แสดงความยินดีกับพม่า ที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน หลังจากได้ประธานาธิบดีคนใหม่ซึ่งเป็นพลเรือนในรอบ 50 ปี เมื่อพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี ที่ถือเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อ “ติน จ่อ” ขึ้นเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาและในที่สุดก็ได้ตำแหน่งมา
แม้ว่ามีคำพูดว่าติน จ่อ เป็นหุ่นเชิดให้กับนางอองซาน ซูจี แต่ก็เห็นได้ว่าประชาชนเลือกนางอองซานซูจี ส่วนรองประธานาธิบดีได้คนจากกองทัพ และตำแหน่งอื่นๆก็มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในพม่า ซึ่งเป็นการผสมผสาน จนอาจจะเรียกว่ารัฐบาลแห่งชาติได้
ความลงตัวคือซูจีเป็นนักประท้วงผู้เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ในขณะที่ประธานาธิบดีคนใหม่คือนายติน จ่อ เองก็จบจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ไม่ได้เป็นคนขับรถอย่างที่เคยมีการเข้าใจผิดกันก่อนหน้านี้ แต่ได้ทำงานการเมืองร่วมกันกับนางอองซาน ซูจี มาก่อน
อ.พิชญ์ถามว่าประเทศไทยเราจะก้าวไปแบบพม่าได้หรือไม่ ซึ่งคุณสุรนันทน์ก็บอกว่าพม่าใช้เวลาถึง 54 ปี ส่วนของไทยรัฐบาล คสช.ก็ขอเวลาเพิ่มเป็น 5 ปีแล้ว ในพม่านั้นรัฐธรรมนูญทหารก็ยังคุมอำนาจอยู่ แต่ประชาชนก็ยังเทใจไปเลือกพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี
การเมืองของพม่าจึงเป็นเรื่องน่าสนใจเพราะมี 3 พลัง ทั้งพลังประชาธิปไตย พลังเผด็จการ และพลังของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ
ส่วนทหารไทยชอบมองไปที่พม่าเวลาต้องการรักษาอำนาจ โรดแมพที่ไทยใช้ก็เป็นแบบที่พม่าชอบใช้ แต่ถึงวันนี้สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้จากพม่าคือ ก่อนหน้านี้เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ ทหารก็จะทำการรับประหารและใช้ข้ออ้างว่าทำเพื่อให้บ้านเมืองสงบ แต่สำหรับพม่าในยุคนี้ทำให้เห็นว่าถ้าทุกฝ่ายมีการพูดจาหารือกัน ประเทศก็เดินหน้าไปได้ตามระบอบประชาธิปไตย
ติดตามรายการ “The Hel(l)met Show หมวกกันน็อค” ได้ทางมติชนออนไลน์ หรือ ทางช่องทาง Youtube ในช่อง MatichonTV วันจันทร์ – พุธ – ศุกร์ 18.00น.
ดำเนินรายการโดย “ไบค์เกอร์หนุ่มใหญ่” ที่สลัดคราบอาจารย์นักวิชาการ “พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์”
“เจ้าของร้านกาแฟนักปั่นย่านสุขุมวิท” จากอดีตนักการเมืองที่ช่วงนี้ต้องพักงาน “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ”
Don’t be insane protect your brain !!!
รักสมอง…ลอง “หมวกกันน็อค” !?

