หน้าแรก คอลัมนิสต์ สาเหตุที่อังก...

สาเหตุที่อังกฤษเป็นต้นแบบ การปกครองประชาธิปไตย

18.07.18 | 13:00 น.

เดิมทีอังกฤษก็เหมือนอาณาจักรอื่นๆ ในยุโรปตะวันตกที่เกิดขึ้นภายหลังที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายลงเมื่อ พ.ศ.1019 (ตอนนั้นยังไม่มีประเทศไทย) กล่าวคือเป็นราชอาณาจักรปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (จักรวรรดิโรมันมี 2 จักรวรรดิคือ จักรวรรดิโรมันตะวันตกมีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงโรม ส่วนจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือจักรวรรดิไบแซนไทน์มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล)

คณะรัฐมนตรีมีที่มาจากระบบที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์อังกฤษในสมัยโบราณซึ่งเรียกว่า คณะองคมนตรี (Privy Council) พระมหากษัตริย์อังกฤษทรงแต่งตั้งที่ปรึกษาเหล่านี้ตามพระราชอัธยาศัยเพื่อช่วยวางนโยบายในการปกครองประเทศ แต่เนื่องจากคณะองคมนตรีหรือที่ปรึกษามักมาจากขุนนางตระกูลสำคัญที่มีอำนาจในแผ่นดิน บางครั้งก็มีการแก่งแย่งแข่งขันกันเองในหมู่ที่ปรึกษา หรือบางครั้งก็ขัดแย้งกับพระมหากษัตริย์ คณะองคมนตรีและพระมหากษัตริย์จึงมักมีเรื่องไม่ลงรอยกันอยู่เสมอ

จนกระทั่งพระมหากษัตริย์บางพระองค์ไม่ทรงปรึกษาหารือกับคณะองคมนตรีเลย จนพระมหากษัตริย์บางพระองค์ทรงหันไปปรึกษากับองคมนตรีที่ไว้วางพระทัยเพียงบางคน

ครั้นสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ (Queen Anne) สวรรคตใน พ.ศ.2257 (สมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย) เจ้าชายจอร์จ ซึ่งเป็นเจ้าเยอรมันราชวงศ์แฮโนเวอร์ ได้เสด็จมาปกครองอังกฤษตามคำกราบทูลเชิญของคณะขุนนาง เพราะอังกฤษขาดสมาชิกพระราชวงศ์สายตรงที่จะครองราชย์ได้ ในขณะที่พระราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ก็มีผู้ตั้งข้อรังเกียจต่างๆ ไปหมดเนื่องจากส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในขณะที่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ เจ้าชายจอร์จเป็นเชื้อสายพระญาติที่พอจะครองราชสมบัติอังกฤษได้เพราะทรงเป็นโปรเตสแตนต์ จึงอภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าจอร์จที่ 1 (King George I) แห่งอังกฤษ แต่พระองค์ไม่ทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการบ้านเมืองของอังกฤษ อีกทั้งไม่ทรงสันทัดภาษาอังกฤษด้วย เป็นเหตุให้พระองค์ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างราบรื่น ทำให้บทบาทของคณะองคมนตรียิ่งลดลงไปด้วย

ทั้งนี้ เพราะนอกจากจะเคยขัดแย้งกับกษัตริย์พระองค์ก่อนๆ อยู่แล้ว เมื่อมีกษัตริย์เชื้อสายเยอรมันที่ตรัสภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ และไม่สนพระทัยที่จะปกครองบ้านเมืองมาเป็นประมุขอีกด้วย

Advertisement

ในระยะนี้เองที่คณะเสนาบดีหรือคณะรัฐมนตรี ซึ่งแต่เดิมเคยบริหารประเทศภายใต้อำนาจของพระมหากษัตริย์และคณะองคมนตรีจึงกลายเป็นผู้ถือครองอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินแทน โดยในระยะแรกๆ พระเจ้าจอร์จที่ 1 ก็เสด็จออกประชุมว่าราชการร่วมกับคณะเสนาบดีด้วย แต่เนื่องจากตรัสภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงเป็นโอกาสให้ เซอร์โรเบิร์ต วอลโพล (Sir Robert Walpole) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีความสามารถช่วยให้อังกฤษผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินได้ และพอจะกราบบังคมทูลเป็นภาษาเยอรมันผสมภาษาละตินได้บ้าง เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหมายเลข 1 (Prime Minister) ของอังกฤษ

ซึ่งอีกหลายปีต่อมาตำแหน่งนี้เรียกว่า “นายกรัฐมนตรี” และเป็นที่รู้จักในระบบการเมืองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

หลังจากสมัยของนายกรัฐมนตรีวอลโพลแล้ว ระบบนี้ได้พัฒนาต่อไปอีกมาก จนกระทั่งสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษเห็นว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยไม่ได้อีกแล้ว หากแต่ต้องได้รับความยินยอมจากสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน ผู้ที่จะได้รับความยินยอมได้ต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและมีความสัมพันธ์กับสภาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเป็นหัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรหรือมิฉะนั้นก็ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดจากการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น

ครับ ! อังกฤษเป็นต้นแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยการบริหารราชการโดยคณะรัฐมนตรีเป็นต้นแบบของโลกด้วยสาเหตุหลักคือพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษตรัสภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้นั่นเอง