าบวมเกิดจากอะไร?
-ถ้าเวลาที่หญิงกินยา จะมีอาการหน้าบวมประมาณนี้ ยาหญิงต้องทาน บางทีก็ทานไม่เป็นเวลา เป็นเรื่องของระเบียบวินัยของตัวเองด้วย เวลาหน้าบวมมาก็จะใช้เวลาหลายๆ วัน เคยบวมแล้วหายไป คงใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็จะนิ่งๆ ไป มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่หน้าบวมเหมือนเวลาเรากินอะไรเยอะๆ มันก็จะออกที่หน้า ที่แขนอะไรบ้าง

ต้องทานยาตลอดเหรอ ถ้ามีอาการนอนไม่หลับ?
-บางครั้งก็ไม่ทาน เพราะถ้าทานบ่อยๆ ก็ไม่ดี ทานเฉพาะวันที่หญิงต้องการนอน แบบที่ต้องไปทำงานตอนเช้า หญิงคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับยานอนหลับ น่าจะเกี่ยวกับการที่หญิงเครียด แล้วก็เบลอ นอนไม่หลับ แขนขาชา แล้วก็กินยาตัวนี้ ก็กลัวว่ากล้ามเนื้อจะอ่อนแรง ในอนาคตหญิงจะมีร่างกายกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น

หมอมีเตือนไหม?
-คุณหมอก็เตือนอยู่ว่า ให้ทานยาให้ตรงเวลา แล้วให้กินอาหารให้ตรงเวลา

มีการสอบถามอาการกับทางคุณหมอบ้างหรือยัง?
-ยังเลย คิดว่าจะหายไปเอง เพราะมันก็หลายวันแล้ว บังเอิญกับวันนี้ที่มีงานด้วย ที่เราได้มีโอกาสเจอกับพี่ๆ นักข่าว ความจริงตั้งใจจะไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกะจะขอยกเลิกงานนี้ แต่ในเมื่อต้องมาแล้วก็ได้ออกสื่ออย่างเต็มที่เลย ยังไงก็ขอความเข้าใจหญิงด้วย สำหรับร่างกายที่ เงินทองมันซื้อไม่ได้กับสุขภาพ เพราะถ้าสุขภาพแย่ความสุขก็จะหายไปเลย หญิงเลยคิดว่าปีนี้ปีหน้าปีต่อๆ ไปหญิงขอทำงานด้วยความสุข ไม่โลดโผนวิ่งหางานมากมาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว อย่างที่เราไม่เคยมีมาก่อน มีเงินทองมีชื่อเสียง เราก็อยากมีความสุข หามากมายแต่ไม่ได้ใช้ด้วยความสุข อยากทำอะไรเพื่อสังคม เพราะเอ่ยปากไปแล้วว่าหญิงเป็นคนของประชาชน เป็นจิตอาสาไปไหนก็ได้ที่งานราชการที่สังคมให้ไป บรรยายหรืออะไร หรือเกี่ยวกับการทำอะไรเพื่อสังคมก็ยินดีไป ไม่คิดตังค์ก็ไป หรือให้ไปเล่าเรื่องคุณแม่ที่อยู่ในภาวะที่ทั้งจะตายทั้งจะเป็น

ลดงานเพื่อมาอยู่กับคุณแม่ด้วยหรือเปล่า?
-หญิงไม่เคยเสียใจเลยว่าหญิงไม่ได้ทำดีกะเขา เพราะที่ผ่านมาหญิงทำดีกับเขาตลอด จากให้ 3 พัน 5 พัน ทุกวันนี้ก็ให้ได้มากกว่าเดิม ให้ตามอัตภาพของเรา สิ่งที่ภูมิใจมาตลอด ว่าเรามีน้อยให้น้อย มีมากก็ให้ตามสมควร

ถามถึงอาการคุณแม่นิดหนึ่ง เห็นว่ากลับบ้านแล้ว?
-ชั่วโมงต่อชั่วโมงเลยตั้งแต่วันแรก เราก็โทรตามพี่ชาย เพราะพี่ชายไม่เจอกับแม่มา 2 ปี ก็บอกว่าให้เขารีบกลับมานะ เพราะว่าแม่จะตายจากเราไปตอนนี้หรือเปล่า เพราะความดันขึ้นๆ ลงๆ หนูก็ร้องไห้ บอกให้พี่ชายรีบมาเพราะถ้าแม่จะจากเราไปก็อยากให้เรามาอยู่ด้วยกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตมันมหัศจรรย์แค่ไหน บางคนถามว่าทำไมไม่พาแม่ไปโรงพยาบาลดีๆ เวลานั้นมันไปไม่ได้เลยค่ะ เพราะได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่อบต.บ้านครู มาที่ อ.นาโพธิ์ จากนั้นก็ส่งรถมาที่ จ.บุรีรัมย์ เรียกว่าได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และได้รับการผ่าตัดในคืนนั้นจึงต้องอยู่ไอซียูของโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ไม่สามารถย้ายผู้ป่วยออกจากตรงนั้นกะทันหัน คุณหมอและโรงพยาบาลที่นั่นก็ดูแลเป็นอย่างดี

ได้พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบนบานศาลกล่าวบ้างไหม?
-ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างเลยค่ะ ตรงนี้เพราะเชื่อในปาฏิหาริย์ แรงศรัทธา และแรงอธิษฐานของคนทั้งประเทศที่ส่งมาให้แม่ของหญิง

อาการของคุณแม่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
-ตอนนี้คุณแม่พูดคุยได้ปกติ จำทุกคนได้และจำได้เยอะกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ยังร้องเพลงผู้หญิงลั่นลาได้ท่อนนึง แต่ว่าคุณแม่ยังเหมือนเด็กอยู่ พูดเยอะ บางทีก็พูดไปเรื่อยเปื่อย หญิงเชื่อว่าเดี๋ยวทุกอย่างน่าจะดีขึ้นถึงคุณแม่จะมีอาการอะไรแต่ก็ได้คืนมาเยอะมาก ตอนนี้ไม่มีอะไรกังวลแล้วน่าจะมีอาการเหมือนเด็กก็เป็นเรื่องปกติ สมองซ้ายยังบวม และมีน้ำอยู่แต่คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวมันจะค่อยๆ หายไป ส่วนตัวคิดว่าคุณแม่ปลอดภัยมากๆ เลย ตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านซึ่งหญิงก็จัดบ้านให้โล่งโปร่งสบาย

ล่าสุดเห็นว่าบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ด้วย?
-ใช่ค่ะ หญิงได้รับการช่วยเหลือจากโรงพยาบาลอย่างดีมาก เลยคิดว่าจะตอบแทนโรงพยาบาลยังไงดี แล้วนึกถึงว่าหญิงก็นั่งปนกับญาติๆ ปูเสื่อนั่งกัน เลยนึกไปถึงเก้าอี้ว่า มีไม่เพียงพอจึงสั่งมา 50 ชุด ประมาณหนึ่งแสนบาท

แล้วกับเรื่องแหวนที่คุณแม่เคยบอกว่าอยากได้?
-ก่อนหน้านี้แม่บอกว่าอยากได้แหวนเพชร แต่ด้วยความที่ตัวเรามีค่าใช้จ่ายเยอะ รวมถึงกำลังทำรีสอร์ตซึ่งใช้เงินเยอะด้วย เลยบอกว่าถ้ารีสอร์ตเสร็จแล้วก็ค่อยเอาแหวนแล้วกันนะ คราวนี้พอคุณแม่ฟื้นแล้วก็เลยคิดว่าต้องรีบซื้อให้เลย หญิงส่งรูปแหวนมาให้เขาเลือกทางไลน์ ซึ่งพอคุณแม่ได้แล้วก็นอนดูแหวนแบบสบายใจ

ชีวิตช่วงนี้ดูมีแต่เรื่องเข้ามาถาโถมเป็นยังไงบ้าง?
-หญิงรู้สึกปลง พรุ่งนี้มะรืนนี้จะเป็นอะไรก็ตามตัวเราก็ได้ทำเต็มที่แล้ว ต้องมีสติและทำในสิ่งที่ถูกต้อง อีกอย่างก็มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในครอบครัวคือพี่ชาติพี่ชายของหญิงกับคุณแม่โกรธกันมาสองปี พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเขาสองคนก็ได้กลับมาคุยกัน

ถามถึงเรื่องแก้บน?
-หญิงไม่รู้ว่าคุณแม่ไปบนบานศาลกล่าวอะไรไว้หรือเปล่าแต่หญิงจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าบนอะไรเพราะว่าขี้ลืม เลยจะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกที่ให้ตัวเราได้ดี เจริญรุ่งเรือง ซึ่งหญิงจะเป็นคนดีของสังคมและตอบแทนสังคม แต่คุณแม่ของหญิงชอบพูดคำว่าใครจะเป็นอะไรให้มาลงที่แม่นะ หลานสาวเป็นเบาหวานเข้าห้องไอซียูเกือบจะตายก็บอกว่าให้แม่เป็นแทนนะ ตอนที่หญิงเจ็บป่วยอะไรแม่ก็บอกว่าให้แม่เป็นแทน เขาจะชอบพูดคำนี้ เมื่อวานหญิงก็เลยไปตั้งศาลพระภูมิที่บ้านให้พ่อใหญ่แม่ใหญ่มาอยู่ และเชิญสัมภเวสีที่ดุร้ายอะไรก็ไปรับกองบุญที่วัดค่ะ

แล้วคดีความกับคู่กรณีเป็นยังไงบ้าง?
-คู่กรณีก็มีความเป็นห่วงเป็นใยเสมอ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะว่าเป็นชาวบ้านเดียวกัน แต่ส่วนที่เป็นกฎหมาย 3 กระทงที่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ ไม่พกใบขับขี่ เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย แต่ในส่วนของการฟ้องร้องที่จะเอาเงินมารักษาพยาบาลหญิงไม่เรียกร้องอะไรเลย เพราะว่าทางครอบครัวของคู่กรณีก็มีภาวะความเครียดเช่นกัน หญิงก็บอกพวกเขาว่าไม่ต้องเครียดเพราะว่าตอนนี้หญิงได้รับกำลังใจจากพี่น้องทั้งประเทศ และบอกให้พวกเขาไปทำงาน อย่านอนเครียดอยู่บ้าน อีกอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นความประมาทร่วม ซึ่งมีภาพถ่ายที่ทางตำรวจไปคุยกัน แต่ว่าหลักๆ แล้ว เขาก็จะมีมาผูกข้อต่อแขนเรียกขวัญตามประเพณีคนอีสาน แล้วกับเรื่องนี้อีกให้อภัยคู่กรณีมาตั้งแต่วันแรกเลย เพราะแม่ได้ขอว่าให้อภัยเขาเถอะเพื่อที่คุณแม่จะได้ตื่น ซึ่งคุณแม่ก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็หลับต่อค่ะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon