เดินหน้าชน : มองคนละมุม สิทธิมนุษยชน-คนสูญเสีย

25.06.18 | 13:29 น.

การออกมาคัดค้านโทษการประหารชีวิตขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของยูเอ็น

หลังกรมราชทัณฑ์บังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล ด้วยการประหารชีวิต “ธีรศักดิ์” หรือมิก หลงจิ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่า น.ร.ชายชั้น ม.5 ที่ จ.ตรัง ซึ่งเป็นการประหารชีวิตรายแรกของไทยในรอบ 9 ปี

ทำให้ประเด็น “การประหารชีวิต” ถูกหยิบยกมาเป็นวาระทางสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง

การยกเลิกโทษประหารชีวิตจึงมีทั้งเสียงหนุนและเสียงต้านที่ดูเหมือนจะมากกว่า หากประเมินจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เห็นด้วย

เหตุของฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต ทางแอมเนสตี้ฯมองว่าโทษประหารชีวิตละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตตามที่ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และถือเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

Advertisement

แอมเนสตี้ฯยังได้อ้างอิงว่ามีงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

เหตุผลดังกล่าวตรงข้ามกับความเห็นของฝ่ายหนุนที่เชื่อว่าการคงโทษประหารชีวิตจะทำให้คนยังเกรงกลัว มีผลต่อการเกิดอาชญากรรม อีกทั้งการคงโทษนี้ยังยุติธรรมกับเหยื่อที่ต้องจบชีวิต

สอดรับกับแรงหนุนของครอบครัวที่ตกเป็น “เหยื่อ” แน่นอนว่าส่วนใหญ่ต้องการคงโทษประหารชีวิต

นางยุคล สุขมาก แม่เหยื่อ น.ร.ชั้น ม.5 ที่เสียชีวิต เห็นว่าไม่ควรที่จะยกเลิกโทษประหาร นับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเพราะโทษประหาร มีมาตั้งนาน หากมายกเลิกตอนนี้มันไม่ได้ หากประเทศไทยขาดโทษประหารจะขาดความมั่นคงทันที ขาดความเชื่อถือมาก การยกเลิกจะมีผลเสียมากกว่าผลดี

นางพนมวรรณ รำนา อายุ 41 ปี มารดาของ ด.ญ.เกตุมาตุ หรือน้องเพลง วัย 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6 ที่ถูกคนร้ายฆ่ายัดลงในท่อน้ำทางเข้าวัดพระงาม จ.ตรัง สะท้อนว่า คดีของบุตรสาวนับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ใครไม่เจอกับตัวคงยากที่จะเข้าใจ จึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งสำหรับโทษประหารสำหรับผู้กระทำผิด เพราะถ้าปล่อยออกมาแล้วมีการกระทำผิดซ้ำๆ และเชื่อว่าไม่มีทางที่จะกลับตัวให้ดีขึ้น เพราะการ
กล้าทำผิดฆ่าผู้อื่น ถ้าคนจิตใจไม่โหดเหี้ยมพอจะทำไม่ได้

ส่วน นายจรีย์ บุตรเติบ ญาติของเหยื่อฆ่าล้างครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ เห็นว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิตกับผู้ต้องหาที่มีโทษร้ายแรง ใครที่ไม่เคยสูญเสียคนที่รักในครอบครัวจะไม่รู้ว่ามีความเจ็บปวดขนาดไหน เพราะต้องอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานอยู่ในความทรงจำตลอดเวลากับการกระทำที่เหี้ยมโหด

แน่นอนว่าทั้งฝ่ายที่อยากให้เลิกและฝ่ายที่บอกว่าโทษประหารชีวิตยังจำเป็นต้องมีอยู่นั้นต่างมีเหตุและผลในฐานความคิดที่แตกต่างกัน

อย่างที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกมาย้ำว่า จะไม่ยกเลิกโทษประหาร หากจะยกเลิกต้องทำประชามติ

ฉะนั้นบทสรุปของการยกเลิก-ไม่ยกเลิกควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนไทยเอง