น่าสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใด “ป.ป.ช.” ชุดนี้ไม่เป็น “ฝ่ายรุก” เพื่อเอาชนะปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่ยังท่วมประเทศ
ดูอย่างกรณีนาฬิกาหรู 22 เรือนของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม “ป.ป.ช.” ชุดนี้ตกเป็น “ฝ่ายตั้งรับ” จนเสียบุคลิก
ทำไมถึงต้องให้ภาคประชาชนอย่าง นายเอกชัย หงส์กังวาน กับ นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ เดินทางไปยื่นหนังสือทวงถาม กดดันให้ตั้ง “คณะกรรมอนุกรรมการไต่สวน” นาฬิกาหรูพลเอกประวิตร
“ป.ป.ช.” ไม่ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตรด้วยเหตุง่ายๆ ว่า บริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูบางแห่งในประเทศไทย ไม่ให้ข้อมูลซีเรียลนัมเบอร์ของนาฬิกาเหล่านั้น
คล้ายปิดประตูใส่หน้าเอาดื้อๆ !!
ทั้งๆที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กำหนดให้ ป.ป.ช.เป็น “ฝ่ายรุก” ด้วยการกำหนดให้มีอำนาจ ขอข้อมูลและไต่สวนองค์กรเอกชน พร้อมกับให้อำนาจในการตรวจสอบการเสียภาษีของนาฬิกาหรูเหล่านั้น
แต่ ป.ป.ช.กลับใช้ท่าที “ตั้งรับ”
เพียงบริษัทตัวแทนจำหน่ายฯไม่ให้ข้อมูลซีเรียลนัมเบอร์นาฬิกา “ป.ป.ช.” ก็ถึงกับทำท่าจะ “ปิดแฟ้มคดี”!
นี่เรียกว่า เสียกิริยา
เช่นเดียวกับกรณีที่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ที่เมื่อครั้งยังเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย” ประกาศไม่ยอมเซ็นอนุมัติกว่า 20 โครงการที่ส่งกลิ่นตุๆ
ไม่เห็นจะต้องนั่งรอ นอนรอ
“ป.ป.ช.” เป็นองค์กรหลักของประเทศสามารถเดินหน้าเร่งรัดให้ “ป.ป.ช.เชียงราย” ล้วงตับตีแผ่กว่า 20 โครงการเจ้าปัญหาที่ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ไม่ยอมลงนามอนุมัติ
1 ในนั้นคือ คำขออนุมัติใช้งบอัดเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ 32 ล้านบาท ด้วยการสร้างอนุสาวรีย์ช้างคู่บารมีพญามังราย
สร้างบนเกาะกลางแม่น้ำกก ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเซ็นไปก็ผิดกฎหมาย เพราะเป็นพื้นที่สันดอนทรายรุกล้ำลำน้ำธรรมชาติ
“เซ็นให้สร้างโครงการนี้ก็จะเสียเงิน 32 ล้านบาท ไปฟรีๆ”
นี่เป็นแค่ 1 ใน 20 กว่าโครงการที่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย “ณรงค์ศักดิ์” ตีกลับเพราะจมูกจับกลิ่นได้
จริงหรือที่ว่า เงิน 100 บาท ต้องทอนกันถึง 60-70 บาท
จริงหรือที่ว่า “นาฬิกาหรู” คือนาฬิกาเพื่อน
แค่บริษัทตัวแทนจำหน่ายไม่ยอมคาย “ซีเรียลนัมเบอร์” “ป.ป.ช.” ก็จะเลิกสืบเสาะเกาะติด !?!!

