1.ท้องถิ่นในที่นี้หมายถึงเทศบาล และ อบต. เป็นหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่จัดหาบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของพลเมือง ทั่วประเทศมีจำนวน 7,775 แห่งด้วยกัน (สถิติในปี 2559) หน่วยงานท้องถิ่นในปัจจุบันทำภารกิจหลายด้านซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน นอกเหนือจากการสร้าง/ดูแลถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐาน ให้การศึกษาเด็กเล็กจนถึงระดับมัธยมศึกษา สร้างเสริมสุขภาพ จัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงต้องจัดเก็บภาษีค่าธรรมเนียมและเงินอุดหนุน รายได้รวมกันในปี 2559 เท่ากับ 4 แสนล้านบาทเศษ เบื้องหลังของการทำงานย่อมจะต้องมี “คนทำงานท้องถิ่น” (local staff) หมายถึงข้าราชการ ลูกจ้างพนักงานประจำและชั่วคราว ในโอกาสนี้ขอนำงานวิจัยเล็กๆ ว่าด้วยสถิติคนทำงานท้องถิ่นมาเล่าสู่กันฟัง
2.งานวิจัยนี้ได้รับความกรุณาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้ข้อมูลข้าราชการ-ลูกจ้างพนักงานซึ่งสำรวจจากทุกแห่งทั่วประเทศ เรานำมาวิเคราะห์สองประเด็น ประเด็นแรก ข้าราชการ-ลูกจ้างในเทศบาล และ อบต.มีจำนวนมากน้อยเพียงใด? กระจายหน่วยงานที่สังกัด คือเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และ อบต.อย่างไร? นำไปเปรียบเทียบกับจำนวนผู้รับบริการ (ประชากร)
สรุปความได้ว่า
-อบต.5,334 แห่ง ให้บริการประชาชน 35.7 ล้านคน โดยมีจำนวนพนักงาน 162,834 คน แปลว่าพนักงานท้องถิ่นหนึ่งคนให้บริการประชาชน 219 คน
-เทศบาลนคร 30 แห่ง ให้บริการประชาชน 2.8 ล้านคน จำนวนพนักงาน 26,134 คน แปลว่าพนักงานท้องถิ่นหนึ่งคนให้บริการประชาชน 107 คน
-เทศบาลเมือง 178 แห่ง ให้บริการประชาชน 4.6 ล้านคน จำนวนพนักงาน 41,239 คน แปลว่าพนักงานท้องถิ่นหนึ่งคนให้บริการประชาชน 111 คน
-เทศบาลตำบล 2,233 แห่ง ให้บริการประชาชน 16.3 ล้านคน จำนวนพนักงาน 115,895 คน แปลว่าพนักงานท้องถิ่นหนึ่งคนให้บริการประชาชน 141 คน

สถิตินี้บ่งชี้ถึงความแตกต่างว่า คนทำงานหนึ่งคนใน อบต.มีภาระการให้บริการสูงกว่าเทศบาล จึงเกิดคำถามประเด็นที่สองว่า เหตุใดจึงแตกต่างกันมาก? เราสันนิษฐานในชั้นต้นว่า อบต.รายได้น้อย “ยากจนกว่าโดยเปรียบเทียบ” ดังนั้นงบประมาณจ้างบุคลากรจึงจำกัด หรืออาจจะเป็นเพราะว่าภารกิจของ อบต.น้อยกว่าเทศบาล? และมีข้อสงสัยต่อว่า คุณภาพชีวิตของคนชนบท (อาศัยอยู่ใน อบต.) ด้อยกว่าประชากรในเขตเมืองหรือไม่?
3.เราสืบค้นต่อในหัวข้อความแตกต่างระหว่างจังหวัด โดยรวมสถิติของข้าราชการ/ลูกจ้างท้องถิ่นเป็นรายจังหวัด เนื่องจากเราสนใจ “ความเหลื่อมล้ำมิติพื้นที่” เป็นทุนเดิม และมีข้อมูลพื้นฐานที่แสดงว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยสูงมาก และเป็นมานาน ความเจริญกระจุกในกรุงเทพฯ-ในภาคตะวันออก-และหัวเมืองใหญ่ ไม่กระจายเท่าที่ควร ซึ่งองค์กรอ๊อกแฟม (Oxfam) ได้เคยแถลงว่า ไทยเป็นประเทศที่ความเหลื่อมล้ำสูงมาก เป็นลำดับที่สามของโลก
เราจึงคำนวณตัวเลขการให้บริการประชาชนพันคนนั้นใช้พนักงานท้องถิ่นกี่คน? สรุปว่า ค่าเฉลี่ยของประเทศเท่ากับใช้พนักงานท้องถิ่น 6.3 คนต่อพันคน ตารางที่ 2 แสดงสถิติเปรียบเทียบ staff/pop1000 เป็นรายจังหวัด แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่ม A (top10) สูงที่สุดคือภูเก็ต 11.53 คนต่อพันคน กลุ่ม B (bottom10) จังหวัดสระแก้ว 4.40 คนต่อพันคน

4.งานวิจัยเล็กๆ ชิ้นนี้สะท้อนว่า การจัดสรรทรัพยากร (บุคลากร) เพื่อจัดหาบริการสาธารณะท้องถิ่นนั้นแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง อบต.(ชนบท) กับเทศบาล (คนเมือง) และความแตกต่างมิติพื้นที่ (จังหวัด)
มีคำถามที่จะต้องสืบค้นกันต่อพร้อมเชิญชวนให้เพื่อนนักวิจัยร่วมมือกัน หนึ่ง คนชนบทมีความรู้สึกอย่างไรกับการจัดสรรทรัพยากรบุคคลภาครัฐ และคุณภาพบริการสาธารณะที่ได้รับ สอง ฝ่ายการเมืองและผู้บริหารประเทศมีทัศนคติต่อปัญหานี้อย่างไรและจะแก้ไขเยียวยาสถานการณ์อย่างไร
ต้นปี 2562 จะมีการเลือกตั้ง ส.ส.นี่อาจเป็นประเด็นนโยบายสาธารณะที่นำมาพิจารณา
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์
พิชิต รัชตพิบุลภพ

