หน้าแรก คอลัมนิสต์ สงกรานต์-คาร์...

สงกรานต์-คาร์นิวัล โดย ปราปต์ บุนปาน

11.04.16 | 15:01 น.

“เทศกาลน้ำ” ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง “เทศกาลสงกรานต์” ที่บ้านเรานั้น

มีบางแง่มุม ซึ่งสามารถถูกนำไปพิจารณาเปรียบเทียบกับ “เทศกาลคาร์นิวัล” และเทศกาลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอื่นๆ ของวัฒนธรรมตะวันตกได้

กล่าวคือ เทศกาลเหล่านี้ ถือเป็นช่วงเวลา “ปลดปล่อย” ซึ่งจะงดเว้นการบังคับใช้ระเบียบ กฎเกณฑ์ ปทัสถานต่างๆ ทางสังคม ไว้ชั่วคราว

แม้กระทั่งความเหลื่อมล้ำ-แตกต่างทางชนชั้นก็ถูกเพิกเฉย ผ่านเสียงหัวเราะ การล้อเลียน และการละเล่นสนุกสนาน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่มวลชน-ชาวบ้าน ต่างมีความสุขอยู่กับช่วงเวลาสั้นๆ ในการได้พลิกคว่ำระบบระเบียบอันเคร่งครัด

Advertisement

มีความเป็นไปได้ว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จริงจัง เคร่งเครียด และดีงาม ของผู้มีอำนาจ ตลอดจนสถาบันทางสังคม-วัฒนธรรมต่างๆ ก็กำลังดำเนินอยู่เช่นเดียวกัน

และใช่ว่า ทุกคนจะนิยมชมชอบหรือยอมรับ “ความสนุกสนานในสถานการณ์ยกเว้น” ดังกล่าว

เช่น เคยมีงานศึกษาว่าภาวะความเป็นปฏิปักษ์ระหว่าง “ผู้ใช้แรงงานภาคการเกษตร” กับ “พวกเจ้าที่ดิน” ในแคว้นอันดาลูเซีย (หนึ่งในแคว้นปกครองตนเองของประเทศสเปน) นั้นส่งผลกระทบถึงเทศกาลคาร์นิวัลซึ่งถูกจัดขึ้นด้วย

แรกเริ่มเดิมที ทั้งสองชนชั้นต่างเข้าร่วมเทศกาลงานรื่นเริง และบรรดาเจ้าที่ดินก็พยายามอดทนอดกลั้น ต่อการถูกเสียดสีเยาะเย้ยโดยผู้คน ซึ่งมีลำดับชั้นทางสังคมต้อยต่ำกว่าในช่วงเวลาปกติ

แต่พอสถานการณ์การเพาะปลูกย่ำแย่ พวกเจ้าที่ดินต่างก็พยายามหลบหลีกการถูกคุกคาม (กึ่งเล่นกึ่งจริง) ในงานคาร์นิวัล ด้วยการหนีขึ้นไปนั่งชมเทศกาลจากระเบียงบ้านของตนเอง

แล้วไปๆ มาๆ พวกเจ้าที่ดินก็ตัดสินใจเดินทางออกนอกเมืองของตนในช่วงเทศกาลคาร์นิวัล เพื่อปล่อยให้คนอีกชนชั้นหนึ่งได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกผ่านงานรื่นเริงตามใจชอบ

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับแรกๆ ที่ออกโดย “นายพลฟรังโก” ในช่วงสงครามกลางเมืองของสเปน ก็คือ กฎหมายซึ่งระบุถึงความผิดในการจัดเทศกาลคาร์นิวัล

ส่งผลให้ถ้าใครเผลอไผลไปสวมใส่หน้ากากงานคาร์นิวัลในพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐบาลชาตินิยมควบคุมอยู่ คนผู้นั้นก็อาจโดนลงโทษขนานหนัก

และแม้เทศกาลคาร์นิวัลจะไม่ถึงกับถูกชำระล้างให้หายสาบสูญไปจากประเทศสเปน แต่จำนวนงานที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามก็ลดน้อยถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น สำหรับผู้มีอำนาจบางราย งานเทศกาลรื่นเริงที่อยู่นอกเหนือระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคม (แม้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว) จึงอาจถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคง

ความเห็นต่างเช่นนี้ นำไปสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับ “สถานะ” ของเทศกาลคาร์นิวัล

ว่าแท้จริงแล้ว งานสนุกสนานทำนองนี้ มีสถานะเป็นรูระบายความตึงเครียดของสามัญชน-คนชั้นล่างจำนวนมากในสังคม ซึ่งแม้แต่ผู้ทรงอำนาจ-ชนชั้นนำ ก็ตระหนักถึงความจำเป็น และยินยอมให้จัดงานขึ้น

เพื่อที่หลังจากบรรยากาศเฉลิมฉลอง-ปลดปล่อยสิ้นสุดลง ระบบระเบียบและลำดับชั้นต่างๆ ในสังคม จะได้กลับมาทำงานอย่างเข้มแข็ง และหวนคืนสู่สภาพเดิมโดยราบรื่น

หรือถึงที่สุดแล้ว เทศกาลซึ่งยกเว้นบรรทัดฐานข้อบังคับ จนเปิดโอกาสให้มหาชนสามารถยั่วล้อ ท้าทาย เพิกเฉยต่ออำนาจได้ จะช่วยเผยให้เห็นถึงสภาพความขัดแย้ง-ไม่เท่าเทียมจริงๆ ที่ดำรงอยู่อย่างซ่อนเร้นในสังคม

สำหรับผู้มีอำนาจกำหนดความเป็นไปของสังคม ถ้าเชื่อมั่นในสถานะแบบแรกของเทศกาลคาร์นิวัล พวกเขาก็คงจะไม่ต้องลงมือทำอะไรมากมายนัก นอกจากปล่อยปละผ่อนผันให้สภาวะยกเว้นดำเนินไป โดยไม่ก่อความวุ่นวายเกินควบคุม

แต่หากเชื่อว่าเทศกาลคาร์นิวัลมีสถานะในแบบหลัง การกำหนดข้อห้ามและสำรวจตรวจตราบรรดา “สิ่งแปลกปลอม” (ที่อาจพลิกผันกลายเป็น “ภัยคุกคาม”) อย่างเข้มงวดกวดขัน ก็ย่อมเกิดขึ้นตามมา

ขออนุญาตสรุปซ้ำจากตอนต้นบทความอีกครั้งว่า “คาร์นิวัล” และ “สงกรานต์” นั้นมีลักษณะสอดคล้อง “ร่วม” กันอยู่หลายประการ