เป็นอีกไฟต์สะท้านโลก สำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่ต้องป้องกันแชมป์โลกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) สมัยที่สอง กับคู่ปรับเก่า “ช็อกโกลาลิโต้” โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์โลก 4 รุ่นจากนิการากัว เป็นคู่เอกในศึก “ซุปเปอร์ฟลาย” จัดโดยเคทู โปรโมชั่น จากเวทีมวยสตับฮับ เซ็นเตอร์ ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการชกของทั้งคู่แลกหมัดกันอย่างดุเดือด โดยเจ้าแหลมชกบนสลับตัดลำตัว ก่อนล้มโรมัน กอนซาเลซ ลงไปนอนกองบนเวทีในยกที่ 4
โดยบ็อกซ์เรค (BOXREC) เว็บไซต์กีฬามวยชื่อดังระดับโลก ออกมาจัดอันดับนักมวยล่าสุด โดยยกให้ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เพิ่งชนะน็อก ‘โรมัน กอนซาเลซ’ ขึ้นมารั้งอันดับ 5 ของโลก เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย เหนือ ‘แมนนี ปาเกียว’ ยอดนักชกขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ที่ร่วงลงไปอยู่อันดับ 12
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชกครั้งนี้ศรีสะเกษได้ค่าตัวรวม 170,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 5,610,000 บาท เมื่อแบ่งเปอร์เซ็นต์กับผู้สนับสนุนและทีมงานแล้ว “เจ้าแหลม” จะได้ค่าตัวมากถึง 3 ล้านบาท ขณะที่โรมันมีสถิติชนะ 46 แพ้ 2 เสมอ 1 แพ้ครั้งนี้เป็นการแพ้น็อกครั้งแรกในชีวิต ได้ค่าตัว 6 แสนเหรียญสหรัฐ หรือ 19.8 ล้านบาท มากกว่าแชมป์โลกชาวไทยถึง 3 เท่า
คำตอบต่อมาที่ทุกคนอยากรู้คือ คู่ชกคนต่อไปที่จะเจอกับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ เป็นใคร โดยคาดการณ์ว่าอาจเป็นไฟต์ล้มแชมป์กับ “เดอะมอนสเตอร์” นาโอยะ อิโนะอุเอะ แชมป์โลก WBO ชาวญี่ปุ่น ที่ล่าสุดก็เพิ่งเอาชนะ ‘อันโตนิโอ เนเวส’ นักชกชาวอเมริกัน ยกที่ 6 ในการชกรายการเดียวกับ “ศรีสะเกษ”
หรืออาจขึ้นชกกับ “เอล กัลโร่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตาดรา อดีตแชมป์โลก 2 สถาบัน และเป็นยอดมวยอีกหนึ่งคนในรุ่นนี้ ที่ตลอดการชก 38 ไฟต์ เขาแพ้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น
ด้าน “หมอซ้ง” ณรงค์ เฮงตระกูล ผู้เชี่ยวชาญมวยโลกของไทย ระบุว่า จากนี้ไปขึ้นอยู่กับผู้จัดการของ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ ว่าจะบริหารจัดการและวางแผนอนาคตอย่างไร หากตอบรับการเจรจาของอคิฮิโกะ ฮอนด้า บอสใหญ่ไทเก้น โปรโมชั่น หนึ่งในผู้จัดศึกครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ศรีสะเกษอาจจะล้มแชมป์กับนาโอยะ อิโนอูเอะ แชมป์โลกชาวญี่ปุ่น รุ่นเดียวกันของสมาคมมวยโลก (WBO) และมีสิทธิรับค่าตัวสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าตัวนักมวยที่มากสุดเท่าที่นักมวยไทยเคยได้รับ
ส่วนที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 บ้านม่วง ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ ‘เจ้าแหลม’ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ปรากฏว่า พ่อและแม่ของศรีสะเกษนำจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่มาติดตั้ง สำหรับรับชมการถ่ายทอดการป้องกันแชมป์โลกของเจ้าแหลม
โดยบรรยากาศการเชียร์เป็นไปด้วยความตื่นเต้น นายเจียมศักดิ์ วังเอก อายุ 56 ปี และนางหนูรัตน์ วังเอก อายุ 53 ปี พ่อและแม่ของศรีสะเกษ พร้อมด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ อนุกรรมาธิการการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจนญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ต่างเดินทางมาร่วมรับชมและให้กำลังใจเจ้าแหลมเป็นจำนวนมาก โดยจะมีเสียงเฮทุกครั้ง เมื่อเจ้าแหลมออกหมัดใส่คู่ต่อสู้ จนกระทั่งในยกที่ 4 ที่เจ้าแหลมน็อกคู่ต่อสู้ล้มลงไปกองบนเวที กองเชียร์ทุกคนต่างร้องเฮสุดเสียงด้วยความดีใจ พร้อมกับชูพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
ขณะที่พ่อและแม่ของเจ้าแหลมรีบคว้ารูปลูกชายมากอดแนบอกด้วยความดีใจ
นายเจียมศักดิ์ พ่อของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตนดีใจที่สุดจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งก่อนที่จะขึ้นชกไฟต์นี้ เจ้าแหลมโทรมาหาแม่ว่านัดนี้เจ้าตัวมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะน็อกคู่ต่อสู้ได้ โดยเมื่อเจ้าแหลมกลับมาจะเตรียมไข่มดแดง แจ่วบอง และอาหารเมนูโปรดของลูกชายไว้รอต้อนรับ
ด้านนางหนูรัตน์ แม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ ยังอยู่ในอาการลมจับ จากอาการดีใจอย่างมาก โดย ดร.กัลยาณีต้องคอยประคองและประคบยาดมให้อยู่ข้างๆ ตลอดเวลา และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสิ่งแรกที่จะบอกเจ้าแหลมเมื่อเจอหน้า นางหนูรัตน์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ตอนนี้ แม่ดีใจจนพูดไม่ออก”

