100 ปี ‘กำพล วัชรพล’ อันทรงความหมาย ต่อบริบทการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : โดย ไพรัช วรปาณิ

24.06.18 | 14:49 น.

F.W. Parker กล่าวไว้ว่า “The aim and end of all education is the development of character.”

“เป้าหมายและบทสรุปของการศึกษา คือ..พัฒนาศีลธรรม คุณธรรมของมนุษย์”

ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก จนเป็นที่ทราบกันแล้วว่า ..ผอ.กำพล วัชรพล อดีต ผอ.หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เขียนได้เขียนเป็นบทความเรื่อง “ทำดี… โลกเห็น” กล่าวถึงชีวประวัติดั่งนิยายในวัยเด็กของ ผอ.กำพล ที่ลำบากยากเข็ญ ต้องต่อสู้ชีวิตแสนสาหัส จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในวัยกลางคน แล้วได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ไว้ว่า ถ้าตนเองร่ำรวยขึ้นเมื่อใด จะบริจาคเงินสร้างโรงเรียนช่วยให้เด็กยากไร้ ได้รับการเล่าเรียนโดยทั่วถึง และผู้เขียนได้เขียนสดุดี ในหนังสือพิมพ์ ‘มติชน’ ฉบับวันที่ 25 พ.ย.2560 ไปแล้วนั้น

เป็นที่น่ายินดี ที่ได้ทราบว่าไทยรัฐวิทยาแห่งที่ 102 ได้ทำการเปิดเป็นทางการที่จังหวัดตรัง อีกแห่งแล้ว โดย Generatoin รุ่นหลังภายใต้การนำของคุณยิ่งลักษณ์และคุณสราวุฒิ วัชรพล แห่งไทยรัฐ ได้สืบทอดเจตนารมณ์อันทรงความหมายและคุณค่าของบรรพบุรุษ เพื่อให้เกิดผลในทางรูปธรรมอย่างน่าชื่นชม

ข่าวว่า ขณะนี้ โรงเรียนไทยรัฐวิทยาได้ดำเนินการตามโครงการเพิ่มไปแล้ว 6 โรงเรียน และในโอกาสที่ ผอ.กำพลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองระหว่างปี พ.ศ.2561-2562 อันเป็นโอกาสและมีความหมายที่ได้จัดเฉลิมฉลองตามโครงการ ฉลองครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ผอ.กำพล วัชรพล ในปี พ.ศ.2562 พร้อมกัน จะสร้างให้ครบเป้าหมาย 111 โรง อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

Advertisement

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยการผลักดันด้วยความมุ่งมั่นของคุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล และลูกๆ ได้จัดสร้างโรงเรียนเพิ่มเป็นอนุสรณ์ขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อสานต่อปณิธานด้านการศึกษาของ ผอ.กำพล วัชรพล ปี พ.ศ.2562 ให้จำนวนโรงเรียนไทยรัฐวิทยาครบ 111 แห่ง เพื่ออนาคตของเด็กไทย อย่างน่าภาคภูมิใจ

ข่าวล่าสุด “อาคาร 100 ปี กำพล วัชรพล” โรงเรียนไทยรัฐวิทยาแห่งที่ 102 ได้ดำเนินการเปิดเป็นทางการขึ้นแล้ว อีกแห่งหนึ่งที่บ้านเกาะเต่า ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2561 โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ไปร่วมพิธีด้วย

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 102 คือโรงเรียบ้านเกาะเต่าเดิม ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2480 เปิดสอนชั้นประถมปีที่ 1 มีนักเรียนเพียง 30 คน ด้วยเหตุขาดแคลนปัจจัยทางโรงเรียนต้องใช้ถ้ำเป็นห้องเรียนในบางโอกาส แต่ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึงชั้นประถม 6 มีนักเรียนกว่า 200 คน แม้จะจัดการสอนอย่างเข้มแข็ง ทว่าความพร้อมของสถานที่และวัตถุอุปกรณ์ก็ยังไม่อำนวย แต่นับจากนี้ต่อไป มูลนิธิไทยรัฐจะเข้าไปช่วยดูแลส่งเสริมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

นายมานิจ สุขสมจิตร บก.อาวุโสไทยรัฐ ได้กล่าวว่า การสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเป็นเจตนาของ ผอ.กำพล เพื่อส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจัดสร้างโรงเรียน อาคารเรียนและมอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการจัดบุคลากรมาสอนตามหลักสูตร ส่วนมูลนิธิไทยรัฐนั้น ได้มอบเงินจัดตั้งมูลนิธิประจำโรงเรียน พร้อมทั้งสนับสนุนการเรียนการสอน พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนและโครงการต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรที่จัดทำเพิ่มเติมในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา อันได้แก่หลักสูตรพลเรือนดี และหลักสูตรสื่อมวลชนศึกษา โดยที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศเดิมมี 101 ใน 76 จังหวัด และมีนักเรียนกว่า 30.000 คน

ทำให้ผู้เขียนถึงบางอ้อว่า เหตุใด? จึงมีนักธุรกิจคนดังผู้มีใจกุศล อาทิ คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานสี TOA และคุณกิตติพงษ์ เตรัตนชัย นายกสมาคมวิเทศพาณิชย์ ไทยจีน ฯลฯ ไปมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนผู้ยากไร้ ผ่านคุณสราวุฒิ วัชรพล มูลนิธิไทยรัฐวิทยา เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนในหน้าสี่สี ไทยรัฐ อยู่เสมอๆ ที่แท้คือการร่วมแรงร่วมใจในการส่งเสริมการศึกษานั่นเอง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเงินรับบริจาคทุกเม็ด ทางมูลนิธิไทยรัฐจะนำไปใช้สนับสนุนด้านต่างๆ เช่น ความจำเป็นพื้นฐานของนักเรียนอย่างเสื้อผ้า อาหารกลางวัน อุปกรณ์กีฬา และแม้งบประมาณโรงเรียนจะได้จากรัฐอยู่แล้ว แต่ทางมูลนิธิจะเข้าไปช่วยเสริม โดยทำตามแผนยุทธศาสตร์ ด้วยการจัดเน้นสองด้าน คือ 1.การจัดเรียนรู้ของครู และ 2.เอกลักษณ์ความเป็นไทยรัฐวิทยา เป็นต้นว่าใช้เลขไทยรักวัฒนธรรมไทย เป็นอาทิ

ในการเปิดโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 102 ตามโครงการ ในครั้งนี้ ปรากฏว่า Generatoin รุ่นหลานอย่าง วัชร วัชรพล ปธ.เจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจเครือไทยรัฐกรุ๊ป ได้มอบเงิน 2 แสนบาท เพื่อจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไทยรัฐวิทยา 102 ให้แก่นายธนนนท์ ลดารัตน์ ผอ.ด้วยการนำร่อง…. ขอปรบมือให้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาฯกล่าวในโอกาสที่ ผอ.กำพลไดัรับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกว่า “การที่ยูเนสโกยกย่องนายกำพลเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถือว่าสุดยอดและเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่โดดเด่นในประเทศไทย แต่มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก ในการประชุมครั้งนี้ถือว่าได้รับการสนับสนุนจากประเทศที่เป็นสมาชิก เพราะไม่มีใครคัดค้าน ส่วนประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนในการเสนอชื่อคือ เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลีใต้” และสรุปว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ”

ปณิธานและ “วิชั่น” อันกว้างไกลของ ผอ.กำพล วัชรพล เกิดขึ้นตั้งแต่เยาว์วัย ที่มองเห็นความสำคัญของการศึกษา หรืออีกนัยหนึ่งคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อชาติบ้านเมือง จึงนับได้ว่าเป็น “วิชั่น” อันทรง “ความหมาย” และมีคุณค่า ซึ่งเป็น “อมตะ” จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วหลายสิบปี

ดังที่ ดร.สมัคร เจียมบุรเศรษฐ์ อดีตเลขาฯพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวไว้ในหนังสือ

“อุดมการณ์ของชาติ” เมื่อ 40 กว่าปีก่อน แต่ยังเป็นสัจธรรมในปัจจุบัน ตอนหนึ่งว่า ….

“การศึกษาหรือทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งอาจถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลก การนำทรัพยากรที่ดีของบุคคลนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ‘เพื่อวิชาการและการบริการ’ เมื่อประชาชนพึ่งตัวเองได้ก็จะเป็นที่พึ่งของส่วนรวมประเทศชาติได้ รัฐจึงควรหันมาส่งเสริมและเข้าช่วยเหลือประชาชนให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น มีระเบียบวินัยให้เพียงพอ คำนึงถึงส่วนรวมให้มากที่สุด ซึ่งเป็นการก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่ง”

รัฐไม่อาจดีไปกว่าประชาชนของตนได้ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องสร้างกลุ่มราษฎรให้มีคุณค่า มีประสิทธิภาพ ให้ฉลาด อดทน และมีหลักธรรม รัฐจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐต้องการ ถ้าปราศจากราษฎร รัฐจะไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากความหายนะเท่านั้น”

รัฐที่ดีจะต้องกำหนดวางระบบก่อนหลัง เพื่อปลูกฝังหลักธรรมในหมู่ราษฎรของตน และให้สิ่งของและวัตถุอยู่ภายใต้ขอบเขตแห่งคุณธรรม

คนในชาติจะดีได้ก็ด้วยการศึกษา และความมีอุดมการณ์ของคนในชาติ การศึกษาจะดีได้นั้นจะต้องสร้างสรรค์ให้คนมีความสามารถประกอบอาชีพได้ ทำงานได้ และปฏิบัติตัวต่อสังคม มีระเบียบวินัย มีความเป็นอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข

ภาษาของโลกในอนาคตเป็นเทคโนโลยี รัฐบาลจะต้องปลูกฝังความรู้เป็นขั้นตอนเพื่อเข้าสู่การปฏิบัติ ประเทศมีการผลิตและการพึ่งตัวเอง อย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับอารยประเทศ ไม่ทำให้เสียดุลการค้าเป็นการเพิ่มรายได้อย่างทรงคุณค่า

รัฐบาลจะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจัง และเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศให้ต่อเนื่องและมีแนวทางที่แน่นอนชัดเจน รัฐบาลจะต้องเป็นแม่พิมพ์ที่ดี และจัดการศึกษาที่ดี มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศในอนาคตที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้ และรัฐไม่อาจบรรลุผลข้อนี้ได้ ถ้าผู้บริหารขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา

รัฐบาลใดมองไม่เห็นคุณค่าทรัพยากรมนุษย์ เห็นคุณค่าทางวัตถุและสิ่งอื่นสำคัญกว่า รัฐบาลนั้นไม่ใช่รัฐบาลของประชาชน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้บริหารประเทศ จะพาประเทศพบกับจุดจบ

ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของไทยในทศวรรษหน้าจะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองของโลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลัก 3 ประการของการจัดระเบียบโลกใหม่ โดยเน้นในเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ของโลก 4 ประการ ซึ่งได้แก่การพัฒนาเทคโนโลยีและวิชาการการสงวนและพัฒนาทรัพยากรของชาติ การสร้างความมั่นคงทางการเมืองภายในประเทศ และการพัฒนาทรัพยากรของชาติให้มีคุณภาพ หากสามารถปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทางการเมืองดังกล่าวนี้ได้แล้ว

ก็จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว”…..ว่าไหม?

ไพรัช วรปาณิ
วารสารศาสตร์บัณฑิต ม.ธ.
เนติบัณฑิตไทย