จากกรณีที่มีผู้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กถึงครูของโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้คุกเข่าก้มลงกราบอาคารเรียน จนเป็นกระแสชื่นชม โดยเฉพาะลูกศิษย์ทั้งอดีตและปัจจุบัน โดยครูกราบตึก คือ ครูไพฑูรย์ เรืองจุ้ย หรือ ครูจุ้ย ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อไปถึงพบครูจุ้ยที่แต่งตัวเรียบง่าย สะพายกล้องถ่ายรูปคู่ใจ และนำป้ายคติประจำใจที่ทางโรงเรียนได้ทำและมอบให้เป็นที่ระลึกเนื่องในงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ โดยมีใจความว่า “ผมคือลูกเสือ จิตใจคือความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” ซึ่งครูจุ้ยยึดถือปฏิบัติเสมอมาตลอด 39 ปี จวบจนวันสุดท้ายของอาชีพข้าราชการครู
ครูจุ้ย เปิดเผยว่า หลังสำเร็จการศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างจักรกลหนัก จากวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา ตนก็เลือกสอบบรรจุเข้ารับราชการครูตามคำแนะนำของคุณพ่อ เนื่องจากเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ โดยได้รับการบรรจุตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2521 ในตำแหน่งครู แผนกช่างยนต์ ที่โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี หลังจากนั้นตนจึงได้เข้าศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรีสาขาคุรุศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เพื่อปรับเพิ่มคุณวุฒิ และด้วยเป็นผู้ที่ชอบศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ตนจึงได้สมัครเข้าศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช จนกระทั่งสามารถสอบและได้รับใบอนุญาตว่าความ (ตั๋วทนาย) จากสภาทนายความ ต่อมาในปี 2529 ตนจึงได้ย้ายมาสอนในแผนกวิชาคอมพิวเตอร์
“ในการเรียนการสอน ตนจะพยายามสร้างความเป็นกันเองกับลูกศิษย์ทุกคน แม้เด็กบางคนจะเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่ตนเชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเป็นคนดีและมีความสุขได้ในเส้นทางของตนเอง สำหรับตนแล้วการปลูกฝังให้เด็กๆ ได้สำนึกและกตัญญูรู้คุณ ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งสำคัญที่คนเป็นครูควรยึดถือ และทำเป็นแบบอย่าง รวมทั้งการสร้างเสริมความเป็นจิตอาสาให้ก่อเกิดในจิตใจของเด็กๆ เพื่อเป็นสิ่งตอบแทนสังคม”
ในด้านการใช้ชีวิต ครูจุ้ย ยังเป็นคนเรียบง่าย ใช้จ่ายอย่างประหยัด โดย ครูจุ้ย และครูจินดามณี เรืองจุ้ย ภรรยา ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนเดียวกัน จะนั่งรถประจำทางสายบ้านโป่ง – โพธาราม เพื่อเดินทางไปทำงานในช่วงเช้าตรู่ของทุกวัน นอกจากนั้น ครูจุ้ย มีกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ที่ไปไหนมาไหน หรือมีกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน จะเป็นผู้เก็บบันทึกความทรงจำ โพสเผยแพร่ลงผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับรู้ สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน และด้วยความเป็นกันเอง จึงทำให้ครูและเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียน ยอมรับและรัก ครูจุ้ย เป็นอย่างมาก
จนกระทั่งวันที่ 29 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของอาชีพข้าราชการครู ครูจุ้ยได้ตัดสินใจเดินไปบริเวณหน้าอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา แล้วคุกเข่าก้มลงกราบ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ที่ทางโรงเรียนได้ทำให้ตนมีวันนี้ เป็นผู้ให้อาชีพที่มีเกียรติ มีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งหลังจากเกษียณอายุราชการ ตั้งใจไว้ว่า ในทุกเช้าจะถือไม้กวาด 2 คนกับภรรยา ไปกวาดถนนบริเวณ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง เพื่อทำความดีตอบแทนสังคมต่อไป

