เจอตัวแล้วแม่ทิ้งลูกแรกเกิดในห้องน้ำห้าง ยอมรับตั้งใจทิ้ง

จากกรณีพบเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งอยู่ในห้องน้ำในห้างสรพพสินค้าแห่งหนึ่ง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โชคดีมีแม่บ้านเข้าไปเห็นก่อนช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลได้ทัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ตำรวจภูธรนางรอง ติดตามตัวแม่ใจร้ายได้แล้ว คือ นางสาวปดิวรัดดา เพชรนางรอง อายุ 30 ปี ชาว ต.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์

โดยระหว่างการสอบสวน น.ส.ปดิวรัดดา ได้ยอมรับสารภาพ พร้อมให้การกับพนักงานสอบสวนว่า วันเกิดเหตุตนเองได้ไปที่ห้างโลตัส กับน้าสาว ระหว่างที่เดินในห้าง มีความรู้สึกปวดท้องคล้ายปวดท้องอึ จึงเดินเข้าห้องน้ำห้องดังกล่าว เมื่อนั่งลงชักโครกประมาณ 1 นาที ลูกได้โผล่หัวออกมาแล้วหล่นลงในชักโครก ตนเองจึงคว้าเอาลูกออกมาอุ้มไว้ จากนั้นได้มีก้อนเลือดอีกก้อนหนึ่งหลุดออกมาจากช่องคลอด คาดว่าน่าจะเป็นรก จึงกดชักโครกลงแล้วทำความสะอาดบริเวณนั้นเบื้องต้น ก่อนจะเอาลูกใส่ลงในถังขยะ

จากนั้นได้ออกห้องน้ำแล้วนั่งจักรยานยนต์กับน้าสาวที่มาด้วยกัน แล้วให้น้าสาวกลับบ้านก่อน แล้วโทรศัพท์ให้น้องชายมารับ เพราะไม่อยากให้น้าสาวรู้เรื่อง เพราะเลือดกำลังไหลไม่หยุด

น.ส.ยังสารภาพด้วยว่าสาเหตุที่เอาลูกใส่ถังขยะ เพราะไม่ต้องการเลี้ยงไว้ แต่ไม่ได้ตั้งใจฆ่า เนื่องจากเกรงว่าพ่อแม่จะทราบเรื่อง หลังจากเลิกกับแฟนคนที่ 2 เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็มีความรู้สึกเสียใจ และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ โดยหลังจากนี้ก็จะเอาลูกชายไปเลี้ยงไว้ และจะไม่คิดจะทำเรื่องแบบนี้อีก
ด้าน พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ได้หาข้อมูลผู้ต้องสงสัยในวงจรปิด จนกระทั่งพบหญิงคนหนึ่งเดินเข้าห้องน้ำ คล้ายใช้มือประคองท้องเอาไว้เหมือนคนท้อง ผ่านไปประมาณ 30 นาที เห็นผู้หญิงคนเดิมเดินออกมา และพบรอยเลือดไหลลงตามขาจึงมั่นใจว่าเป็นแม่เด็ก

จากนั้นชุดสืบสวนได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตัวอื่น พบว่าแม่เด็กมากับผู้หญิงอีกคน แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์กลับบ้าน จึงแกะรอยตามป้ายทะเบียนรถ พบว่าเจ้าของรถอยู่ในพื้นที่ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์

จึงตามไปตรวจสอบ พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของผู้ชายคนในหมู่บ้าน จึงสอบสวนจนทราบว่าแม่เด็กเป็นใคร ก่อนจะนำมาสอบสวนถึงสาเหตุที่ต้องทิ้งลูก ทั้งนี้ตำรวจได้แจ้ง ดำเนินคดีทอดทิ้ง เด็กอายุไม่เกิน 9 ปีเพื่อให้เด็กนั้นพ้นจากตนโดยปราศจากผู้ดูแล ตาม ป อาญา มาตรา 306 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon