รถทัวร์ตกเขาดอยรวก จ.ตาก ตาย-เจ็บเพียบ

เวลา 22.51 น. วันที่ 9 เมษายน ตำรวจโรงพักแม่ท้อ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกแรงงานเมียนมา ของบริษัท จงเจริญแคปปิตอล จำกัด (ราชบุรี) หมายเลขทะเบียน 33-5488 กทม. เดินทางมาจากด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก ชายแดนไทยเมียนมา ด้าน อ.แม่สอด ไปยัง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้โดยสารเป็นชาวเมียนมา จำนวน 50 คน ประสบอุบัติเหตุ พุ่งลงดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 12 บริเวณ กม.68+200

เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 16 คน บาดเจ็บปานกลาง-สาหัส จำนวน 28 คน และผู้เสียชีวิต 6 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ใช้เวลาประมาณ 7 ชม. จึงสามารถเคลียร์พื้นที่ได้

จากการสอบสวนนายพิสิษฐ์ ธนถัคพสิษฐ์ อายุ 40 ปี คนขับรถ บอกว่า ขับรถให้กับบริษัทเพื่อรับส่งแรงงานเพื่อนบ้านชาวเมียนมาไปกลับจาก จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมายังชายแดนไทยเมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นประจำ โดยรถคันเกิดเหตุเป็นรถใหม่ เพิ่งจดทะเบียน เมื่อต้นปี 2560 ใช้รับส่งแรงงานที่มาต่อวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ประจำทุกวัน

เช่นเดียวกับครั้งนี้ ได้เดินทางมาจากอำเภอแม่สอด ในช่วงหัวค่ำ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณดอยรวก เป็นถนนทางลงเขาลาดชัน รถเกิดวิ่งไหลลงมาตามทางด้วยความเร็ว ตนพยายามหยุดรถ แต่ไม่สามารถหยุดรถได้ เนื่องจากลมเบรกหมด จึงพยายามใช้ตัวรถด้านซ้าย เบียดไถลกับแบริเออร์ข้างทาง เพื่อหวังชะลอความเร็ว และประคองรถให้เข้าทางหยุดฉุกเฉิน แต่เอาไม่อยู่ จึงพุ่งข้ามแบริเออร์ รถพลิกตะแคงไถลไปกับไหล่ทาง ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ก่อนจะพุ่งตกลงไปในเหวลึก 5 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและกู้ศพผู้เสียชีวิต ที่ติดอยู่ในซากรถบัสดังกล่าว จนกระทั่งรุ่งเช้าที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูล GPS ของกรมการขนส่งทางบก ช่วงก่อนเกิดเหตุ รถบัสดังกล่าวใช้ความเร็วถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วกว่า มาตรความปลอดภัยบนเส้นทางดังกล่าว ที่ไม่ควรเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถทั่วไป หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถใหญ่หรือรถหนัก

ในขณะที่การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับเงินช่วยเหลือจากกรมธรรม์ชั้น 1 ในส่วนของค่ารักษาและค่าสินไหมทดแทน ไม่เกินรายละ 300,000 บาท และไม่เกิน 700,000 บาท สำหรับผู้เสียชีวิต (พ.ร.บ.+ประกันชั้น 1 )

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เร่งระดมตามหานักท่องเที่ยวญี่ปุ่น หลงดอยอินทนนท์
บทความถัดไป“แวนการ์ด1” วัตถุเก่าแก่ที่สุดในวงโคจร