เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะการหารายได้ ทำให้ผู้ประสบภัยต้องหันมาทำอาชีพใหม่เพื่อจะได้เงินมาจุนเจือครอบครัว
เช่น น.ส.สายฝน นิกรพันธ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ที่ 4 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เล่าว่า ตนมีอาชีพค้าขาย โดยปลูกกล้วยไว้กว่า 700 ต้น ตัดใบตอง เครือกล้วยขาย รวมทั้งหาของขายทั่วไป แต่หลังจากน้ำท่วมตนต้องอพยพครอบครัว ออกมานอนบนถนนทั้งคนแก่ เด็กเล็ก หลายชีวิต เพราะบ้านที่อยู่น้ำท่วมสูงกว่าพื้นบ้านอยู่ไม่ได้ เลยไม่รู้จะหาอาชีพอะไรทำ เพราะไปไหนไม่ได้กล้วยที่ปลูกไว้เพื่อขายเลี้ยงครอบครัวก็ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด จึงตัดสินใจหาซื้อกล้วยมาทอดขายข้างถนนเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไม่มีรายได้
ด้านนางสำเริง เมมฆหมอก อายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เล่าว่า ทุกวันนี้ต้องออกมาอยู่เต็นท์บนถนน เพราะเข้าบ้านไม่ได้ทุกวันนี้ก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดต้องรับจ้างเหลาไม้ไผ่ทำก้านธูปหารายได้ไปวันๆ ส่วนมาตรการเยียวยาจากรัฐที่จะได้รับ หรือจะให้อะไรก็ให้ ไม่รู้จะอยากได้อะไร อยากเข้าไปอาศัยในบ้านปกติทำงานรับจ้างอยู่ในบ้านมากกว่า และที่อยากจะฝากคือการแจ้งข่าวสารให้ประชาชนทราบ ขอให้บอกความจริงอย่าโกหกประชาชนเพราะครั้งนี้ตนดูข่าวก็บอกน้ำไม่มาก หลายต่อหลายรอบแต่มาจริงแล้วปล่อยมามากมายและเร็วกว่า ปี 2554
ขณะที่หมู่บ้านระเบาะหูกวาง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 6 มีพื้นที่ติดกับเขตป่าอุทยานปางสีดา ทำให้อากาศหนาวเย็นมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดสระแก้ว ชาวบ้านและพระสงฆ์ต้องลุกขึ้นมาก่อไฟผิง กลางดึกเพื่อผ่อนคลายความหนาวเย็น
นายแอ๊ด ชมเทียม อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 บ้านระเบาะหูกวาง บอกว่า ปีนี้พอหมดลมหนาวก็พัดมาอย่างรวดเร็ว และพัดมารุนแรงมาก ทำให้อากาศหนาวเย็นลงมาอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านบอกว่า ปีนี้น่าจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าทุกๆ ปี ซึ่ง 2-3 วันมานี้อากาศเริ่มหนาวเย็นลงมาเรื่อยๆ และเมื่อคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวมากกว่าคืนที่ผ่านๆ มา จนต้องลุกขึ้นมาก่อไฟผิงกัน เพราะห่มผ้าห่มแล้วยังไม่หายหนาว

