พรุ่งนี้ 28 กรกฎาคม 2561 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
วันนี้ 27 พรุ่งนี้ 28 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬบูชา และวันเข้าพรรษา เป็นวันหยุด “ลองวีกเอนด์” ยาวไปถึงวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม ชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ระหว่างนี้ บรรดานักการเมืองต่างเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมฐานคะแนน ร่วมทำบุญอาสาฬหบูชา และตักบาตรวันเข้าพรรษา มีงานชุกทั้งสองวัน
เช้าวันนี้ ตักบาตรเสร็จ ยามบ่ายเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม ตระเวนตะลอนไปวัดนั้นวัดนี้ ร่วมทำบุญกับพุทธศาสนิกชน ฟังเทศน์ถวายภัตตาหารเพล บ่ายฟังเทศน์ฟังธรรม ตกเย็นร่วมเวียนเทียนให้ได้สักสองสามวัด
รุ่งขึ้น วันเฉลิมพระชนมพรรษา ไปร่วมกับหน่วยราชการถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งเป็นวันเข้าพรรษา แม้เป็นวันของพระสงฆ์ ยังเข้าวัดร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพล ตกบ่ายนำผ้าอาบน้ำฝนไปถวาย เย็นไปร่วมฟังเทศน์ฟังธรรมกับบรรดาพุทธศาสนิกชน และร่วมกันตั้งสัจจาธิษฐาน “หยุดอบายมุขทั้งปวง” ลดดื่มสุรายาดองร่วมกันชาวบ้าน “หยุดเหล้าเข้าพรรษา” ให้เป็นตัวอย่าง
ตลอดระยะ 3 เดือน มีงานบุญงานกุศลคือไปร่วมทำบุญตักบาตรพระทุกเช้า หรือทุกวันพระที่ศาลาการเปรียญ ฟังเทศน์ฟังธรรม แต่ห้ามหาเสียง
ระหว่างนี้จนถึงออกพรรษา เตรียมตัวเป็นประธานทอดกฐินสามัคคี เป็นเจ้าภาพร่วมกับหัวคะแนนในพื้นที่อย่างน้อยอย่าให้น้อยหน้าใคร สักสามสี่วัด ร่วมทำบุญอีกสี่ห้าวัด เป็นห้วงเวลาเก็บคะแนนก่อนกำหนด การเลือกตั้งจะออกมาจากรัฐบาล
ระหว่างนี้ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีเพียง 5 นาย แต่ฝ่ายกฎหมายแจ้งแล้วว่าปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากกำหนดครบ 5 เสียง ขาดไปจากนี้ไม่ได้ ทั้งยังมีโอกาสเลือกประธานกรรมการการเลือกตั้งให้เสร็จไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 คน รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จากนั้นจึงจะเลือกประธานคณะกรรมการได้
ขณะนี้ มีกรรมการจากผู้พิพากษา 2 คน จากผู้ว่าราชการจังหวัด 1 คน จากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 1 คน และจากนักวิชาการ 1 คน
ที่ผ่านมา ประธานกรรมการการเลือกตั้งมักจะเป็นผู้พิพากษา เช่นทั้งสองคนก่อน
แต่ครั้งนี้ ผู้ที่เคยผ่านดูแลการเลือกตั้ง น่าจะเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผ่านงานทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ย่อมมีประสบการณ์มากกว่าผู้พิพากษาและนักวิชาการ ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกคน แม้จะผ่านการเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง แต่ไม่น่าจะเคยสัมผัสหรือมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาก่อน
ดังนั้น การที่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผ่านการเรียนปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ ด้านการปกครองเปรียบเทียบ ผ่านงานจากกระทรวงมหาดไทยไต่เต้าขึ้นเป็นรองผู้ว่าราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลายจังหวัด เป็นสมาชิกสภา
ปฏิรูปฯ
ทั้งผ่านการเรียนการอบรมมาอีกหลายหลักสูตร
ย่อมเป็นตราประทับรับรองความรู้ความสามารถได้เป็นอย่างดี
ถ้าจะว่าไปแล้ว การรู้จักผู้คนจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นพวกของคนนั้นของคนนี้ แต่การที่ประคองตนให้ผ่านชีวิตราชการโดยไม่มีมลทินและได้เข้าไปเป็นฝ่ายการเมืองมาระยะหนึ่ง น่าจะเป็นเครื่องประกันได้ถึงความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรม มีความยุติธรรมได้ระดับหนึ่ง
ส่วนจะเหมาะสมกับตำแหน่งประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรรมการทุกคนครับ

