
⦁…หัวใจคนไทยส่วนใหญ่เวลานี้ ภาวนาเพื่อส่งพลังไปให้ “เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย” ให้ช่วยเหลือ “เด็ก 13 คน” ที่หลงอยู่ในถ้ำเขาหลวง “ได้สำเร็จ” ด้วยยิ่งนานวันแล้วยังไม่รู้ชะตากรรม ยิ่งก่อบรรยากาศสลดหดหู่มากขึ้นเรื่อยๆ หากมีสัญญาณในทางที่มีความหวัง จะเป็น “ความสุข” ของคนไทยทั้งประเทศ
⦁…แม้เริ่มจะเห็นกำหนดการ “วันเลือกตั้ง” ที่ชัดเจนขึ้น รองนายกฯวิษณุ เครืองาม เปิดออกมาให้รับรู้กันว่า “เร็วสุด 24 ก.พ.62 ช้าสุด 5 พ.ค.62” นั่นหมายถึงอีกไม่ถึงปี เหมือนจะเริ่มเปิดทางสว่างให้ได้เห็น “ประชาธิปไตย” แต่หากความเป็นไปในรายละเอียดดูว่ายังมีหลายเรื่องราวที่จะสะท้อน ว่ายังทะมึนอยู่กับ “อำนาจเด็ดขาด” ที่ไม่ไว้วางใจสถานการณ์แบบประชาธิปไตยสักเท่าไร
⦁…เรื่องราวของ “การจัดตั้งพรรคการเมือง” เพื่อสนับสนุน “อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน” ดำเนินกันเข้มข้น “พลังดูด” ที่ออกปฏิบัติการ
คึกคัก อันเป็น “วิธีการแสวงอำนาจแบบเดิมๆ” บอกให้รับรู้ว่า “การช่วงชิงอำนาจเที่ยวนี้” อัดกันเต็มที่ทุกรูปแบบ โดยไม่เลือกวิธีการกันแล้ว หากมองในภาพรวมโดยโยงไปที่ “กติกาโครงสร้างอำนาจ” และการใช้ “ความได้เปรียบอื่นๆ” ยิ่งชัดเจนว่า “การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น” มีความพยายามที่จะกำหนดผลไว้ล่วงหน้าในระดับที่ “มั่นใจ” ได้
⦁…ยิ่งมองผ่านการหารือร่วมระหว่าง “รัฐบาล” กับ “พรรคการเมือง” ที่เริ่มตั้งแต่ใช้ “สโมสรกองทัพบก” และ “ผู้แทนรัฐ” ที่ส่วนใหญ่เป็น “คนจากกองทัพ” มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแม่งานใหญ่ แถมยังควบคุมเข้มข้น ให้ “การหารือเป็นความลับ” ระดับ “ต้องตรวจค้นคนเข้าร่วมพร้อมทั้งเก็บโทรศัพท์มือถือห้ามสื่อสาร” ก่อให้เกิดบรรยากาศที่รับรู้กันว่าเป็นรูปแบบ ของ “การเรียกมาปรับทัศนคติ” ก่อนหน้านั้น ทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า “เลือกตั้ง” ที่จะมีขึ้น จะเป็นแบบ “ควบคุมเข้มข้น” ไม่ต่างกัน
⦁…ขณะเดียวกันท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แสดงออกในช่วงหลัง ชัดเจนว่า “ต้องการเฉพาะบรรยากาศของการให้กำลังใจรัฐบาล” ยังยืนอยู่บนเหตุผลว่า “รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงานด้วยจิตใจเสียสละ” ทุกคนทุกฝ่าย โดยเฉพาะ “สื่อมวลชน” ต้องมีหน้าที่ในเชิง “ให้กำลังใจ” ไม่ใช่แสดงออกในทาง “บั่นทอน” ด้วยประเทศชาติต้องการ “ความสงบเรียบร้อย” เพื่อเป็นปัจจัยที่ดีของการพัฒนา
⦁…เพราะด้วยท่าทีที่ย้ำมาหลายรอบว่า “การเมืองจะกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้” อันถูกตีความว่า “หมายถึงจะต้องสืบทอดอำนาจให้สำเร็จ” ขณะที่อีกฟากประกาศยุทธศาสตร์ชัดด้วยการทำให้ “การเลือกตั้ง” ที่จะเกิดขึ้น เป็นการเลือกระหว่าง “สืบทอดอำนาจ” กับ “ประชาธิปไตย” ก่อบรรยากาศยากประนีประนอม เมื่อ “ความชอบธรรม” อยู่ที่ “กติกาที่เป็นธรรม” และ “การเคารพการตัดสินของประชาชน” ดูว่าความยุ่งยากจะรออยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
⦁…ปัญหาใหญ่น่าจะอยู่ที่ “รัฐธรรมนูญ” ซึ่ง “พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย” ประกาศจุดยืนไว้ชัดเจนว่าจะต้อง “แก้ไข” ด้วยให้เหตุผลว่า เพื่อให้เกิดการ “เคารพสิทธิที่เท่าเทียมกันของประชาชน” ขณะที่มีการวางเกมไว้ว่า “การเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไข เสี่ยงต่อการถูกตีความว่าผิดกฎหมาย” ซ้ำกำหนดโทษไว้รุนแรง ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นความพยายามที่เสี่ยงต่อความขัดแย้งรุนแรงไม่ได้ยาก
⦁…หลังเปิดตัวอย่างเอิกเกริก แต่ถึงวันนี้ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ที่เปิดตัวด้วยการประกาศตระบัดสัตย์ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ดูจะกร่อยๆ ไปหน่อย ความร้อนแรงของพรรคในฟากนี้ไปอยู่ที่ “พลังประชารัฐ” ที่มี สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นตัวเดินมากกว่า ทำให้คำถามว่า “ใครเก๋ากว่ากัน” เริ่มได้ยินบ่อยขึ้น
ชโลทร






