ที่วัดดงกระยอม ต.ห้วยโพธิ์ และที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ เกจิชื่อดังภาคอีสาน นำญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์มรณะ ทำการเก็บเถ้ากระดูกผู้เสียชีวิตทั้ง 2 แห่งรวม 14 ราย ซึ่งเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการฌาปนกิจบนเชิงตะกอนหรือเผาแบบกองฟอนพร้อมกัน แต่เนื่องจากเพื่อความสบายใจ ตามทำเนียมความเชื่อโบราณ จึงได้ปล่อยให้เชิงตะกอนดับเอง เพื่อลดอาถรรพ์กรณีตายโหงให้วิญญาณสงบ และเป็นกุศลโลบายให้ญาติได้ทำใจก่อนที่จะทำการประกอบพิธีทางศาสนา
สำหรับบรรยากาศการเก็บกระดูกของญาติยังคงอยู่ท่ามกลางความเสียใจ เพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดอุบัติเหตุ ต่างหวังว่ากรณีอุบัติเหตุรุนแรงเช่นนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย การเก็บกระดูกในครั้งนี้พระราชศีลโสภิต ยังได้พรมน้ำมนต์แผ่เมตตาให้วิญญาณสงบไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้น
ขณะที่ นายกฤษฎา ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า การเอาผิดกับ เจ้าของกิจการกันเองทัวร์ ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกทะเบียนรถที่เกิดเหตุ เนื่องจากใช้งานไม่ได้อีกแล้ว และการเพิกถอนใบขับขี่ของนายกฤษณะ จุฑาชื่น คนขับรถ และล่าสุด เจ้าของกิจการ กันเองทัวร์ ได้เข้ามาขอยกเลิกการประกอบธุรกิจทัวร์ ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับรถในบริษัททัวร์มี 3 คัน คือ 1.คันเกิดเหตุ ส่วนคันที่ 2 ได้ขายให้กับบุคคลอื่นไปแล้ว และ คันที่ 3 ทราบว่า ได้นำรถทัวร์ไปขายให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งที่จ.นครปฐม เพื่อยุติการประกอบธุรกิจรถทัวร์ เนื่องจากเสียใจต่อเหตุการที่เกิดขึ้น แต่ในด้านการเอาผิดเกี่ยวกับกฏหมายขนส่งนั้น เนื่องจากรถที่เกิดเหตุไม่ได้มาตตรวจสภาพรถจริงครั้งที่ 2 ตามกฏหมาย
ภายในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาผู้ประกอบการยังคงต้องมาดำเนินการจ่ายค่าปรับ เพราะทำผิดเงื่อนไขของกรมขนส่งทางบก
ส่วนบรรยากาศการสอบปากคำผู้บาดเจ็บ และญาติผู้เสียชีวิต ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 2 โดยตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้อำนวยความสะดวกให้กับญาติและผู้เสียหาย เพื่อเร่งสรุปสำนวนในการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน นับจากนี้
ซึ่งเบื้อต้น คนขับรถโดนดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส, ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเสพยาเสพติดแล้วขับรถ
ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวระบุว่า ก่อนที่รถบัสจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้เห็นคนขับรถวิ่งหนี และกระโดดออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดโดยทิ้งผู้โดยสารทั้งหมด เหมือนเป็นการจงใจที่จะฆ่าผู้โดยสารนั้น
ล่าสุดทาง ตร.ได้สอบสวนคนขับอ้างว่าไม่ได้กระโดดหนี เพราะที่ตัวมีบาดแผลเช่นกัน สอดคล้องกับรอยครูดไปตามถนนของรถทัวร์ ซึ่งตัวคนขับก็ยืนยันว่า ตอนที่เกิดเหตุก็อยู่ในรถ
ส่วนที่มีคนเห็นว่ามีคนขับกระโดดออกจากรถนั้น น่าจะเป็นคนขับประจำรถอีกคน อย่างไรก็ตามจะสอบปากคำที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนสรุปสำนวนคดี

