เดินหน้าชน : The 13

“13ชีวิตหมูป่า” กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ผลจากการนำเสนอของสื่อต่างชาติอย่างเข้มข้นตลอดภารกิจรวม 18 วันตั้งแต่การหายตัวเข้าไปในถ้ำหลวง จนถึงการระดมคนเข้าติดตาม ค้นหาอย่างยากลำบาก และมาถึงการช่วยเหลือออกมา ทั้งหมดแข่งขันกับเวลาของธรรมชาติ

มีผู้ติดตามข่าวนี้ในสำนักข่าวระดับโลกแสดงความเห็น ทั้งห่วงใย ทั้งลุ้น ภาวนาขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง สุดท้ายก็เกิดขึ้น บางคนแสดงความคิดเห็นแทรกเข้ามาว่า “เดี๋ยวจะต้องกลายเป็นหนังฮอลลีวู้ดแน่”

แล้วพวกนักสร้างหนังที่คิดแต่เรื่องธุรกิจก็มากันจริงๆ ค่ายเพียวฟิกซ์ ตัวโปรดิวเซอร์ อ้างเป็นคิวแรกเลยว่าลงพื้นที่ถ้ำหลวงเก็บข้อมูลกันแล้ว ยังมีบริษัท เครซีริช เอเชียน แสดงความสนใจ และบริษัท ครีเอทีฟ ทาเลนต์ เอเจนซี ติดต่อผ่านทางกงสุลใหญ่ไทยที่ลอสแองเจลิส จะขอเข้าพบกงสุลใหญ่เพื่อหารือสร้างหนังหมูป่า

คาดว่าจะมีอีกหลายรายเข้ามาเคาะประตูบ้าน

ทางการไทยก็รับรู้และใครๆ ก็เดาออกได้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า หากฮอลลีวู้ดสนใจนำเรื่องนี้ไปสร้างภาพยนตร์เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน คนทั่วโลกให้ความสนใจและเอาใจช่วย เหมือนที่ฮอลลีวู้ดเคยสร้างเรื่องการช่วยคนงานติดเหมืองที่ชิลี แต่เทียบกับเหตุการณ์ในบ้านเราครั้งนี้ถือว่ามีความครบรสกว่ามาก ทั้งมุมความเป็นดราม่า ดีใจ เสียใจ และมีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการช่วยเหลือ ถ้าทำเป็นภาพยนตร์ก็น่าจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้มาก กระทรวงพร้อมจะให้การสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่อยากให้มีการสร้างโดยอิงจากเรื่องราวความจริง และภาพประกอบโดยรวมไม่บิดเบือน เพียงแต่ผู้สร้างอาจจะใส่เรื่องราวเพิ่มเติม และมีการใช้เทคนิคที่จะดึงดูดให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการจัดสร้างภาพยนตร์นอกจากจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของโลกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย

แต่ถ้ามีการศึกษาเรื่องการทำหนังของฮอลลีวู้ดแล้วอยากให้รัฐมนตรีตรวจสอบรายละเอียดให้มากขึ้น เพราะฮอลลีวู้ดไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เอาเข้าจริงๆ หนังเรื่อง 13 ชีวิตหมูป่า ใครควรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง นอกจากขอรัฐบาลให้อนุญาตเข้ามาถ่ายทำแล้ว ผลประโยชน์ล้วนๆ ควรจะมีใครได้ตรงนี้ไปบ้าง หรือจะมีวิธีการรับมืออย่างไร มีโอกาสที่จะทะเลาะกันสูง

องค์ประกอบของหนังที่จะสร้าง คงไม่ได้เก็บรายละเอียดทั้งหมด แต่จะดึงช่วงไหนมาขยายเพื่อทำให้หนังน่าสนใจที่สุด แล้วใครจะคุมรายละเอียดของเนื้อหาได้ทั้งหมด เพราะยังมีความเกี่ยวข้องกับจิตอาสาและอาสาสมัครอีกนับร้อยนับพัน และคนช่วยเหลือจากต่างประเทศอีกนับสิบชาติ

จังหวะที่ไทยกำลังเนื้อหอม ก็มีเสียงทักเสียงเตือนมาจากทวีปอเมริกาใต้ ฆอร์จ กัลเยกียอส วัย 64 ปี เคยติดเหมืองลึกในชิลีเมื่อปี 2553 ติดนานถึง 69 วัน ที่ความลึกประมาณ 700 เมตร ฝากความคิดเห็นมาถึงคนรอบข้าง 13 ชีวิตหมูป่าว่า ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนงานเหมืองจนๆ กลายเป็นคนดังระดับโลก ได้รับเชิญไปฮอลลีวู้ด ไปอิสราเอล เข้าทำเนียบประธานาธิบดีชิลี ใครๆ ก็พูดถึง ลงข่าวทุกสื่อ คนนั้นคนนี้รับปากให้โน่นให้นี่ แล้วไม่นานก็ถูกลืม หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับทีมเยาวชนไทย

ยอมรับและเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกชื่นชมก็คือการจัดการบริหารของทางการไทยในการดูแล 13 ชีวิตหมูป่าอย่างดี ภาพในโรงพยาบาลที่เด็กชูสองนิ้วเหมือนทักทายคนทั้งโลกนั้น หลายคนชื่นชมและเบาใจว่าเด็กอยู่ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว และโดยเฉพาะห้องที่อยู่ก็สะอาดสะอ้าน

ได้แต่หวังว่า รัฐบาลและกระทรวง รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ คงต้องตั้งหลักให้ดีกับสิ่งที่จะถาโถมเข้ามาถึงหมูป่า ควันหลงหมูป่าไม่จบลงกันง่ายๆ ต้องมีวิธีการดูแลที่หนักแน่นเหมือนที่เคยเป็นในช่วงระยะหนึ่งไปก่อน อย่าต้องให้คนไทยและทั้งโลกที่ส่งแรงใจแรงเชียร์ให้พวกเขาปลอดภัยได้ผิดหวังเด็ดขาด

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon