กรณี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส.ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือหลักทรัพย์ในการประกันตัวจากกองทุนยุติธรรม และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กองทุนยุติธรรมได้ส่งจดหมายแจ้งให้ น.ส.จิตภัสร์ ส่งรายการเสียภาษีย้อนหลัง เพื่อพิสูจน์สิทธิความเป็นผู้ยากจน โดยส่งจดหมายแบบลงทะเบียนตอบรับแต่ไม่มีผู้รับจดหมายจึงถูกตีกลับ และไปรษณีย์แจ้งให้ น.ส.จิตภัสร์ไปรับภายใน 7 วัน แต่เมื่อครบกำหนด ไม่มีผู้มาติดต่อรับจดหมาย จดหมายถูกตีกลับมายังกองทุนยุติธรรมคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมมีมติให้ยุติการช่วยเหลือ หาก น.ส.จิตภัสร์ต้องการยืนยันสิทธิที่จะขอรับความช่วยเหลือหลักทรัพย์ประกันตัวจากกองทุนยุติธรรมก็สามารถยื่นคำร้องได้ใหม่ โดยไม่มีกำหนดเวลา
รองปลัดกระทรวงยุติธรรมยังชี่้แจงด้วยว่า การขอรับความช่วยเหลือเป็นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ต้องแยกออกจากเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งเป็นดุลพินิจของพนักงานอัยการและศาล ผู้ร้องไม่สามารถนำไปอ้างเป็นเหตุเลื่อนนัดฟังคำสั่งทางคดี กองทุนยุติธรรมมีบทบาทเพียงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีแก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่สามารถอ้างกองทุนยุติธรรมไปเป็นเงื่อนไขในทางคดี
มีตัวเลขในปี 2553 ระบุว่า ผู้ต้องขังราว 2.4 แสนคนขณะนั้นเป็นคนจนเกือบทั้งหมด ประมาณ 5 หมื่นคน ถูกคุมขังก่อนศาลตัดสินคดี เนื่องจากยากจนไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว บ้างก็ถูกคุมขังแทนค่าปรับ จึงมีการตั้งกองทุนยุติธรรมขึ้นมาตาม พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ อาทิ ค่าประกันตัว ค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ฯลฯ และพบว่ามีประชาชนที่ยากจนมาขอใช้สิทธิเป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทางกองทุนได้ปรับปรุงระบบ สร้างฐานข้อมูล กระทั่งสามารถอนุมัติความช่วยเหลือให้ผู้ลำบากขัดสนได้ทันที น่าเสียดายที่กรณี น.ส.จิตรภัสร์ไม่ได้ติดต่อกลับไปยังกองทุน จึงไม่ทราบว่ามีความเดือดร้อนจริง หรือกล่าวอ้างเพื่อเหตุผลใด

