เฟซบุ๊กเพจ รวมพลฅนสมุย ใช้ชื่อว่า Ake O Sea ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่มีชายชาวต่างชาติล็อกคอคนร้ายที่เป็นหนุ่มไทยแบบดิ้นไม่หลุด พร้อมเขียนข้อความว่า “เตือนภัยชาวสมุย สดๆ ร้อนๆ น่าจะติดยาขโมยโทรศัพท์ที่ร้านนวด แล้วหนีฝรั่งกับสาวไทยเจ้าของโทรศัพท์ ขับตามฝรั่งเกือบโดนแทง โชคดีจับล็อกคอได้ ผมไปเจอเหตุการณ์พอดี และทางกู้ภัยก็มาพอดี ช่วยกันดูแลลูกหลานด้วยครับ ดูจากรูปการณ์น่าจะติดยาเสพติด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอเช็กข่าวว่าอะไรเป็นอะไร”
หลังจากคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกไปได้มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลเบาะแสของชายไทยคนนี้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น “เหมือนเคยมาขโมยที่ร้านเราปีที่แล้วเลยค่ะ มีรอยสักที่ขาไหม?” “เคยขโมยที่ร้านแก๊สด้วย” “มันมาขโมยโทสับในร้านเสริมสวยเราด้วยใบแจ้งความยังอยู่เลย” “เมื่ออาทิตย์ที่แล้วขโมยรถหน้าร้านผมของลูกค้าที่มาออกกำลังกาย ผมกำลังหาตัวอยู่พอดี”
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โรงพักบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้เข้ามาควบคุมเหตุการณ์พร้อมกับควบคุมตัวคนร้ายไปทำการสอบสวนดำเนินคดี
โดย น.ส.พิมพรรณ สาทอง อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ระหว่างที่นั่งเล่นโทรศัพท์รอแฟนนวดตัวอยู่นั้น ได้มีชายไทยเข้ามาสอบถามบริการนวดตัว 2 ชั่วโมง แต่ตนเองตอบกลับไปว่าไม่ใช่หมอนวด จึงได้ลุกไปตามหมอนวดในร้านมาพูดคุย ระหว่างนั้นตนเองได้วางโทรศัพท์ไอโฟน 10 ไว้ที่โต๊ะ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้เอะใจว่าโทรศัพท์ได้หายไปแล้ว เพราะตนเองมีโทรศัพท์อยู่ 2 เครื่อง แล้วกลับมาบอกคนร้ายว่าหมอนวดที่อยู่อีกร้านหนึ่งกำลังมา
ขณะที่คนร้ายก็ชะล่าใจไม่ลุกหนีไปทันทีทำทีเป็นนั่งรอ ผ่านไป 10 นาทีคนร้ายลุกออกจากร้านไปพร้อมบอกว่าจะไปกินข้าวที่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ นี้ ผ่านไป 5 นาทีตนเองก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหายไปไหน ลองโทรเข้าก็ถูกปิดเครื่องไปแล้ว ส่วนแฟนตนเองรู้เรื่องก็ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามชายไทยคนดังกล่าว ก็ไปพบเดินห่างจากร้านนวดประมาณ 100 เมตร สังเกตที่กระเป๋ากางเกงเห็นโทรศัพท์ของแฟนสาวอยู่จึงหยิบออกมา คนร้ายก็พยายามจะวิ่งหนีแฟนก็พยายามจะจับตัวเกิดการต่อสู้ และคนร้ายจะใช้มีดปลายแหลมแทงแฟน แต่แฟนจึงเอามือปัดจนถูกบาด ก่อนจะล็อกตัวคนร้ายได้ตามคลิปที่ปรากฏ
“ตั้งแต่อยู่เกาะสมุยมา 4-5 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย เคยเห็นแต่ในทีวีไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เจอครั้งนี้รู้สึกกลัว ถ้าไปข้างนอกจะไม่ไปคนเดียว ทรัพย์สินและของมีค่าเช่นทองก็จะไม่ใส่ มือถือไอโฟน 10 ก็จะไม่โชว์ให้เห็น” น.ส.พิมพรรณผู้เสียหายกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทางผู้เสียหายรู้สึกสงสารนายสุทธิพงษ์ ชุมเกตุ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา จึงไม่แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่แจ้งความที่ลักทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน 10 ไป ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ และพกอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

