ดูเหมือนว่าปัญหาราคาสับปะรดราคาตกต่ำในขณะนี้จะรุนแรงกว่าในอดีตที่ผ่านมา
ตอนนี้ขายได้เพียงราคากิโลกรัมละประมาณ 2-3 บาท จากปกติราคาจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 10-15 บาท
หลายฝ่ายต่างระดมกันออกมาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ทั้งช่วยซื้อ ช่วยขาย ช่วยบริโภค กันอย่างเต็มที่
แต่ก็ทำได้เพียงบรรเทาปัญหาได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น
ขณะนี้เกษตรกรต้องยอมแบกภาระ ยอมขายขาดทุน เพราะหากไม่เก็บก็เน่าเสีย แต่หากเก็บก็ไม่คุ้มค่าแรง
ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ คงจะเป็นสินค้าเกษตรของไทยอีกตัวที่อยู่ในวังวนของปัญหาเกษตรกรไทยแห่ปลูกกันมาก
ประกอบกับตลาดรับซื้อในต่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง
จึงทำให้มีปัญหาราคาตกต่ำเหมือนกับสินค้าเกษตรของไทยอีกหลายๆ ชนิด
แนวทางแก้ปัญหากระทรวงพาณิชย์ กำลังเร่งดำเนินการ 2 ด้าน
คือเชื่อมโยงนำสับปะรดส่วนเกินเข้าสู่ฟาร์มเลี้ยงวัว เป้าหมาย 5,000-10,000 ตัน
รวมทั้งผลักดันการส่งออกสับปะรดกระป๋อง ทดแทนตลาดเดิมสหภาพยุโรปที่ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) นำเข้าสับปะรดไทย ทำให้เสียเปรียบประเทศคู่แข่งอื่นๆ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ สับปะรดไทยยังประสบปัญหาต้นทุนกระป๋องและค่าแรงสูง อีกทั้งเงินบาทแข็งค่ากว่าปีก่อน จึงทำให้เกิดวิกฤตราคาตกต่ำเช่นนี้
จะมีการเจรจาขายให้กับรัสเซียและประเทศตะวันออกกลาง เป้าหมายอีก 40,000-50,000 ตัน เป็นส่วนเพิ่มเติมจากที่มีการเชื่อมโยงค้าปลีกให้รับซื้อสับปะรดเพิ่มเพื่อจำหน่าย และให้โรงงานเพิ่มการรับซื้อมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เดิมคาดหวังกันว่ากลางเดือนกรกฎาคม ปัญหาสับปะรดล้นตลาดจะเริ่มคลี่คลาย เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดหมดลง
หลังจากผลผลิตออกพร้อมกันในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม วันละกว่า 14,000 ตัน แต่กำลังการผลิตโรงงานรับได้ 7,000-10,000 ตัน
ประกอบกับตลาดส่งออกหายไป 20% จากถูกจีเอสพี ทำให้ราคาตกต่ำมาก
แต่เมื่อรัฐบาลพยายามผลักดันบริโภคในประเทศและหาตลาดส่งออก ประกอบกับหมดฤดูกาล กระทรวงพาณิชย์จึงหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ส่วนทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำไปในทิศทางเดียวกันว่า
เกิดจากตลาดส่งออกชะลอตัว และผลผลิตกระจุกตัวช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน
มาตรการช่วยเหลือโดยมติคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติ จะเร่งระบายสับปะรดส่วนเกินออกนอกแหล่งผลิต
มีการผลักดันส่งออกและขยายตลาดต่างประเทศ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำเอ็มโอยูรูปแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี กับรัสเซีย อิหร่าน และเชื่อมโยงการค้าขยายตลาดใหม่ เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป และอาเซียน
รวมทั้งให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ช่วยกันรณรงค์การบริโภคสับปะรดผลสดเพิ่มขึ้น
โดยให้แต่ละจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานส่งเสริมการบริโภคสับปะรดผลสดในจังหวัด
รณรงค์การบริโภคสับปะรด เช่น สถานประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม สถานศึกษา สถานพยาบาล เรือนจำ นำผลผลิตสับปะรดมาใช้ในการประกอบการทำอาหาร
และให้กรมปศุสัตว์นำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ ทำอาหารหมักเลี้ยงโคเนื้อและโคนม
แม้ว่าจะร่วมแรงร่วมใจกันขนาดนี้ แต่ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเชื่อว่ากว่าปัญหานี้จะคลี่คลาย คงต้องใช้เวลาอีก 2 ปี กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ
จึงหวังว่าที่ประชุมแก้ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ ที่ทางกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
จะหาทางวางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และยาว แบบครบวงจร
เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ย้อนกลับมาอีก เหมือนสินค้าเกษตรตัวอื่นของไทยที่เกิดปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซากกลายเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ในขณะนี้

