‘ป๋าเปรม’ไม่พูดถึง’บิ๊กจิ๋ว’เปิดบ้านบอกคิดถึงป๋า เตือนเยาวชนอย่ายุ่งเกี่ยวคนไม่ดี(คลิป)

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พล.อ.เปรม ติณสูลานนนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ”สานใจไทยสู่ใจใต้” ครั้งที่ 27 สำหรับโครงการดังกล่าว ได้นำเยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม จากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ามาพำนักอาศัยกับครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้เดินทางไปทัศนศึกษาสถานที่สำคัญๆร่วมกัน เพื่อให้มีโอกาสเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณีระหว่างกัน อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี เพื่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความสงบสุขในอนาคต ซึ่งในปีนี้มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 240 คน แบ่งเป็นเยาวชนไทยพุทธ 103 คน เยาวชนไทยอิสลาม 135 คน และไทยคริสต์ 2 คน โดยมีครูพี่เลี้ยงทั้งจากสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนมัธยม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งมีวิทยากรเข้าร่วมดูแลและให้ความรู้แก่เยาวชนที่ร่วมโครงการด้วย

พล.อ.เปรม

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ให้โอวาทตอนหนึ่ง ว่า วันนี้โชคดีมากที่ได้พบกับเด็กๆ จะเรียกว่าลูกก็ได้ เพราะพวกเธอคือลูกของชาติไทย ซึ่งตนยินดีที่มีโอกาสมาพูดคุย และเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทั้งนี้เด็กๆ จะต้องไม่คิดว่าอายุน้อย แล้วเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องผู้ใหญ่ ซึ่งเธออย่าคิดเช่นนั้น แต่ต้องคิดว่าเป็นคนไทยต้องมีหน้าที่ช่วยเหลือ และทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง

พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาพูดกับพวกเธอ ซึ่งจะพูดด้วยความรักความห่วงใย และความเป็นห่วง ซึ่งจะขอร้องจากพวกเธอให้ช่วยทำ คือพวกเธอทั้งหลาย แม้ว่าจะนับถือศาสนาต่างกัน แต่ก็เป็นคนไทยที่ดูแลชาติบ้านเมืองของเรา ทั้งนี้อย่าคิดว่าเป็นเด็กไม่มีหน้าที่ต้องทำ แต่ถ้าเราเป็นคนดีไม่สร้างปัญหาให้พ่อแม่ ไม่สร้างปัญหาสังคม และไม่สร้างปัญหาให้ชาติไทย นั่นก็เป็นประโยชน์มากต่อชาติบ้านเมืองแล้ว

“สิ่งที่ผมจะพูดขอให้พวกเธอฟัง เราเป็นคนไทยเหมือนกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ ฮินดู และซิกซ์ ก็ล้วนแต่เป็นคนไทย มีสิทธิ หน้าที่เหมือนกัน และจะต้องได้รับความเอาใจใส่จากราชการ และความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน อาจจะต่างกันเช่น บางคนอาจจะไม่ได้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน ซึ่งผมคิดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และถือเป็นความบกพร่องจากภาครัฐ รวมถึงจากพวกเธอด้วย” พล.อ.เปรม กล่าว

ประธานองคมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้เรามาอยู่ร่วมกัน คนที่มาอยู่ร่วมกันจะทำได้ 3 อย่าง คือ 1. ทำประโยชน์ 2.ไม่ทำประโยชน์ และ 3.อยู่เฉยๆ คือไม่ทำอะไรเลยเพราะฉะนั้นเมื่อมาอยู่ร่วมกันจะต้องทำประโยชน์ เพราะสังคมจะได้รับผลประโยชน์และชาติก็จะได้รับด้วย อย่างไรก็ตามจะทำอย่างไรนั้นคงมีเจ้าหน้าที่ชี้แจง อีกทั้งตนขอร้องให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง สังคม และชาติไทย นอกเหนือจากนั้นควรทำตนให้ไม่เป็นพิษเป็นภัย และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน โดยวิธีการที่ดีที่สุด ก็คือทำตนเป็นคนดีของชาติบ้านเมือง

“ขอเล่าฟังว่าชาติบ้านเมืองเรามีคนไม่ดีจำนวนไม่น้อย พวกเธออย่าเข้าไปเป็นแบบนั้น แต่เราอยากให้เป็นคนดี และต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็น่าเสียใจ ไม่ใช่เธอเสียใจ อย่างเดียว พ่อแม่ สังคมก็จะเสียใจ รวมทั้งประเทศชาติเสียหลายอีกด้วย” พล.อ.เปรม กล่าว และกล่าวว่า ตนเชื่อว่าเราจะดูแลพวกเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้คิดว่าความเป็นไทยเราจะต้องรักษาไว้ให้ได้

ภายหลัง พล.อ.เปรม เสร็จสิ้นจากเป็นประธานเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านแถลงข่าวว่ายังเคารพรักคิดถึง และอยากเข้าพบประธานองคมนตรี แต่พล.อ.เปรมได้ปฎิเสธตอบคำถามนี้ เมื่อถามถึงข้อเสนอ คสช.ให้มี ส.ว.สรรหา เปรียบเทียบสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรมและเปรียบเทียบกับส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ทราบและจำไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้มิเชล โอบามาเปิดใจ”การมีโอกาสพบกับผู้คนมากมายทั่วประเทศ”คือสิ่งที่เธอคิดถึงที่สุดหลังพ้นตำแหน่งสตรีหมายเลข1
บทความถัดไปสมคิด จี้รัฐวิสาหกิจ เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนเร็วที่สุด แนะดึงเงินชะลอลงทุนนอกมาใช้จ่ายภายในแทน