จากกรณีฝรั่งสัญชาติสวีเดน เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยแล้วใช้บริการตัดเล็บมือกับหญิงชาวไทยใส่เสื้อกั๊กสีชมพู ที่ร้านอาหารริมหาดละไม แล้วถูกข่มขู่เรียกค้าบริการถึง 3 พันบาท นอกจากนั้นยังคว้าเงินไปอีก 500 โดยบอกว่าเป็นค่าทิป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
ซึ่ง มีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความลงในเพจ “รวมพลฅนสมุย” โดยระบุว่า “สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง วันนี้พ่อของเพื่อนฝรั่งมาถึงวันนี้วันแรก ได้ลงไปพักผ่อนที่ชายหาดละไม และได้ทำเล็บ ตัดหนัง ทำความสะอาดเท้านิดหน่อยพอเสร็จรู้มั้ยคะเขาคิดเท่าไหร่ 3,500 ค่ะ 3,500 ไม่ถึง 40 นาทีแล้วคนแก่ไปคนเดียวทำยังไงละคะ แกก็ต้องจ่ายไปเพราะแกกลัวว่าจะมีปัญหา ถามเพื่อนๆ หน่อยค่ะ ราคานี้โอเคไหมคะ คุณฆ่าตัวเองชัดๆ ฝรั่งเขาก็ต้องบอกกันต่อๆ ไป แล้วใครจะมาทำกับคุณ แล้วมาบ่นว่าไม่ได้ลูกค้า ก็ทำแบบนี้แล้วจะได้จากที่ไหนคะ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลหน่อยนะคะ” ซึ่งหลังจากเรื่องนี้ถูกแชร์ออกไปได้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เพิ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย พร้อมด้วยภรรยาเป็นครั้งแรก และได้เดินลงไปทานอาหารที่ชายหาดบ้านละไม ต่อมาได้มีกลุ่มหญิงอายุประมาณ 35-45 ปี เป็นชาวไทย สวมเสื้อกั๊กสีชมพู หิ้วตะกร้าอุปกรณ์ในการเสริมสวย ประมาณ 4-5 คนมาล้อมหน้าล้อมหลัง ก่อนเชิญชวนให้บริการตัดเล็บมือเล็บเท้า ด้วยความเกรงใจ เพราะมากันหลายคนจึงได้ยินยอม ให้ทำการตัดเล็บมือและเล็บเท้า ใช้เวลา 30 นาที
จากนั้นกลุ่มหญิงดังกล่าว ได้นำบิลหรือใบเสร็จมาเรียกค่าใช้จ่ายไป 3,500 บาท พร้อมพูดจาเสียงดัง จนตนจำใจต้องควักเงินจ่าย เพราะไม่อยากมีปัญหา พร้อมวอนให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบ ก่อนจะทำให้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวเกาะสมุยเสื่อมเสีย
ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปที่แม่ค้าที่มีอาชีพรับจ้างบริการนวดและตัดแต่งเล็บมือเล็บเท้าให้กับนักท่องเที่ยว บนชายหาดบ้านละไมมากว่า 10 ปี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบว่าคนกลุ่มไหน เพราะบริเวณชายหาดดังกล่าว มีคนที่บริการนวดและตัดเล็บบริการนักท่องเที่ยวกว่า 20 ราย ซึ่งตามปกติอัตราค่าบริการตัดเล็บมือเเละเท้า หากรวมเพนต์สีด้วยราคา ประมาณ 900 บาท เพราะต้องใช้เวลา แต่หากตัดเฉพาะเล็บมือและเท้าราคาประมาณ 300 บาท
ล่าสุด ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้รับการติดต่อจาก สองหญิงสาวเสื้อกั๊กชมพูที่ตกเป็นข่าวเรียกค่าบริการตัดเล็บแพงมหาโหดเดินทางมาเข้าพบเพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น
โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) ชี้แจงว่า ตนตั้งใจทำงานและซื้อสัตย์ต่ออาชีพ วันเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชายคนนี้มาใช้บริการตัดเล็บมือ เล็บเท้า ขัดส้นเท้า นวดตัว นวดเท้า โดยได้นำป้ายราคามาให้ดูพร้อมได้รับคำตอบตกลงที่จะใช้บริการ ตนจึงทำหน้าที่นวดตัว ส่วนเพื่อนทำหน้าที่ตัดเล็บ หลังจากให้บริการเสร็จก็คิดเงินค่าบริการไป 2 พันบาท และนักท่องเที่ยวรู้สึกพอใจให้เงินค่าทิปเพิ่มอีกคนละ 500 บาท แล้วยังบอกว่าวันพรุ่งนี้จะพาภรรยามาใช้บริการอีก
“นักท่องเที่ยวคนนี้มีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มตลอด ขอยืนยันเลยว่าไม่มีการล้อมหรือด่าทอแต่อย่างใด ตลอดเวลาที่ยึดอาชีพนี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหากับนักท่องเที่ยว เราทำงานซื่อสัตย์มาตลอด ทุกครั้งที่ทำงานก็จะแสดงป้ายราคาให้ลูกค้าดู ถ้าลูกค้าพอใจก็ทำ แต่ถ้าลูกค้าว่าแพงไปก็จะมีการต่อรองราคากันถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็จะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเลย
ก็วิงวอนขอความเป็นธรรม อยากให้ฟังข้อมูลทั้งสองฝ่ายเพราะพวกเราต้องทำงานขอให้ผู้ใหญ่เข้าใจ ถ้าพวกเราทำแบบนั้นจริงหรือไม่ซื่อสัตย์ก็คงจะทำอาชีพนี้อยู่ได้ไม่นานขนาดนี้ รู้สึกเสียใจที่มีข่าวออกไปทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย ถ้าเป็นไปได้ถ้าเจอตัวนักท่องเที่ยวคนนี้ก็อยากจะขอโทษ ซึ่งการสื่อสารอาจจะไม่เข้าใจกันทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา ทั้งหมดทั้งปวงไม่มีเจตนาทำร้ายจิตใจนักท่องเที่ยว และไม่มีเจตนาทำให้เพื่อนๆ อาชีพเดียวกันเสื่อมเสีย” น.ส.เอระบุ
ขณะที่ นายสุนทร ภู่ไพบูลย์ รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย เปิดเผยหลังจากประชุมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับผู้ค้าบริเวณชายหาดรอบเกาะสมุย และได้ข้อสรุปบทลงโทษว่าให้ยกเลิกใบอนุญาตประกอบการเร่ขายบนชายหาดละไมกับ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) หญิงสาวเสื้อกั๊กชมพูในทันที

