คำว่า “นิสิต” แตกต่างจาก “นักศึกษา” อย่างไร
ที่มาของคำนี้ต้องย้อนไปในปี พ.ศ.2459 ผู้ที่มาเรียนที่จุฬาฯ ต้องอาศัยอยู่ในจุฬาฯ จึงเกิดคำว่า “นิสิต” ซึ่งเป็นคำภาษาบาลี แปลว่า ผู้อาศัยกับอุปัชฌาย์ หรือแปลง่ายๆ ว่า ผู้อยู่อาศัย
หลักการนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำมาจากมหาวิทยาลัย อ๊อกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เพื่อให้ผู้เข้าศึกษาเข้าไปพักในมหาวิทยาลัยและได้รับการฝึกหัดอบรมโดยใกล้ชิด
ส่วนคำว่า “นักศึกษา” นั้นเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2477 หลังการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งใช้เรียกผู้มาเล่าเรียนว่า นักศึกษา เพราะผู้มาศึกษาเล่าเรียนไม่จำเป็นต้องพัก ในมหาวิทยาลัย
นิสิตจุฬาฯ จึงเป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่เข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนถึงทุกวันนี้
ซึ่งหากใครที่เคยเป็นนิสิตหอพักจุฬาฯคงจะรู้จักคุ้นเคยกับคำว่า “ซีมะโด่ง” เพลงเชียร์ของชาวหอพักนิสิตจุฬาฯ ทุกครั้งที่นิสิตชาวหอได้ยินเพลงนี้ก็จะนึกถึงบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความสุขสนุกสนานที่ได้ใช้ชีวิต และได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันในหอพักนิสิตจุฬาฯ

