หน้าแรก คอลัมนิสต์ ร่วมมือกันปฏิ...

ร่วมมือกันปฏิวัติการเมืองกันใหม่ดีไหม! โดย บุญฤทธิ์ วงศ์ประเสริฐ

10.07.18 | 13:00 น.

คําว่า “ปฏิวัติ” (Revolution) กระทำโดยประชาชนจำนวนมากต่างจากคำว่า รัฐประหาร (Coup’de’ ta) ผู้เคลื่อนไหวต่อสู้จะกลายเป็นวีรชน (Brave man) ผู้เสียชีวิตจะกลายเป็นวีรบุรุษ (Hero)

ตัวแทนหรือพูดให้สุภาพ คือผู้แทน มี 3 ระดับ

1.เรียกว่า ส.ส.ร. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) คัดเลือกจากระดับล่างสุดคือ จากชุมชนแต่ละชุมชนมีจำนวนครัวเรือนประมาณ 15-20 ครัวเรือน พูดอีกทีก็คือละแวกเลือกกันเองให้ได้ตัวแทน 3-5 คน ไปทำการเลือกตัวแทนระดับหมู่บ้าน เข้าสู่ระดับตำบล จากระดับตำบล 5 คน ก็ไปเลือกตัวแทนระดับอำเภอ จากอำเภอ 5 คน ก็ไปเลือกกันเองให้ได้ 5 คน และ 5 คนสุดท้ายนี้จะเลือกกันเอง ให้เหลือ 1 คน เป็น ส.ส.ร.เขตจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้ประชาชนซึมซับระบอบประชาธิปไตยอยู่ในวาระ 2 ปี เพื่อไม่ให้เสพติดอำนาจและเปลี่ยนเวรกับคนใหม่บ้าง เข้าทำนองที่ว่า คนดีไม่ได้มีแค่คนเดียว ส.ส.ของสหรัฐอเมริกาก็อยู่ในวาระ 2 ปี ส.ส.ประเทศออสเตรเลียอยู่ในวาระ 3 ปี

2.ส.ส.ป. (สมาชิกสภาประชาชน) ต้องสังกัดพรรค มีวาระปกติ 4 ปี แต่ถ้ามีการยุบสภาก็มีการเลือกตั้งใหม่นี้เฉพาะ ส.ส.ป.ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.ร.หากครบ 2 ปีเมื่อใดก็เลือกตั้งใหม่ทันทีและ ส.ว.ก็ยังดำรงตำแหน่งจนครบ 4 ปี แม้จะมีการยุบสภา

หากมี ส.ส.ร. และ ส.ส.ป. แล้วไม่ต้องมีปาร์ตี้ลิสต์ คุณวุฒิของ ส.ส.ป.ต้องจบการศึกษา ปวส. (ประโยควิชาชีพชั้นสูง) หรือจบมัธยมปลาย รวมจำนวน ส.ส.ร. และ ส.ส.ป. 500 คน

Advertisement

3.ส.ว. (สมาชิกวุฒิสภา) ต้องมีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ห้ามใช้ยศทหาร ตำรวจ นำหน้าชื่อ แต่อนุโลมใช้ยศต่อท้ายชื่อได้ เพื่อมิให้ไปข่มศักดิ์ศรีของพลเรือน ทั้ง ส.ส.ว. ส.ส.ป. และ ส.ว. จะประชุมร่วมกันคัดเลือกสมาชิกขององค์กรอิสระ เช่น คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทุกๆ องค์กรอิสระ จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี เพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้คนดีๆ มีคุณธรรมซึ่งมีมากพอสมควร สมาชิกองค์กรอิสระทุกคนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี และไม่เกิน 80 ปี

ต้องมีกองกำลังพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จำนวน 7,500 คน อยู่ในตำแหน่งจนอายุ 45 ปี มีอาวุธครบทุกๆ คน มีเฮลิคอปเตอร์ คอยตรวจตรากองทัพอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวจะยึดอำนาจ (Coup’de’ ta)

หรือหาข่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสภาสื่อสารมวลชนกองกำลังพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะต้องผลัดเวรกัน วันละ 500 คน มีเข้าเวรกลางวัน 250 คน กลางคืน 250 คน ในสถานที่ (ทำเนียบ, บ้านพัก) ของ 5 ประธาน คือ 1.ประธานศาลฎีกา 2.ประธาน กสม. 3.ประธาน ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 4.ประธาน ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้ง ส.ส.ร.และ ส.ส.ป. 5.ประธานพรรคฝ่ายค้าน

กองกำลังพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะรับคำสั่งจากประธานร่วม 3 ใน 5 เสียงใช้กำลังขัดขวางต่อสู้กับกลุ่มที่จะเข้ามายึดอำนาจ (ทำรัฐประหาร) ซึ่งผู้ที่ชอบฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นเชื้อมะเร็งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหัวใจของระบอบประชาธิปไตยคือ 1.สิทธิ 2.เสรีภาพ

ขอยกย่องสื่อสารมวลชนทุกรูปแบบที่พยายามฝ่าวงล้อมของจอมเผด็จการไปสู่สิทธิเสรีในการเสนอข่าว เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ก็มี น.ส.พ.สยามรัฐและเสียงอ่างทอง (ปัจจุบันคือไทยรัฐ) ให้การสนับสนุนข้าวห่อเอย น้ำดื่มเอย

การปฏิวัติคราวนี้ ขอเอารัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นแบบ และขอยกย่อง ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วสี, นายอานันท์ ปันยารชุน, นายอุทัย พิมพ์ใจชน, ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ช่วยร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ซึ่งมีความระยำน้อยที่สุด ก็แปลว่า ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ขอยกย่อง ตูน บอดี้สแลม ที่จุดประกายการปฏิวัติทางด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เคยอยู่ในเกรด C เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นกระทรวง เกรด A เพราะแพทย์ 80% เป็นผู้มีจิตใจแบบพรหมเทพนั้นคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ขอรำลึกถึงนายแพทย์สงวน ที่ริเริ่มบัตรทองถ้วนหน้า

ขอวิงวอนให้อาจารย์ธีรยุทธ์ บุญมี และอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยที่พวกจบปริญญาเอกมาจากประเทศระบอบประชาธิปไตย เช่น จบจากประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แต่กลับไปรับใช้เผด็จการ รับตำแหน่งรัฐมนตรี หรือแม่น้ำ 5 สาย ให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้นส่งให้ใบปริญญาเป็นโมฆะ (Invalid) หรือโมฆียะ (Voidable) เป็นการประณามทางสัญลักษณ์ (ขายหน้า) ขอคารวะดวงวิญญาณของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ตั้งคณะคัดสรรร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2540

กลุ่มบุคคลที่ชื่อ ศ.นายแพทย์ประเวศ วสี นายอานันท์ ปันยารชุน นายอุทัย พิมพ์ใจชน นายอนันต์ ฉายแสง ศ.ธีรยุทธ์ บุญมี ศ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ให้รับตำแหน่ง “ปูชนียบุคคล” คือ บุคคลที่น่าเคารพบูชาสรรเสริญ

ส่วนกลุ่มปัญญาชนที่รับใช้เผด็จการ มีหลายคน พวกเราก็รู้ๆ กันอยู่ ขอชื่นชมตูน บอดี้สแลม ที่ช่วยปฏิวัติแบบอารยะขัดขืน นั้นคือใช้วิธีทางอ้อมที่เน้นสิทธิ เสรีภาพ หรือสัญลักษณ์ขัดขืนคำสั่งของเผด็จการที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน การวิ่งคนละก้าว 55 วัน เป็นระยะทาง 2,000 กว่ากิโลเมตร เทียบเคียงกับท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง ที่เดินทัพขึ้นเหนือล่องใต้ วกไปตะวันตกบ้าง ตะวันออกบ้าง รวมระยะทาง 84,000 กิโลเมตร เท่ากับ Choice คำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีถึง 84,000 พระธรรมขันธ์

ถ้าพูดถึงความจำเป็นต้องใช้ น่าจะยุบกระทรวงกลาโหมไปรวมอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรม “แก้ปัญหาสารพัดภัยพิบัติธรรมชาติ” เพราะปัจจุบันเราไม่มีสงครามกับต่างประเทศ

พูดถึงสิทธิ (Rights) และเสรีภาพ (Freedom) นั้นมีติดตัวคนตั้งแต่แรกเกิด โดยการร้อง อุ-แว้ อุ-แว้ มันคือ ร้องอุ เท่ากับสิทธิ แว้ เท่ากับ เสรีภาพ ชีวิตมนุษย์เกิดมาอย่างเท่าเทียมกันทุกประการ

คือคลอดออกมาตัวเปล่า แต่มาแตกต่างกันเรื่องยศ ฐานะ มันคือการปรุงแต่งผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ จึงควรจะเลียนแบบอำนาจกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เพื่อจะเข้าถึงมวลรวมความสุขของมนุษย์ ตามหลักการรัฐสวัสดิการหรือ Well-Fare-State