สุดอำมหิตวางยาพิษในแท็งก์น้ำหวังฆ่าทั้งบ้าน

ตำรวจโรงพักสวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุจากนางสวรรยา บริคช อายุ 35 ปี ว่า นายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี และนางธิดา บริคช อายุ 63 ปี พ่อและแม่ของตนถูกวางยาเบื่อในแท็งก์น้ำหลังบ้านหลังทั้งสองคนดื่มเข้าไปจนเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ลำคอและช่องท้อง หายใจติดขัด ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ แพทย์ต้องล้างท้องอย่างเร่งด่วนตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว

โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนยางพาราบนเนื้อที่ 60 ไร่ หลังบ้านพบมีแท็งก์น้ำทำจากท่อปูนซีเมนต์ขนาดความกว้าง 1 เมตร จำนวน 5 ท่อต่อติดกันแล้วฉาบด้วยปูนซีเมนต์จำนวน 4 แท็งก์ เป็นแท็งก์น้ำใช้ทั่วไป 2 แท็งก์ และอีก 2 แท็งก์ใช้บริโภคในครัวเรือน โดยใช้ท่อพีวีซีต่อเป็นประปาเข้าไปใช้ในบ้าน จากการตรวจสอบพบ 1 ใน 2 ของแท็งก์ที่ใช้บริโภคน้ำมีสีขาวขุ่นและส่งกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายกลิ่นสารเคมีเจือปน นอกจากนั้นภายในครัวบ้านยังพบว่าน้ำที่ 2 ตายายเปิดจากก๊อกเก็บไว้ในโอ่งและในกระติกน้ำร้อนก็เป็นน้ำสีขาวขุ่นเข้มมีกลิ่นเหม็นฉุนสารเคมีเช่นกัน จึงนำขวดน้ำพลาสติกเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

จากการสอบสวนนางสวรรยาให้การกับตำรวจว่า ช่วงตอนหัวค่ำประมาณ 1 ทุ่มของวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งห่างกันประมาณ 100 เมตร นายสุวรรณผู้เป็นพ่อได้เดินมาในสภาพอาการคอแห้งปากแห้งแสบท้องอย่างรุนแรง มาเรียกให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล ภายหลังกินข้าวเสร็จและได้ดื่มน้ำจากก๊อกน้ำที่ต่อมาจากแท็งก์น้ำหลังบ้านแล้วมีอาการดังกล่าวและแม่ก็มีอาการเช่นเดียวกัน ตนจึงรีบขับรถกระบะพาพ่อและแม่ไปโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทั้งพ่อและแม่อาการแย่ลงถึงขั้นโคม่า แพทย์ต้องรีบล้างท้องและให้น้ำเกลือ

กระทั่งตอนนี้ทั้งคู่อาการเริ่มดีขึ้นแล้วแต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้านได้ ต่อมาตนได้โทรศัพท์ให้สามีซึ่งทำงานขับรถบรรทุกสินค้าอยู่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และลูกชายซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช กลับมาบ้านเนื่องจากตนอยู่ตามลำพัง และให้เก็บน้ำตัวอย่างมามอบให้แพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจสอบ แพทย์ลงความเห็นว่ามีสารพิษเจือปนแต่ยังไม่ทราบชนิด ต้องรอผลตรวจอย่างเป็นทางการอีกประมาณ 2 อาทิตย์ถึงจะทราบผล

นางสวรรยา บุตรสาวให้การต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี มีพฤติกรรมชอบมาหยิบสิ่งของภายในบ้านไปโดยไม่บอกกล่าว ได้นำเหล้าขาวมานั่งดื่มกินที่บ้านแต่นายสุวรรณผู้เป็นพ่อไม่พอใจเพราะชอบเอะอะโวยวายส่งเสียงดังจึงได้ว่ากล่าวและไล่ออกจากบ้านไป นอกนั้นพ่อก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ซึ่งขณะนี้ตำรวจพอจะทราบแล้วใครคือผู้อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย

ร.ต.อ.รณชัย กาญจนภักดิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สวี กล่าวว่าเรื่องนี้เข้าองค์ประกอบฐานพยายามฆ่า และเจตนาฆ่ายกครัวเลยทีเดียว และหากบุตรสาวไม่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล 2 ตายายอาจเสียชีวิตก็เป็นได้ เบื้องต้นได้ส่งน้ำไปตรวจพิสูจน์พร้อมกับให้ชุดสืบสวนเชิญตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำแล้วและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ยกระดับหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ เพื่อการทำงานแก้ไขปัญหาบุกรุกป่าบริหารจัดการให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ย้ำสัมพันธ์ 400 ปีสหราชอาณาจักร ชวนลงทุนอีอีซี-ความร่วมมือไซเบอร์