ตำรวจเมืองภูเก็ตได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย บริเวณโครงการหมู่บ้านรังสิริ 1, 2 ม.3 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 11/49 ซึ่งเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านสัก บริเวณพื้นหน้าบ้านพบกองเลือดขนาดใหญ่จำนวน 2 กอง และยังพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม. ตกอยู่จำนวน 2 ปลอก ข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น และห่างไปเล็กน้อยภายในบ้านด้านหลังโซฟายังพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่อีก 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบถามทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ได้มีผู้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
โดยหนึ่งในผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายสินชัย แก้วลิพอน อายุ 30 ปี สภาพถูกยิงเข้าบริเวณใต้ราวนมขวาทะลุหลัง 1 นัด กลางหน้าอก 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด แพทย์ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย ทราบชื่อ คือ นายจักรพันธุ์ สลวยเอี่ยม อายุ 28 ปี อาการสาหัสยังไม่สามารถให้การได้
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสินชัย หรือสิน ผู้ตาย และนายจักรพันธุ์ กับเพื่อนอีกประมาณ 2-3 คน กำลังนั่งประกอบกันชนหลังรถเก๋งของผู้ตายบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นได้มีกลุ่มคนร้ายขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และมีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับตามหลังมาอีก 1 คัน
จากนั้นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้เดินลงจากรถยนต์และเข้ามาสอบถามหาคนชื่อสิน ซึ่งเป็นชื่อของผู้ตาย ก่อนจะชักปืนจ่อยิงในระยะกระชั้นชิด ทำให้เพื่อนที่อยู่บริเวณดังกล่าวต่างวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ขณะที่ผู้ตายวิ่งหนีเข้าไปในบ้านคนร้ายยังตามเข้าไปยิงซ้ำ และยังพลาดไปถูกนายจักรพันธุ์ด้วย หลังจากลงมือเสร็จกลุ่มคนร้ายก็ขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เพื่อนๆ ของผู้ตายได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในการติดตามตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.กมล โอศิริ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวสั้นๆ ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็นเรื่องใดไม่สามารถระบุได้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สอบสวนฯเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์

