วันที่ 3 ก.ย. 60 บริเวณท้องทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองแสง หมู่ 19 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านจากบ้านหนองแสงและชาวบ้านวังศิลา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พากันออกมายืนซุ่มดูบริเวณท้องทุ่งนาท้ายหมู่บ้านมานานเกือบ 1 เดือนแล้ว หลังจากมีพบเห็นดวงไฟประหลาด ที่จะลอยขึ้นมาเป็นประจำในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.- 20.00 น.ทุกคืน ซึ่งไม่มีใครทราบว่าดวงไฟที่ลอยขึ้นมานั้นเป็นดวงไฟอะไรกันแน่ บางคนก็เชื่อว่าอาจจะเป็นผีโพง หรือไม่ก็ผีกระสือที่ออกมาหากินขยะของเน่า แต่เมื่อไม่มีการทำอันตรายต่อคน ชาวบ้านจึงไม่ไปยุ่งเกี่ยวหรือไปรบกวนแต่อย่างใด
เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตนเองในเวลา 19.15 น. พบว่ามีดวงไปลอยขึ้นมาจริงๆ เป็นดวงไฟสีขาวค่อยๆลอยขึ้นสูงประมาณปลายยอดไม้ และมีการลอยไปลอยมาช้าๆ แต่เนื่องจากจุดที่ซุ่มดูอยู่ห่างจากดวงไฟลอยประมาณ 1 ก.ม. จึงทำให้มองไม่ชัดเจนว่าเป็นไฟอะไรกันแน่ เมื่อซูมภาพเข้าไปใกล้ๆจะออกเป็นสีส้ม ผู้สื่อข่าวได้พยายามขับรถไปตามถนนกลางทุ่งนาเพื่อจะเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าดวงไฟดังกล่าวได้หายไปแล้ว พบเพียงชาวบ้านที่ออกมาซุ่มดูพากันขี่รถจักยานยนต์กลับ
นายชาลี ศาลางาม อายุ 69 ปี ชาวบ้านบ้านหนองแสง เล่าว่า ดวงไฟประหลาดนี้เห็นมาประมาณ 1 เดือนแล้ว ขึ้นทุกวันในช่วงเวลาประมาณ 1-2 ทุ่ม มีแค่คืนเดียวที่ไม่เห็นลอยขึ้นนอกนั้นเห็นกันตลอด แต่จะลอยขึ้นมาให้เห็นประมาณ 10 กว่านาทีก็จะหายไป แต่ไม่ใช่จะเห็นกันทุกคนบางคนมองไม่เห็นก็มี และคืนหนึ่งจะลอยขึ้นมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเป็นดวงไฟอะไรกันแน่ อยากจะพาไปถ่ายใกล้ๆเหมือนกัน
ส่วนชาวบ้านที่ทราบข่าวเขาก็เฉยๆไม่ได้กลัวอะไร และก็ไม่คิดที่จะไปทำพิธีอะไรขับไล่เขา เพราะเขาก็ไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนหรือทำอันตรายต่อใคร โดยบริเวณที่ดวงไฟลอยขึ้นเขาเรียกน้ำกุดหรือหนองน้ำสาธารณะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมูลมากนัก

