เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 31 มกราคม ที่วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง อ.เมือง จ.สกลนคร นายสรรสนธิ บุญโยทยาน นักโบราณคดีและนักดาราศาสตร์อิสระ พร้อมด้วยผู้ที่สนใจเก็บภาพปรากฎการณ์ธรรมชาติ จันทรุปราคาเต็มดวง ซึ่งสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ปรากฎว่าช่วงเวลาก่อน 18.00 น.สภาพท้องฟ้าทางทิศตะวันออกพบมีกลุ่มเมฆบดบังดวงจันทร์ จนกระทั่งเวลา 19.10 น.เป็นต้นไป ท้องฟ้าเริ่มเปิดจากนั้นจึงเริ่มเห็นดวงจันทร์ค่อยๆหายเป็นเสี้ยว ต่อมาเริ่มเป็นพระจันทร์สีแดงอิฐมอญ และยิ่งมองผ่านปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง โบราณสถานยุคขอมในพุทธศตวรรตที่ 16 ยิ่งสร้างความตื่นเต้นต่อผู้มาร่วมบันทึกภาพเป็นอย่างมาก เพราะเป็นภาพประวัติศาสตร์ เนื่องจากเเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน 3 อย่างในรอบ 152 ปี คือ พระจันทร์สีแดงอิฐมอญ พระจันทร์ใกล้โลก และ จันทรุปราคาเต็มดวง
นายสรรสนธิ กล่าวว่า เกือบผิดหวังอดชมปรากฎการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง เนื่องจากสภาพอากาศก่อนหัวค่ำค่อนข้างปิด สาเหตุที่เราเลือกโบราณสถานแห่งนี้เนื่องจากเป็นศาสนถานในอดีตที่คนในยุคก่อนเคารพบูชา เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างหันหน้าทางทิศตะวันออกแท้ ดังจะเห็นได้ว่าคนในอดีตเมื่อกว่า 1,000 ปีที่ผ่านมา เขามีวิธีการกำหนดปฏิทินวันเวลาได้อย่างไร ก็เพราะอาศัยในเรื่องดาราศาสตร์ พระอาทิตย์และพระจันทร์ รวมไปถึงกลุ่มดาวต่างๆ สำหรับปรากฎการณ์นี้แม้จะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่หาคำตอบได้แล้ว แต่ความเชื่อของคนไทยที่เชื่อกันมานาน เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็จะตีปี๊บ จุดประทัด ขับไล่เพราะเป็นสิ่งไม่ดี อย่างไรก็ตามปรากฎการณ์จันทรุปราคาที่เกิดขึ้นผ่านปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวงแห่งนี้ก็สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

