หน้าแรก คลิป ชมคลิป จี้ ตร...

ชมคลิป จี้ ตร.เอาจริงคดีเปรมชัยล่าสัตว์ป่า

8.02.18 | 16:16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทเสือดำ ไก่ฟ้า และสัตว์คุ้มครองอีกหลายชนิด โดยถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมากนั้น

ล่าสุด วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 นางภินันทน์ โชติรสเศรณี ประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ กล่าวว่า เรื่องแรกหลังจากที่ทราบข่าว ต้องบอกเลยว่ารู้สึกช็อก นี่ถึง พ.ศ.นี้แล้ว คุณเปรมชัยยังไม่มีความตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าอีกหรือ สำหรับพื้นที่ที่คุณเข้าไปเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย คุณเข้าไปฆ่าสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกโลก ดังนั้น ความผิดของคุณมันต้องมากกว่าบุคคลธรรมดาหลายเท่า ซึ่งมรดกโลกทางธรรมชาติมันมีความยิ่งใหญ่มาก ซึ่งคุณเปรมชัยเองเป็นคนที่มีความรู้ เป็นคนมีเงินเป็นแสนๆ ล้าน แต่คุณกลับเข้าไปหาสัตว์ป่ากินในผืนป่ามรดกโลก

ปกติเวลาเราเข้าไปในผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ เราจะใช้คำว่าไปเยี่ยมป่าหรือไปเยี่ยมมรดกโลก และเราเคยเข้าไปมาแล้วหลายครั้ง แต่นี่คุณกลับตั้งใจเข้าไปในผืนป่ามรดกโลกเพื่อหาเนื้อสัตว์ป่ามากิน คุณต้องได้รับโทษที่รุนแรงและมากกว่าคนอื่นหลายเท่า พร้อมพวกพ้องของคุณด้วย

เราจะบอกว่า ใครก็แล้วแต่ที่เป็นคนยิง นั่นคือปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงคือคุณตั้งใจนำอาวุธปืนเข้าไปยิงสัตว์ป่าในเขตมรดกโลก นี่หรือคนระดับ CEO ของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ คุณมาทำกับชาวจังหวัดกาญจนบุรีเช่นนี้ได้อย่างไร และทำกับสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเช่นนี้ได้อย่างไร คุณเปรมชัยเองต้องเข้าใจเอาไว้ด้วยว่า คำว่ามรดกโลกนั้นมันไม่ได้เป็นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเป็นมรดกโลกได้ มันได้มาจากการต่อสู้ของพวกเราคนเมืองกาญจน์ นอกจากนี้ยังมีคนจากกรุงเทพฯ และคนไทยจากทั้งประเทศมาร่วมกับชาวจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นมรดกของโลก โดยเริ่มผลักดันกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 จนกระทั่งสำเร็จ ผืนป่าแห่งนี้ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2535

Advertisement

คุณรู้หรือไม่ว่าเราต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคสมัยของเขื่อนน้ำโจน แต่คุณเป็นคนมีทรัพย์สินเงินทองเป็นแสนๆ ล้าน กลับมาบุกเข้าไปในผืนป่ามรดกโลกเพื่อต้องการเพียงแค่ยิงสัตว์ป่ามาเป็นอาหารเท่านั้น เชื่อว่าปัจจุบันนี้สัตว์ป่าประเภทเสือดำที่คุณยิงมันคงเหลืออีกจำนวนเพียงแค่น้อยนิด หรือเสือดำที่คุณยิงอาจจะเป็นเสือดำตัวสุดท้ายที่มีอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้น คนระดับคุณจะต้องไม่มีการยกโทษหรือผ่อนผันโทษให้ เราอยากจะวิงวอนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่ดูแลคดีนี้ ต้องให้บทเรียนกับผู้รู้แต่ตั้งใจกระทำเช่นนี้ให้หนัก

ส่วนกรณีคุณเปรมชัยพร้อมพวก ทราบว่าให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น มองว่าถึงเขาจะปฏิเสธอย่างไร แต่ก็คงจะหนีความจริงไม่พ้น เพราะหลักฐานที่พบนั้นมีความชัดเจนมาก สำหรับการที่คุณเข้าไปฆ่าสัตว์ป่าในเขตมรดกโลก ไม่ว่าจะเป็นเสือดำ หรือเก้ง หรือนกก็ตาม การกระทำของคุณก็เท่ากับฆ่าชีวิตของคนคนหนึ่งเลยทีเดียว

และแม้คุณจะปฏิเสธ แต่หลักฐานคืออาวุธปืนก็เป็นของคุณ อีกทั้งเสื้อที่คุณสวมใส่นั้นก็เป็นเสื้อที่ใส่สำหรับล่าสัตว์โดยเฉพาะ หลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดชัดเจนที่สุด สำหรับจิตใจของคุณเปรมชัยที่ได้กระทำลงไปครั้งนี้ถือว่าเหี้ยมโหดมาก หากเปรียบเทียบความเหี้ยมอย่างนี้ โจรยังต้องเรียกพี่ การที่ได้ออกมาพูดเช่นนี้ก็รู้สึกช้ำใจ เพราะที่ผ่านมาเราอุตส่าห์รักษาผืนป่าเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทุกชนิด เพื่อให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นหลานได้เข้าไปศึกษาธรรมชาติและชีวิตของสัตว์ป่าที่มีอยู่ เมื่อเดือนมกราคม 2560 เรากลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ก็ได้เดินทางเข้าไปที่ทุ่งใหญ่ฯ จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการไปให้กำลังใจกับชาวบ้านและให้กำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ให้ช่วยกันรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็มาถูกคนมีความรู้และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมีทรัพย์สินเป็นแสนๆ ล้านมาทำลายและย่ำยี ขอเรียกว่าเข้ามาย่ำยี จนทำให้ชาวจังหวัดกาญจนบุรีเสียหาย

สิ่งที่น่าเป็นห่วง และในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้วก็คือ เราเกรงว่าจะมีคนมารับผิดแทน หรือที่เรียกว่ารับจ้างติดคุกแทน เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นอีก ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะเชื่อว่าสังคมคนไทยทั้งประเทศรวมทั้งชาวต่างชาติกำลังจับตามองท่านอยู่

สำหรับการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนส่งถึงอัยการ ก็ขอให้ทำอย่างรัดกุม อยากฝากไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ช่วยสั่งกำชับเพื่อความมั่นใจ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อหลายปีที่ผ่านมา อย่างการทำหน้าที่ของตำรวจที่เราเคยเห็นมาคือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช และ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ที่เคยทำคดีดังๆ มาหลายคดี ซึ่งท่านชอบพูดเสมอว่า ได้ทำสำนวนคดีเอาไว้แน่นหนามาก เชื่อได้เลยผู้ต้องหาดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ซึ่งก็เป็นไปตามที่ทั้งสองท่านนี้กล่าวเอาไว้ทุกครั้ง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่ทำสำนวนคดี ทำยังไงก็ได้ให้สำนวนแน่นหนา และอย่าให้คนกระทำผิดในคดีนี้ดิ้นหลุด

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับนายวิเชียร ชิณวงษ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกทุกคน ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ คุณคือวีรบุรุษผู้พิทักษ์ผืนป่า และขอให้คุณรักษาความดีงามของคุณตลอดไป เพราะเมื่อยังมีคนอย่างพวกคุณอยู่ในขณะนี้ อนาคตจะทำให้เจ้าหน้าที่คนรุ่นหลังนำไปเป็นตัวอย่างและทำตามด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อไป” นางภินันทน์กล่าว