An Executive President ของตุรกี ละม้ายกับระบอบประธานาธิบดีของสหภาพโซเวียต

4.07.18 | 13:17 น.
Executive President คนแรก

การบัญญัติศัพท์ไทยจากคำภาษาอังกฤษเป็นหน้าที่โดยตรงของราชบัณฑิตยสภาตั้งแต่สมัยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเป็นนายกราชบัณฑิตยสภาซึ่งท่านได้บัญญัติศัพท์มาใช้อย่างมากมาย อาทิ อัตโนมัติ (automatic) รัฐธรรมนูญ (constitution) ประชาธิปไตย (democracy) โทรทัศน์ (television) วิทยุ (radio) แต่ก็มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำที่บัญญัติเป็นภาษาไทยแล้วไม่ได้รับความนิยมหรือเรียกว่า “ไม่ติด” ก็ไม่มีใครใช้ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ

Executive บัญญัติศัพท์ภาษาไทยเป็น “บริหาร”

ส่วน Administrative บัญญัติเป็น “บริธาร” ปรากฏว่า “บริธาร” ไม่ติด บรรดานักวิชาการพากันใช้คำว่าบริหารกับทั้ง Executive และ Administrative ทั้ง 2 คำจนทุกวันนี้ แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นกันเนื่องจาก

Executive หมายถึง อำนาจของรัฐบาลคืออำนาจของคณะรัฐมนตรี

Administrative หมายถึง อำนาจของข้าราชการประจำซึ่งต้องใช้อำนาจนี้ปฏิบัติงานตามนโยบาย คำสั่งของรัฐบาล

Advertisement

ดังนั้น ทางวิชาการไทยมีคำว่าการบริหารเหมือนกัน 2 คำ เป็นผลให้เกิดความสับสนทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติมานานหลายสิบปีแล้วโดยเฉพาะช่วงในการเลิกใช้วงเล็บภาษาอังกฤษข้างหลังคำศัพท์ที่เราแปลจากภาษาอังกฤษเลยพากันเข้ารกเข้าพงเหมือนกับคำว่า “ยุทธศาสตร์” กับ “กลยุทธ์” ซึ่งแปลจากภาษาอังกฤษว่า “strategy” คำเดียวกันจนเลยเถิดไปเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแบบกู่ไม่กลับเลยจริงๆ

Executive President คนที่สอง

อีทีนี้ก็มาถึงหัวเรื่อง An Executive President ของตุรกีละม้ายกับระบอบประธานาธิบดีของสหภาพโซเวียต คือการที่ประเทศตุรกีได้มีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2560 เพื่อปฏิรูประบบการปกครองโดยอ้างว่าการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่จะทำให้ตุรกีมีผู้นำที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดรูปแบบรัฐบาลผสมที่อ่อนแอดังที่เกิดขึ้นในอดีตและแก้ปัญหาการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากฝ่ายทหารที่ทำการยึดอำนาจบ่อยครั้ง หัวข้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีดังนี้คือ

1) ประธานาธิบดี มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนแทนการเลือกตั้งโดยรัฐสภา มีวาระ 5 ปี และยังสามารถดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองได้ต่อไปการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาจะจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เปลี่ยนจากเดิมทุก 4 ปี และจัดในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี

2) ยกเลิกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีตำแหน่งรองประธานาธิบดี 3-4 คนแทน

3) ประธานาธิบดีมีอำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแต่เพียงผู้เดียว และประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงแต่เพียงผู้เดียว

4) ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยรัฐสภาสามารถปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งได้แต่ต้องใช้คะแนนเสียงสองในสามของสมาชิกทั้งหมด

5) ประธานาธิบดีเป็นผู้รับผิดชอบเสนองบประมาณประจำปี หากรัฐสภาไม่อนุมัติก็สามารถใช้งบประมาณของปีที่ผ่านมาได้โดยเพิ่มอัตราเงินเฟ้อเข้าไปได้

6) ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือให้คัดเลือกจากรัฐสภาและที่ประชุมของผู้พิพากษา

ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ได้บั่นทอนอำนาจของรัฐสภาให้อ่อนแอลง และระบอบการเมืองดูจะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลอันใดเข้ามาแทนที่ ซึ่งดูเผินๆ ก็คล้ายกับรัฐบาลระบอบประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั่นเองที่ปราศจากการคานอำนาจกันระหว่าง 3 อำนาจคือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ แต่อันที่จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากหัวใจของรัฐบาลประธานาธิบดีแบบสหรัฐอเมริกานั้นคือประธานาธิบดีไม่มีอำนาจยุบสภาได้นั่นเอง

ที่แท้แล้วตุรกีได้ยึดเอาระบอบรัฐบาลแบบประธานาธิบดีของสหภาพโซเวียตสมัยนายมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำเสนอคำว่า “Executive President” โดยนายกอร์บาชอฟจัดการให้สภาโซเวียตสูงสุดเลือกตั้งเขาขึ้นเป็น Executive President คนแรกและคนเดียวของสหภาพโซเวียต โดยนายกอร์บาชอฟถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งในปีต่อมาแล้วก็ยกเลิกตำแหน่ง Executive President ไปพร้อมกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ครับ! ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ และได้ขึ้นเป็น Executive President คนแรกของตุรกีเรียบร้อยแล้ว คงต้องคอยดูกันต่อไปว่า Executive President คนที่สองของโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป