
ระบบความเชื่อเรื่องวิญญาณ ผี และผีบรรพบุรุษอยู่คู่กับสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานมนานก่อนการเข้ามาของศาสนาหลักๆ นับพันปี และความเชื่อดังกล่าวนี่เองที่ทำให้ประเทศที่นับถือศาสนาเดียวกันมีความเชื่อและวัฒนธรรมอันเกี่ยวกับความเชื่อแตกต่างกัน ในบรรดาประเทศพุทธแบบเถรวาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พม่าเป็นประเทศที่มีความเชื่อเรื่องผีที่เป็นระบบระเบียบและน่าทึ่ง คอลัมน์
“ไทยพบพม่า” ในหลายๆ สัปดาห์ต่อจากนี้จะลองนำผู้อ่านดำดิ่งสู่โลกแห่งจิตวิญญาณ เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจสังคมและผู้คนในพม่าไปพร้อมๆ กัน
ที่กล่าวว่าระบบความเชื่อ ประเภทการนับถือผีของคนพม่ามีระบบระเบียบ และชี้ให้เห็นความเป็นปัจเจกของสังคม/คนพม่าเพราะคนพม่ามีความเชื่อเรื่อง “ผีนัต” ซึ่งก็มีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ผีนัตระดับชาติ ที่มีอยู่ 37 ตน เรียกติดปากว่า “นัต 37 ตน” (Thirty-Seven Nats) และยังมีผีนัตในระดับเมือง หมู่บ้าน หรือผีนัตที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งนับถือ คนพม่ายกย่องนัต 37 ตนว่าเป็นนัตที่มีความสำคัญที่สุดในบรรดา “ผี” ทั้งปวง เมลฟอร์ด สไปโร (Melford E. Spiro) นักมานุษยวิทยาอเมริกันที่ศึกษาด้านศาสนาและการนับถือผีในพม่าคนสำคัญตั้งข้อสังเกตว่าความเชื่อเรื่องนัตมีความสำคัญเทียบเท่าพุทธศาสนา ที่กล่าวเช่นนี้เพราะคนพม่าเกือบทั้งหมดบูชานัตไปพร้อมๆ กับบูชาพระพุทธเจ้า
ในบ้านเรือนของชาวพุทธพม่าทุกหลังเราจะพบแท่นบูชา นอกจากพระพุทธรูปแล้วยังมีรูปของนัตและเครื่องบูชาอีกจำนวนหนึ่ง ที่เห็นบ่อยที่สุดคือลูกมะพร้าวทาสีทอง เรียกว่า “โอน-ด่อ” (“โอน” แปลว่ามะพร้าว ส่วน “ด่อ” คือคำต่อท้ายที่แสดงให้เห็นความศักดิ์สิทธิ์) คนพม่าเชื่อว่า “มินมหาคีรีนัต” หรือเทพเจ้าแห่งขุนเขาคือเทพประจำบ้าน เป็น “เองส่องนัต” ที่แปลว่านัตเฝ้าบ้าน นอกจากมะพร้าวทาสีทอง คนพม่ายังบูชาเทพประจำบ้านด้วยเครื่องเซ่นไหว้อื่นๆ อีกมาก ที่เห็นได้บ่อยคือกล้วย น้ำตาล ข้าวเหนียว ไม้หอม ใบชาหมัก และข้าวสุก
ความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณในพม่าต่างจากความเชื่อแบบพราหมณ์-ฮินดู เพราะเทพเจ้าแบบพม่าล้วนเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่อาจเคยทำคุณความดี หรือเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “ตายโหง” ซึ่งทำให้วิญญาณของนัตเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์ หรือ “เฮี้ยน” เป็นพิเศษ สำหรับมินมหาคีรีนัต เรื่องเล่ามีอยู่ว่าชื่อของมินมหาคีรีนัตคือ “อู ติน เด” เดิมเป็นช่างตีเหล็กอยู่ที่เมืองตะกอง (Tagaung) ในพม่าตอนบน ตั้งแต่ยุคอาณาจักรตะกอง ที่เป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมแบบนครรัฐปยู อารยธรรมเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในพม่า (มีอายุตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช-ศตวรรษที่ 11) อู ติน เด มีชื่อเสียงเรื่องพละกำลัง ทำให้กษัตริย์เมืองตะกองรู้สึกไม่ไว้ใจ เกรงว่าอู ติน เด จะก่อกบฏขึ้นมาได้ จึงทรงอภิเษกกับน้องสาวอู ติน เด แต่ก็ยังไม่ทำให้กษัตริย์เมืองตะกองไว้วางพระทัยได้ พระองค์จึงทรงวางแผนสังหารอู ติน เด โดยการโยนเข้าในกองไฟ น้องสาวของอู ติน เด เห็นดังนั้นจึงกระโดดกองไฟตามพี่ชาย เมื่อไฟมอด เหลือเพียงศีรษะของสองพี่น้องที่ไม่มอดไหม้ ด้วยความโกรธขึ้งของสองพี่น้อง ทำให้ทั้งอู ติน เด และน้องสาว (ต่อมาเป็นนัตชื่อ “ซอ เมยา นัต”) กลายเป็นผีนัตที่ทรงพลังและเป็นพื้นฐานให้ระบบความเชื่อเรื่องนัตของคนพม่าต่อมา
เรื่องเล่ามีต่อว่าวิญญาณของอู ติน เด และน้องสาวกลายเป็นวิญญาณที่ดุร้าย สิงอยู่ในต้นไม้ กษัตริย์เมืองตะกองเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ตัดต้นไม้เสีย และนำไปทิ้งในแม่น้ำอิรวดี แต่เมื่อต้นไม้ถึงเมืองพุกาม กษัตรย์พุกามก็โปรดให้ดึงต้นไม้ขึ้นมา และทรงพบกับวิญญาณสองพี่น้อง พระองค์โปรดให้ตั้งศาลให้กับอู ติน เด และน้องสาวไว้ที่เขาโปปา ห่างจากพุกามไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 60 กิโลเมตร โปรดให้จัดงานเฉลิมฉลองให้มินมหาคีรีนัต ซึ่งในปัจจุบันก็ยังเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพม่า
ความเชื่อเรื่องนัต โดยเฉพาะมินมหาคีรีนัตมีความสลับซับซ้อน เพราะนอกจากคนพม่าจะให้ความเคารพนัตที่ตนเองนับถือแล้ว พวกเขายังรู้สึก “กลัว” นัตด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีเด็กเกิดในบ้านหรือมีคนตาย เจ้าของบ้านต้องนำลูกมะพร้าวสีทอง อันเป็นสัญลักษณ์ของมินมหาคีรีนัตออกไป เพราะคนพม่ามองว่าเป็นสิ่งสกปรกและอัปมงคล (คนพม่าอาจมองว่าเด็กเกิดมาพร้อมกับเลือดและของเสียจากมารดา) หรือการหลีกเลี่ยงมีเพศสัมพันธ์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบ้าน เพราะเชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้นัตโกรธ และนำทุกขลาภเข้ามาในบ้าน
นอกจากนัตในบ้าน แต่ละหมู่บ้านยังมีนัตประจำหมู่บ้าน มีศาลนัต และมีความเชื่อที่เป็นปัจเจกของแต่ละหมู่บ้าน ก่อนเข้าหมู่บ้านจะมีศาลนัตเล็กๆ ตั้งอยู่ ลักษณะใกล้เคียงกับศาลพระภูมิของไทย นัตประจำหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมมากทั่วพม่าคือ “มยิน บยู ชิน” (Minbyushin) หรือเทพเจ้าม้าขาว หรือในหลายพื้นที่เรียกว่า “โบ โบ จี” แปลตรงตัวว่า “ปู่ใหญ่” อาจคล้ายกับความเชื่อในไทยเรื่อง “พ่อปู่” หรือศาลตา-ยายก็ได้ คนพม่านับถือมยิน บยู ชิน ในฐานะเทพเจ้าประจำหมู่บ้าน พบเห็นได้มากเป็นพิเศษในพม่าตอนกลาง คนพม่าเชื่อว่ามยิน บยู ชินจะปกปักรักษาคนในหมู่บ้านจากโรคภัยไข้เจ็บ โจรผู้ร้าย แม่มด ฯลฯ ในขณะเดียวกันหากคนในหมู่บ้านทำให้นัตไม่พอใจ นัตก็จะดลบันดาลให้เกิดเหตุเภทภัยในหมู่บ้านได้เช่นกัน เนื่องจากผู้คนในหมู่บ้านเชื่อว่ามยิน บยู ชินเป็น “เจ้าที่เจ้าทาง” เมื่อมีงานมงคลขึ้นในหมู่บ้าน โดยเฉพาะงานบวชและงานแต่งงาน นาคและบ่าว-สาวก็จำเป็นต้องนำเครื่องเซ่นไหว้ไปถวายนัตตามประเพณี
ความเชื่อเรื่องนัตหมู่บ้านในเขตเมืองไม่เข้มข้นเหมือนกับในเขตชนบท ความเชื่อเรื่องนัตของคนในเมืองจึงลื่นไหลมากกว่า และชี้ให้เห็นความศรัทธาของแต่ละครอบครัว บางครอบครัวบูชานัตมากกว่า 1 ตน ในขณะที่อีกหลายครอบครัวบูชามหาคีรีนัตเพียงตนเดียว หรือไม่บูชานัตเลยก็มี ความเชื่อเรื่องนัตที่เป็นระบบระเบียบ และนัตแต่ละตนก็มีประวัติความเป็นมาที่ผูกกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโบราณในพม่า จึงทำให้ความเชื่อเรื่องนัตเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นความรักชาติ และอัตลักษณ์ของคนพม่า (ที่ไม่ใช่คนกะเหรี่ยง มอญ หรือกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ)ซึ่งจะได้พูดถึงในสัปดาห์ต่อๆ ไป

